สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ลงนามในบันทึกข้อตกลง "การพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นผู้กล่าวต้อนรับฯ พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินโครงการฯ และร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ที่เชื่อมโยงกับทิศทางของประชาคมโลก และมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการเกณฑ์การฝึกอบรม ทั้ง 6 หลักสูตร ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมโดย ดำเนินโครงการ "การพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ที่เชื่อมโยงกับทิศทางของประชาคมโลก รวมถึงเข้าใจถึงทิศทางการพัฒนาและการวิจัยว่าจะมุ่งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนประเด็นสิ่งแวดล้อม จากที่ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา รายงานจะเห็นได้ว่ามีนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการทั้ง 6 หลักสูตร ซึ่งหลักสูตรทั้งหมดเป็นหลักสูตรที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยพัฒนาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ในแต่ละหลักสูตร เพื่อทำให้นักวิจัยที่ผ่านเข้าร่วมกิจกรรมได้สร้างและพัฒนาองค์ความรู้ลักษณะบูรณาการ และได้ทราบสภาพปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนโยบายและแผนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับที่เป็นกระแสโลก ระดับนโยบายของประเทศ ตลอดจนการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ เพื่อออกแบบงานวิจัยให้สอดคล้องกับความต้องการและนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ วช. ได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกทั้ง 6 หลักสูตร และร่วมในพิธีลงนามความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่าง วช. และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมทั้งแสดงความยินดีกับนักวิจัยที่ผ่านการฝึกอบรมภายใต้โครงการดังกล่าวซึ่งถือเป็นรุ่นแรกของโครงการ อันจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งนำผลงานวิจัยสู่การบูรณาการในเชิงบริบทของพื้นที่ ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ตามที่ วช. ได้มอบหมายให้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งมีภารกิจหลักในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่สาธารณชน ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตร "การพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ให้กับนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจทิศทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เชื่อมโยงกับทิศทางของประชาคมโลก รวมถึงความเข้าใจในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและการวิจัยไปสู่การแก้ไขปัญหาในประเด็นสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ (Agenda-Based) หรือในลักษณะพื้นที่ (Area Based) ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวประกอบด้วยหลักสูตรย่อย 6 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) การวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2) การวิจัยด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม 3) การวิจัยด้านสังคมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4) การวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ 5) การวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ และ 6) การวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผู้สนใจสมัครอบรมกว่า 2,300 คน และมีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกให้ฝึกอบรมกว่า 1,000 คน และมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมทั้ง 6 หลักสูตรที่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดรวม 523 คน และในวันนี้ วช. และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้จัดกิจกรรมมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรม และร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่าง วช. และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมในรุ่นต่อไปในอนาคต
โอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมทั้ง 6 หลักสูตร ทั้งนี้มีผู้เข้ารับประกาศนียบัตร 80 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 523 คน
ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ประเด็นสิ่งแวดล้อมและงานวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2507) โดย นางสาวนุชจรี วงษ์สันต์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมีการเสวนาในหัวข้อ "บทบาทนักวิจัยและผลงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน" โดย ศาสตราจารย์ ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานวิจัยและนวัตกรรม "ด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน" ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. รองศาสตราจารย์ ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนผลงานวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่การนำไปใช้ประโยชน์ วช. ดร.ขวัญฤดี โชติชนาวีวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานเพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม รองศาสตราจารย์ ดร.อำนาจ ชิดไธสง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานวิจัยและนวัตกรรม "ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"รองศาสตราจารย์ ดร.สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานวิจัยและนวัตกรรม "ด้านมลพิษภาคอุตสาหกรรม" และ นางสาวกรรณิกา ดุรงคเดช หัวหน้าภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วช.
ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้จะนำไปสู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุ่งสู่การแก้ไขปัญหาในประเด็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในมิติด้านนโยบาย วิชาการ สังคม ชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้ประโยชน์ในเชิงของภาคธุรกิจ หรือเชิงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมในระดับต่าง ๆ เกิดการสร้างเครือข่ายนักวิจัยงานวิจัยเชิงบูรณาการที่ได้รับการยอมรับในระดับเชิงพื้นที่สู่ระดับสากล
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
"นิปปอนเพนต์" พิสูจน์พันธกิจองค์กรสีเพื่อโลกยั่งยืนอีกครั้ง เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติธุรกิจที่ได้รับรอง "ฉลากเขียว" ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมรับเกียรติบัตรฉลากเขียวประจำปี 2569 จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
TEI ถอดรหัส "มลพิษสิ่งแวดล้อมไทย" วิกฤติเรื้อรังที่สังคมต้องร่วมกันก้าวข้าม
วิกฤต "รั้วโลกพัง" TEI ถอดรหัสวิกฤติ Biodiversity Collapse: ธรรมชาติเสื่อมกับความเสี่ยงและการปรับตัว
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน
TEI ครบรอบ 33 ปี ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก - สิ่งแวดล้อมไทย ชวนภาคีทุกภาคส่วนร่วมกัน "ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis"
ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน "Driving Circularity Ecosystem"