นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตโรงเรียนสังกัด กทม. มีนักเรียนต่างด้าวเข้าเรียนจำนวนมากว่า การจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยในโรงเรียนสังกัด กทม. ดำเนินการตามนโยบายที่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 48 และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 31 ต.ค. 62 เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย โดยเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและเด็กที่มีสัญชาติไทยได้รับโอกาสในการศึกษาและเติบโตอย่างมีคุณภาพ สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนได้อย่างเสมอภาค ตามสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคทางการศึกษา โดยในปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 258,316 คน ซึ่งมีจำนวนนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย จำนวน 12,551 คน คิดเป็นร้อยละ 4.86 อย่างไรก็ตาม การเปิดรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยเข้าศึกษา ไม่ได้ทำให้เด็กที่มีสัญชาติไทยเสียโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากได้มีการจัดสรรทรัพยากรเพื่อรองรับนักเรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุมและจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มีสัญชาติไทย หรือเด็กไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและส่งเสริมให้เด็กทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตน ได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ กทม. มีแนวทางการรับนักเรียน เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา ให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตให้กับเด็กทุกคนในสังคม ซึ่ง สนศ. ได้จัดประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม. เพื่อจัดทำประกาศ กทม. เรื่อง แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม. ทุกปีการศึกษา คณะกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงาน โดยแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจว่า ทุกคนจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งแนวปฏิบัติ การรับนักเรียนของโรงเรียนสังกัด กทม. ได้กำหนดอย่างชัดเจนในแต่ละระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 ระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยระบุจำนวนห้องเรียนและจำนวนการรับนักเรียนต่อห้องอย่างชัดเจน เพื่อให้การรับนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรองรับจำนวนนักเรียนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดวัน เวลา และขั้นตอนการรับสมัคร เพื่อให้โรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนสามารถปฏิบัติตามได้อย่างสะดวก อีกทั้งกำหนดแนวทางการรับนักเรียนในโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ ได้แก่ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนสองภาษา โรงเรียนที่จัดการศึกษาพิเศษ (เรียนร่วม) ซึ่งให้ความสำคัญกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย กรณีนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยเข้าเรียนในสถานศึกษาหากไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โรงเรียนจะดำเนินการออกรหัสประจำตัวผู้เรียน (รหัส G) เพื่อระบุตัวนักเรียนในการขอรับบริการทางการศึกษา ไม่ได้เป็นการรับรองว่านักเรียนคนดังกล่าวจะได้รับสัญชาติไทยแต่อย่างใด ทั้งนี้ การให้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก สำหรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยจะได้รับการกำหนดเลข 13 หลักสำหรับบุคคลต่างด้าวที่ออกตามกระบวนการทางทะเบียนราษฎร โดยกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น
สลช.สำรวจที่ดินในครอบครอง 58 แปลง เตรียมชงบอร์ดบริหารลูกเสือเดินหน้าพัฒนาเต็มสูบ
NSM ผนึกกำลัง สป.ศธ. และกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ จัดค่ายเยาวชนไทย - สิงคโปร์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างทักษะแห่งอนาคต
สลช.ปั้นเยาวชนไทยเป็นพลเมืองดิจิทัลคุณภาพรู้เท่าทันภัยไซเบอร์
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติ "ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2569"
เปิดตัว 12 ทัพเด็กไทยลุยโอลิมปิกวิชาการ 2569
ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ร่วมโครงการ English Program จัดการเรียนการสอนนักเรียนในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี
คุรุสภาเดินหน้าเชิงรุก จัดการผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู เปิด 5 ช่องทางร้องเรียน ชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา