TPIPP เซ็นสัญญาโครงการจัดหาเอกชนร่วมลงทุนและบริหารระบบกำจัดขยะมูลฝอย อบจ.สงขลา

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน นายวรวิทย์ เลิศบุษศราคาม (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ร่วมกับ นายไพเจน มากสุวรรณ์ (ที่ 2 จากขวา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นางบุญยืน อุบลสุวรรณ (ขวา) ผู้อำนวยการกองพัสดุและทรัพย์สิน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมลงนามในสัญญาโครงการจัดหาเอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบกำจัดขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ทั้งนี้กลุ่มทีพีไอโพลีน เพาเวอร์ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งเชื้อเพลิงขยะชุมชน หรือ ขยะสดเทศบาลเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยกำจัดขยะ เป็นระยะเวลา 20 ปี นอกจากนั้นจะช่วยส่งผลดีต่อชุมชนในหลายมิติ ได้แก่ (1) บริษัทฯ จัดให้มีกองทุนพัฒนาพื้นที่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าตามกฎหมายในจำนวน 1 สตางค์ต่อ 1 หน่วยจำหน่ายไฟฟ้า (2) เพิ่มงบกองทุนประกันสุขภาพ จ่ายปีแรก 1 ล้านบาท และจ่าย 5 แสนบาทในปีถัดไป และเพิ่มทุกปีตามสัญญา (3) เพิ่มงบพัฒนาอาชีพชุมชนปีละ 3 แสนบาทในทุก ๆ ปีตามสัญญา (4) เพิ่มงบสนับสนุนด้านจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ งานวิจัย งานด้านสาธารณสุข ของชุมชน ปีละ 3 แสนบาทในทุก ๆ ปีตามสัญญา (5) ให้งบประมาณส่งเสริมกิจกรรมการคัดแยกขยะในชุมชนช่วงก่อสร้าง 2 ปี จำนวน 2 ล้านบาท (6) ลดปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นจากบ่อขยะฝังกลบ (7) คืนพื้นที่บ่อขยะให้เป็นพื้นที่สาธารณของชุมชน (8) คนในพื้นที่ชุมชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น และ (9) ชุมชนได้ทิ้งขยะฟรี โดยไม่ต้องเสียค่ากำจัด โดยรายได้ที่เคยจ่ายค่ากำจัดเดิมจะเข้าสู่ชุมชนโดยตรง

TPIPP เซ็นสัญญาโครงการจัดหาเอกชนร่วมลงทุนและบริหารระบบกำจัดขยะมูลฝอย อบจ.สงขลา

ข่าวo:editor+o:busวันนี้

YellowTire เผยครึ่งปีแรก 2569 ตลาดยางออนไลน์ไทยเข้าสู่ยุค EV เต็มตัว ความสนใจยางรถ EV พุ่งแตะเกือบ 70%

Yokohama ขึ้นอันดับ 1 ครั้งแรก พร้อมแนะร้านยางใช้ Data และออนไลน์รับมือกำลังซื้อชะลอ YellowTire.com แพลตฟอร์มยางรถยนต์ออนไลน์ เปิดเผยรายงาน Thailand Tires Market Review ครึ่งปีแรก 2569 (มกราคม-มิถุนายน 2569) สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดยางรถยนต์ไทย โดยความต้องการยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะที่การแข่งขันของแบรนด์ยางกระจายตัวมากขึ้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบราคา สมรรถนะ และความเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น มากกว่าการยึดติดกับแบรนด์เพียงอย่างเดียว