นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการบริหารราชการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีนโยบายสำคัญที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทำการเกษตรนอกเขตชลประทาน โดยการขุดสระน้ำในไร่นาบรรเทาผลกระทบจากฝนทิ้งช่วงหรือภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ ให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตทางเกษตรได้โดยใช้น้ำจากสระน้ำในไร่นาและเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ ด้วยวิธีการขุดสระน้ำขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ทำการเกษตรที่เกษตรกรเป็นเจ้าของและมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน เป็นโครงการที่เกษตรกรยื่นความประสงค์ขอรับการสนับสนุนแหล่งน้ำ และกรมพัฒนาที่ดินพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ในการกักเก็บน้ำ คุณภาพของน้ำ รวมทั้งความพร้อมของเกษตรกรในการกำหนดพื้นที่ขุดสระน้ำ และให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการจ่ายเงินสมทบการขุดสระน้ำ บ่อละ 2,500 บาท ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินโครงการฯ นับแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา จนถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สามารถบรรเทาปัญหาให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ประมาณ 693,193 ครัวเรือน รวมเป็นพื้นที่เกษตรกรรม 1.3863 ล้านไร่ หรือคิดเป็นปริมาตรการเก็บกักน้ำได้ประมาณ 873.4231 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนในปี 2567 มีเป้าหมายในการดำเนินงานขุดสระน้ำไร่นา 28,200 บ่อ จะสามารถบรรเทาปัญหาให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ประมาณ 28,200 ครัวเรือน รวมเป็นพื้นที่เกษตรกรรม 56,400 ไร่ หรือคิดเป็นปริมาตรการเก็บกักน้ำได้ประมาณ 35.532 ล้านลูกบาศก์เมตร
จากการดำเนินโครงการฯ ที่ผ่านมาจนประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ดังเช่น ในพื้นที่ของเกษตรกร"นายมาเนตร สมศักดิ์" หมู่ที่ 3 ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมโครงการฯ เมื่อปี พ.ศ. 2566 เดิมที่ดินเป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรม มีการปลูกไม้ผล และหญ้าเลี้ยงสัตว์ แต่เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วงทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอในการทำเกษตรกรรม จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับการสนับสนุนแหล่งน้ำจากกรมฯซึ่งหลังจากได้รับการสนับสนุนแล้ว ส่งผลทำให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการทำเกษตรกรรม และยังสามารถนำไปใช้เลี้ยงสัตว์น้ำและทำปศุสัตว์ได้อีกด้วย โดยมีรายได้จากสินค้าปศุสัตว์ประมาณ 150,000 - 250,000 บาทต่อปี ถือเป็นการสร้างรายได้ สร้างความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์พื้นที่ และสร้างความมั่นคงในชีวิต
อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวต่อว่า การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในไร่นาฯ จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถมีอายุการใช้งานได้นานขึ้น เช่น ปลูกหญ้าแฝกรอบขอบบ่อเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และชะลอการสะสมของตะกอนในบ่อ ซึ่งจะทำให้การเก็บกักปริมาณน้ำในบ่อน้อยลง ควรตรวจสอบสภาพ ปริมาณและคุณภาพน้ำในบ่ออย่างต่อเนื่อง หากปริมาณน้ำในบ่อน้อย เกษตรกรต้องเพิ่มปริมาณน้ำในบ่อช่วงฤดูฝน โดยกำหนดทิศทางการไหลของน้ำฝนในพื้นที่อื่นให้ไหลเข้าบ่อมากที่สุด ในฤดูแล้งมีวิธีเติมน้ำลงบ่อโดยสูบน้ำใต้ดิน ด้วยระบบโซล่าเซลล์เพื่อสะสมน้ำในบ่อให้เพียงพอต่อกิจกรรมทางการเกษตร ในด้านรักษาคุณภาพน้ำสามารถใช้ปัจจัยการผลิตของกรมพัฒนาที่ดิน ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำในไร่นาอย่างถูกต้องเหมาะสม เกษตรกรและท่านที่สนใจ โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน สามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกแห่งทั่วประเทศ
Coca-Cola Thailand Appoints Kitisak Manoratana as Senior Director, Marketing Thailand
ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs
Ascott Invests in AI-Ready Infrastructure to Scale Agentic Commerce
UMI GROUP ชวนเปลี่ยนทุกพื้นผิวให้ปลอดภัยกว่าเดิม ด้วย Health and Care Series จาก Duragres และ Cergres
"Imagine Devices" from the University of Texas at Austin The Global Competition Winner of the Bangkok Business Challenge 2026 Powered by SCGC
ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
วว. โชว์นวัตกรรมปุ๋ยอินทรีย์เคมีสูตรสั่งตัด ทางรอดเกษตรกรไทยยุควิกฤตปุ๋ยแพง ผ่านเครือข่ายสถานีวิทยุและโทรทัศน์เยอรมัน
"วุฒิไกร" นำทีมพาณิชย์หารือ Nestle ปักธงพันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ดึงลงทุน-วิจัย ปั้นไทยสู่ฮับนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
HANN ผู้นำโรงพยาบาลลุ่มน้ำโขง รุกธุรกิจ ลงทุนสร้างอาคารใหม่ ที่ยโสธร ขยายห้องผ่าตัด รองรับ ผู้ป่วยมะเร็ง นิ่วและ ระบบทางเดินอาหาร