สมาคมประมงพื้นบ้านประสานเสียงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยขานรับทันทียาหอมหนุนเป็นรัฐบาลสมัยหน้า พร้อมเสนอปลดล็อกพรก.ประมง2558แขวนมาตรา57แก้ประกาศมาตรา71 ชี้ชัดกระทบประมงพื้นบ้านขัดบริบทประมงวิถีไทยทำลายอาชีพชาวเล
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาประมงไทยและรับฟังความคิดเห็นของชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ที่มีต่อมาตรา 57 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ 2558 โดยมีนายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับ โดยมีผู้เข้าร่วมชี้แจงและแสดงความคิดเห็น ได้แก่ นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายมานพ หนูสอน ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพัฒนพงษ์ ชูแสง ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ นายวิรัตน์ สนิทมัจโร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสมุทรปราการ นายยานยนต์ สราญรมย์ หัวหน้ากลุ่มกฎหมายและระเบียบ กองกฎหมายกรมประมง และหน่วยงานสังกัดกรมประมงในพื้นที่ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานและคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายกสมาคมประมงพื้นบ้าน 8 อำเภอจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แกนนำสมาคมประมงพื้นบ้านและสมาคมประมงพาณิชย์ จังหวัดต่างๆ เข้าร่วม
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤติโควิด19 ปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงทางอาหารและภาวะความอดอยากที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ขณะที่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารชั้นนำของโลกในสหภาพยุโรป อังกฤษและสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาอาหารแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อทะยานสูงมากและเริ่มสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกอาหารจึงเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในฐานะเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 12 ของโลกที่พร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางอาหารของโลก เพราะเรามีศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั้ง 3 ฐานของภาคเกษตร คือ พืช ปศุสัตว์ และประมง ตลอดจนขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้าพาณิชย์ โดยเฉพาะการปฏิรูปการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ดูแลจึงสามารถผนึกการทำงานของ 2 กระทรวง ร่วมกันผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตสามารถส่งออกสินค้าอาหารจนเป็นพระเอกของการส่งออกในภาพรวมปี 2564 ซึ่งขยายตัวกว่า 17% เกินเป้าหมาย 4 เท่าตัว สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 8.5 ล้านล้านบาท เป็นผลมาจากการทำงานเชิงรุกผนึกบูรณาการทุกภาคส่วน
"โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ได้จับมือทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมต่อยอดการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยส่งเสริมเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเกษตร (Agroindustry Economic Zone) ใน 18 กลุ่มจังหวัดครอบคลุม 77 จังหวัด รวมทั้งการสร้างฐานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าประมง ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำ และประมงเพาะเลี้ยง ซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายกรมประมงจัดตั้งและสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น2,600องค์กร สมาคมประมงพื้นบ้านทุกจังหวัดสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน สมาคมประมงพาณิชย์ สมาคมประมงนอกน่านน้ำและสมาคมประมงเพาะเลี้ยงโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและภูมิภาคตลอดจนการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาทะเลไทยซึ่งเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงของชาวประมงทุกคน รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ให้ทันสมัยถูกหลักนิติรัฐนิติธรรม และเป็นไปตามพันธะกรณีระหว่างประเทศ เช่น มาตรฐานไอยูยู (IUU) การเจรจากับอียูและประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์บนความเสมอภาคและมิตรภาพ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยผลิตสินค้าเกษตรและส่งออกอาหารอยู่ในลำดับท็อป 5 ของโลก เช่น ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อยน้ำตาล ทูน่ากระป๋อง สัปปะรดกระป๋อง ทุเรียน ฯลฯ และส่งออกอาหารอันดับ 12 ของโลก ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางอาหารของโลก" นายอลงกรณ์ กล่าว
ทางด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานและคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมาคมประมงจังหวัดต่าง ๆ แสดงท่าทีสนับสนุนวิสัยทัศน์และนโยบายดังกล่าว พร้อมกับยืนยันจะสนับสนุนให้กลับมาเป็นรัฐบาลสมัยหน้าเพื่อร่วมกันพัฒนาการประมงไทยให้กลับมาเข้มแข็งเป็นประเทศผู้นำโลกด้านอาหารทะเล
นอกจากนี้ นายประทีป อบเชย นายกสมาคมประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย รองนายกสมาคมฯ ทั้ง 8 อำเภอ ได้เข้าร่วมเวที รับฟังความคิดเห็น เรื่อง การกำหนดสัตว์น้ำขนาดเล็ก ของ พระราชกำหนดการประมง 2558 และ 2560 มาตรา 57 โดยเสนอแก้ไข พรก.ประมง2558 และแขวนมาตรา 57 ตลอดจนแก้ประกาศมาตรา 71 โดยให้เหตุผลว่า พรก.ประมงปี 2558 กระทบประมงพื้นบ้านขัดบริบทประมงวิถีไทย
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์
17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก 2569 กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนแนวคิด รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู - ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ
"63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย" กรมพัฒนาที่ดิน โชว์นวัตกรรมดิน-AI-เกษตรคาร์บอนต่ำ เดินหน้าสู่เกษตรแม่นยำเพื่ออนาคตประเทศ
สสก. 2 จ.ราชบุรี จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับเขต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดกาญจนบุรี