"ไอออน" ภูมิใจผลิตซูเปอร์คาร์โดยใช้ชิ้นส่วนจากจีนทั้งคัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ไฮเปอร์ (Hyper) ซึ่งเป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์จากค่ายจีนอย่างไอออน (AION) ได้เดินสายการผลิตซูเปอร์คาร์แห่งแรกของจีนแล้วที่กวางโจว โดยไอออนได้เปิดตัวซูเปอร์คาร์หรูพลังไฟฟ้ารุ่นแรกของจีนอย่างไฮเปอร์ เอสเอสอาร์ (Hyper SSR) ซึ่งทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที ทั้งยังเป็นซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าคันแรกของโลกที่ทำอัตราเร่งได้เร็วที่สุดในโลกด้วย นอกจากนี้ ไฮเปอร์ เอสเอสอาร์ ไม่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนจากชาติตะวันตก เพราะชิ้นส่วนในรถรุ่นนี้ทุกชิ้นพัฒนาและผลิตขึ้นเองในจีน

"ไอออน" ภูมิใจผลิตซูเปอร์คาร์โดยใช้ชิ้นส่วนจากจีนทั้งคัน

ไฮเปอร์ได้จับมือกับทีมงานชั้นนำทั่วประเทศจีน ทั้งในแวดวงยานยนต์ การบินและอวกาศ อิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอนด์ และวัสดุล้ำสมัย โดยได้สร้างมอเตอร์ชั้นนำอย่างควาร์ก (Quark) แบตเตอรี่แม็กกาซีน ดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิกไฟเบอร์ยาว ยางสลิคเกรดที่ใช้ในการแข่งรถ ชิปซิลิคอนคาร์ไบด์ 900V และอื่น ๆ ซึ่งเราได้แซงหน้าชาติตะวันตกในด้านเทคโนโลยีไดรฟ์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รถพลังงานใหม่ (NEV) ไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ จีนไม่ได้มีบทบาทในการผลิตยานยนต์เลย เพราะแต่เดิมนั้นยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกา เป็นเจ้าตลาด แต่การเปิดตัวซูเปอร์คาร์คันแรกของจีนและเปิดสายการผลิตซูเปอร์คาร์แห่งแรกของจีนนั้นทำให้ต้องยอมรับว่า จีนไม่เพียงแต่เป็นผู้นำส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถพลังงานใหม่เท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการแข่งขันกับชาติตะวันตกในด้านการผลิตที่ล้ำสมัยอีกด้วย โดยยุคที่เฟอร์รารี่ (Ferrari) และลัมโบร์กินี (Lamborghini) ผูกขาดตลาดซูเปอร์คาร์ได้สิ้นสุดลงโดยจีนแล้ว

หัวเว่ย (Huawei) ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ระดับพรีเมียมไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่า ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนรายนี้ฝ่าฟันอุปสรรคจากการที่ถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดในเรื่องเทคโนโลยีชิปได้หรือไม่ โดยจีนได้กลายเป็นภัยคุกคามในสายตาอุตสาหกรรมรถพลังงานใหม่โลกตะวันตก ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมรถพลังงานใหม่ของฝั่งตะวันตกจะต้องสอดส่องและเดินตามรอยเท้าของเรา

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2247565/China_s_supercar_production_line_officially_put_production_Hyper_Guangzhou.jpg


ข่าวที่ผ่านมา+o:editorวันนี้

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.50 ควันหลงจ้างงานสหรัฐฯกดดันดอลลาร์

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.12-33.43 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาด พร้อมกับมีการปรับลดตัวเลขย้อนหลังสำหรับเดือนก่อนหน้า ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด

ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพเพื่อการมีชีวิ... บิทคับ กรุ๊ป ประกาศแจก "โบนัสสุขภาพ" ชวนพนักงานดูแลสุขภาพ มุ่งสู่องค์กรยุคใหม่สาย Longevity — ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวหรือ Long...