เขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว พร้อมต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ฝ่ายงานพรรคและมวลชน ประจำเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว

เขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว พร้อมต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก

ที่มณฑลเหอหนานในภาคกลางของจีน มีพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งเปี่ยมไปด้วยความคึกคักและโอกาสทางธุรกิจ นั่นคือเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว (Zhengzhou Airport Economic Comprehensive Experimental Zone) เขตนี้เป็นพื้นที่นำร่องด้านเศรษฐกิจการบินแห่งแรกที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจีนในปี 2556 และปัจจุบันได้กลายเป็นจุดสนใจสำหรับนักลงทุนจากทั่วโลก

เขตนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ "การเชื่อมโยงท่าทั้ง 4" เป็นศูนย์กลางระดับโลก ประกอบด้วยท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ศูนย์ขนส่งทางถนน และท่าเรือ พร้อมเครือข่ายคมนาคมที่แผ่ขยายไปทุกทิศทาง ช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานได้ทั่วโลก ทางฝ่ายงานพรรคและมวลชน ประจำเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของสนามบินเจิ้งโจวติด 40 อันดับแรกของโลก โดยมีเส้นทางขนส่งสินค้าเชื่อมโยง 28 ประเทศ และ 62 เมืองทั่วโลก ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ โซนปฏิบัติการฝั่งตะวันตกของศูนย์ท่าเรือบกนานาชาติได้ก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว ในฐานะศูนย์รวมรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรประดับชาติเพียงแห่งเดียวในภาคกลางและตะวันออกของจีน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2578 จะมีศักยภาพรองรับการกระจายสินค้าครอบคลุม "รถไฟ 10,000 ขบวนและสินค้า 10 ล้านตัน"

เขตนี้ตั้งเป้าพัฒนาเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงระดับโลก โดยมีทั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าระดับล้านล้านที่นำโดยฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) เอ็กซ์ฟิวชัน (xFusion) และลุงซัน (Loongson) อีกทั้งยังมีคลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่มูลค่าแสนล้านที่นำโดยบีวายดี (BYD) สกายเวิร์ท (Skyworth) และจี๋ลี่ (Geely) รวมถึงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมชีวการแพทย์มูลค่าแสนล้านที่มีศูนย์กลางอยู่ที่นครวิทยาศาสตร์การแพทย์จงหยวน (Zhongyuan Medical Science City) นอกจากนี้ โครงการศูนย์ประมวลผลขนาด 10000P ที่วางแผนและก่อสร้างโดยศูนย์การคำนวณอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในจีนตอนกลางกำลังจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาสแรกนี้ ในขณะเดียวกัน เขตนี้ยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น เทคโนโลยีดาวเทียมอวกาศ การจัดแสดงสินค้า และวัสดุนวัตกรรม พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานใหม่และปัญญาประดิษฐ์

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2555 นั้น โรงงานฟ็อกซ์คอนน์ที่เจิ้งโจวได้ผลิตสมาร์ตโฟนไปแล้วกว่า 1.2 พันล้านเครื่อง จนกลายเป็นฐานการผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ยอดการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ของบีวายดีพุ่งสูงแตะ 545,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 169.8% นอกจากนี้ สายการผลิตเซิร์ฟเวอร์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนยังตั้งอยู่ที่นี่ โดยมีมูลค่าการผลิตรวมต่อปีสูงถึง 4.95 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 75%

เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินแดนแห่งการลงทุนแห่งนี้ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขตท่าอากาศยานเจิ้งโจวได้ดำเนินการปฏิรูปสภาพแวดล้อมทางธุรกิจผ่านมาตรการ "รวม 10 ประการ" มอบสภาพแวดล้อมทางธุรกิจชั้นเยี่ยมที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด มีรากฐานทางกฎหมายที่มั่นคง และได้มาตรฐานสากล พร้อมบริการสนับสนุนแบบครบวงจรที่รวดเร็วและสะดวกสบายให้กับนักธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก

ในอนาคต เขตท่าอากาศยานเจิ้งโจวมีเป้าหมายที่จะสร้างศูนย์การผลิตขั้นสูง ศูนย์กลางโลจิสติกส์เพื่อธุรกิจ ศูนย์นวัตกรรมและการประกอบการ ศูนย์แฟชั่นเชิงสร้างสรรค์ และศูนย์พัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมเปิดรับนักธุรกิจจากทั่วโลกให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการพัฒนาใน "ทศวรรษทอง" รอบที่สองของท่าอากาศยานแห่งนี้ และร่วมรับผลประโยชน์จากการเติบโตไปด้วยกัน

ที่มา: ฝ่ายงานพรรคและมวลชน ประจำเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว


ข่าวคณะรัฐมนตรี+ท่าอากาศยานวันนี้

นักวิชาการ มธ. ชงข้อเสนอเพิ่มเติม หนุน 'Lemon Law' เดินหน้าอุดช่องว่าง-ตอบโจทย์ผู้บริโภค

นักวิชาการธรรมศาสตร์ หนุน "ร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง" มองเป็นเรื่องดี ช่วยเพิ่มความคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ลดข้อพิพาทผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่ในรายละเอียดร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีช่องว่าง เสนอพิจารณาข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อให้กฎหมายครอบคลุมและรองรับเทคโนโลยีอนาคต ผศ. ดร.เอมผกา เตชะอภัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง พ.ศ. …. หรือ กฎหมาย Lemon Law ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

ก.ล.ต. ขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็น Travel Rule ถึงวันที่ 9 เมษายน 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลาการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการกำหนดหลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) จาก 15 วันเป็น 30 วัน เพื่อให้เป็น...