บล.ฟินันเซีย ไซรัส เชียร์ "ซื้อ" หุ้น บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) คาดกำไรสุทธิจากธุรกิจกัญชง กัญชา ปี2565-2566 อยู่ที่ประมาณ 1.5-1.7 พันล้านบาท และเพิ่มเป็น 4.1 พันล้านบาท ในปี 2567 จากแผนสร้างโรงปลูกกัญชง 100 แห่งในปี 2565-2566 และ 200 แห่งในปี 2567พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 8.10 บาทต่อหุ้น จากเดิม 5.40บาทต่อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้แนะนำ "ซื้อ" หุ้นบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ซึ่งเชื่อว่าจากการที่ GUNKUL ได้เริ่มปลูกกัญชง กัญชาโดยเริ่มจากโรงปลูกกัญชง 2 แห่งที่ดำเนินการไปแล้ว และจะเพิ่มเป็น 90-100 แห่งในปี 2565 นี้ ทำให้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่ออัตราการเติบโตของผลกำไรที่จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนธุรกิจกัญชง กัญชา โดยคาดว่ากำไรสุทธิต่อปีของ GUNKUL จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพิ่มอีก 6.7% ในปี 2566 โดยประมาณการจากโรงปลูกกัญชง 100 แห่งที่จะสร้างขึ้นในปี 2565-2566 และจะเพิ่มขึ้นอีก 200 แห่งในปี 2567 ตามเป้าหมายที่บริษัทได้กำหนดไว้
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่า GUNKUL จะมีกำไรจากธุรกิจกัญชาประมาณ 1.5-1.7 พันล้านบาทในปี 2565-2566 และ 4.1 พันล้านในปี 2567 จากการเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงปลูก 100 แห่งในปี 2565-2566 และจะเพิ่มขึ้นอีก 200 แห่งในปี 2567 ซึ่งจากการประเมินในเบื้องต้นมองว่า หาก GUNKUL สามารถสร้างผลผลิตได้ 193,406 กิโลกรัมต่อปี โดยมียอดขายรวมจากทุกผลผลิต โดยมาจากสารสกัด CBD อยู่ที่ 35% จากการสกัดเข้มข้น 30% และอีก 30% มาจากการจำหน่ายใบกัญชาแห้ง จะทำให้ GUNKUL สร้างผลกำไรได้ประมาณ 1.5 พันล้านในปี 2565 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอยู่ที่ 600 ล้านบาทและค่าเสื่อมราคาอยู่มี่ 220 ล้านบาท
จากการที่เพิ่งมีการจัดตั้งสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TiHTA) ขึ้นนั้น เราเห็นว่าจะทำให้ราคาขายของกัญชงและกัญชาในประเทศไทยเป็นเรื่องที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ และ GUNKUL เองก็มีความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าเจ้าอื่น เนื่องจาก 1.) เป็นเจ้าแรก 2.) มีความครบวงจร 3.) มีต้นทุนค่าที่ดินและภาษีไฟฟ้าต่ำกว่าคู่แข่งในท้องถิ่น และ 4.) อยู่ในอุตสาหกรรมกัญชง กัญชาที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและรับรองในทางกฎหมายแล้วเมื่อปี 2564 ทำให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามีโอกาสที่อัตราผลกำไรจากธุรกิจกัญชาของ GUNKUL จะเติบโตขึ้นไปได้อีกมาก
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมายจาก 5.40 บาท เป็น 8.10 บาท โดยรวมจาก 1.) อัตราผลกำไรต่อหุ้นที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่เราใช้ประเมินมูลค่า P/E ของหุ้น 2.) การปรับเพิ่มของ P/E ในธุรกิจกัญชงของ GUNKUL จาก 15 เท่า เป็น 22 เท่า เพื่อสะท้อนการคาดการณ์ผลตอบแทนและผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจกัญชงนั้นมีเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากGUNKUL ได้ดำเนินการทำฟาร์มปลูกกัญชาไปแล้ว และ 3.) ราคาที่จะถูกกำหนดโดยสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TiHTA)
"อว.-คมนาคม" ผนึก บพข.-รฟท.-สทร. อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท เชื่อมวิจัยสู่การใช้งานจริง ปั้นผู้ประกอบการไทยกว่า 150 ราย
SME D Bank ร่วมประชุมรับมอบนโยบายจากรองนายกฯ "ศุภจี" พร้อม "พัฒนาคู่เติมทุน" ยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
บีโอไอผนึกเจโทร-หอการค้าญี่ปุ่น เร่งยกระดับฐานผลิต ญี่ปุ่นเชื่อมั่นลงทุนต่อเนื่อง 5 ปี ทะลุ 3.9 แสนล้าน
ทรูมันนี่ ผนึก KTO สานต่อความสำเร็จ อัดแคมเปญ "จ่ายทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้ม X3"
CardX จับมือ Visa ส่ง "กินเบิ้ลกันมั้ย" ซื้อ 1 ฟรี 1 ที่ 10 ร้านดัง
รู้ใจ ฉลองครบรอบ 10 ปี คืนกำไรลูกค้า เปิดแคมเปญ "รู้ใจ 10 ปี แจกทั้งปี!"
SAM X ออมสิน ช่วยเหลือลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
SCB WEALTH ชี้เฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยสูงนาน - ค่าเงินบาทยังผันผวน แนะลงทุนในสินทรัพย์สกุล USD เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดโลก