นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับเชิญสะท้อนวิสัยทัศน์ในการสนทนา Fireside Chat หัวข้อ "CEO's Playbook for the Next Energy S?Curve" บนเวทีหลักของงาน Techsauce Global Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "The Dawn of Symbiosis" หรือการอยู่ร่วมและเติบโตไปด้วยกันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้นำธุรกิจจากทั่วโลกให้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมี ดร. ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADGES เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายชัยวัฒน์ได้สะท้อนถึงเส้นทางของบริษัทฯ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2527 จากธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน จนสามารถต่อยอดสู่กลุ่มธุรกิจพลังงานครบวงจรใน 5 ธุรกิจหลัก ดำเนินงานใน 11 ประเทศทั่วโลกในปัจจุบัน ผ่านการยึดหลัก "Double Bottom Line" หรือการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นรากฐานที่วางไว้ตั้งแต่ผู้บริหารในยุคเริ่มต้น ซึ่งยังคงเป็นแนวคิดที่บริษัทฯ ยึดมั่นมาโดยตลอด มีการน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรางวัลพระราชทานเมื่อปี 2554 ในฐานะองค์กรที่สามารถนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับการบริหารงานยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
แม้บางจากฯ จะเป็นองค์กรที่มีข้อจำกัดด้วยการเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพียงอย่างเดียว แต่ก็ได้ใช้ข้อจำกัดเหล่านั้นเป็นจุดตั้งต้นในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เช่น การขยายสู่ธุรกิจตลาดค้าปลีก น้ำมัน โดยร่วมกับสหกรณ์การเกษตรจัดตั้งสถานีบริการน้ำมันหรือปั๊มชุมชน ไปจนถึงการเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำพลังงานทดแทน กระทั่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาภายใต้การนำของนายชัยวัฒน์ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์พลังงาน เช่น การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ การลงทุนในพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและสหรัฐอเมริกา การกระจายความเสี่ยงและเสริมความแข็งแกร่งผ่านการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำในประเทศนอร์เวย์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับพลังงานแห่งอนาคต ผ่านการลงทุนในเหมืองแร่ลิเทียมในอาร์เจนตินา และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งนำมาสู่การได้รับการยอมรับในฐานะกลุ่มบริษัทพลังงานชั้นนำระดับภูมิภาคในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้ย้ำถึงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ว่าหากเป็นเพียงภาพลักษณ์ที่แยกจากธุรกิจหลักก็อาจเลือนหายไปเมื่อองค์กรเผชิญภาวะขาดทุน แต่หากสามารถออกแบบโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสังคม จะสามารถสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริงให้กับทั้งองค์กรและโลกได้ในระยะยาว ซึ่งบางจากฯ ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
เมื่อได้รับคำถามว่าองค์กรจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร นายชัยวัฒน์ได้ยกตัวอย่างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยชี้ให้เห็นว่า แม้โลกจะมุ่งสู่พลังงานสะอาด แต่ในความเป็นจริง แหล่งพลังงานกับพื้นที่ที่มีความต้องการใช้พลังงานจำนวนมากมักตั้งอยู่ห่างไกลกัน ทำให้พลังงานในรูปแบบของเหลวยังคงมีบทบาทสำคัญ ด้วยคุณสมบัติในการกักเก็บและขนส่งได้สะดวก มีความหนาแน่นของพลังงานสูง ขณะที่พลังงานหมุนเวียนในรูปของไฟฟ้ายังต้องพึ่งพาโครงข่ายสายส่ง ซึ่งมีข้อจำกัดทั้งทางภูมิประเทศ เทคโนโลยี และต้นทุน โดยมีการประเมินว่าหากจะเชื่อมโยงระบบพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกอย่างครอบคลุม อาจต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 370 ล้านล้านบาท บางจากฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานคาร์บอนต่ำในรูปของของเหลว ซึ่งสามารถแปรรูปต่อยอดเป็น e-fuels หรือ synthetic fuels เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนของโลก
สำหรับองค์กรที่จะอยู่รอดและปรับตัวให้ทันกับกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ธุรกิจต้องมุ่งสู่การเป็น "Best in Class" ด้วยการดำเนินงานที่กระชับ มีประสิทธิภาพ มุ่งสร้างผลกำไรอย่างเหมาะสม ควบคู่กับความยั่งยืน โดยไม่เพียงพัฒนาเฉพาะนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง หากแต่ต้องออกแบบระบบธุรกิจทั้งห่วงโซ่ให้ "ใช้ให้น้อย - ได้ให้มาก - และยั่งยืนได้นาน" เช่น ผลิตภัณฑ์ LCAF (Lower Carbon Aviation Fuel) ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับระบบปัจจุบันได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการเติมเชื้อเพลิง นับเป็นตัวอย่างของการสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพทางธุรกิจและการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน บางจากฯ ยังมุ่งพัฒนาพลังงานคาร์บอนต่ำที่พร้อมใช้งานในภาคขนส่ง ได้แก่ SAF, HVO และ B24 Marine Biofuels เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่สะอาดและยั่งยืน ทั้งในมิติของอากาศ บก และน้ำ นอกจากนี้ ยังต้องมองให้ไกล รู้เท่าทันโลก และเตรียมพร้อมต่อโอกาสใหม่อยู่เสมอ ดังเช่นการตัดสินใจลงทุนในเหมืองแร่ลิเทียมเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ก่อนที่โลกจะตื่นตัวกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการติดตามเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตจากระยะที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแอมโมเนียสีเขียว เทคโนโลยี SMR หรือเทคโนโลยีฟิวชัน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถก้าวทันในวันที่โอกาสมาถึง และได้ฝากมุมมองไว้ว่า ธุรกิจจะดำรงอยู่ได้ในระยะยาว จะต้องมีความยืดหยุ่นและความแกร่ง ยืนหยัดอยู่ให้ได้เป็นรายสุดท้าย พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของโลกและสร้างผลกำไรควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ในการจัดงาน Techsauce Global Summit 2025 กลุ่มบริษัทบางจากร่วมสนับสนุนเครื่องดื่มอินทนิล และประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิตผ่าน Carbon Markets Club เพื่อให้การจัดงานดังกล่าวเป็น carbon neutral event
บางจากฯ คว้า 6 รางวัลความเป็นเลิศระดับเอเชีย ในงาน The 16th Asian Excellence Award ครอง Asia's Best CEO และ Best Investor Relations Company (Thailand) ต่อเนื่องกว่าทศวรรษ
บางจากฯ ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" เปิดประตูสู่การเติบโตในเอเชียเหนือ
หุ้น BCP ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET50 รอบครึ่งปีหลัง 2569 สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
บางจากฯ - เวิร์คพอยท์ ร่วมยินดีในความสำเร็จรายการ "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group" คว้ารางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568
กลุ่มบริษัทบางจาก และ Quantum Global (APAC) แลกเปลี่ยนสัญญาเช่าเรือระยะยาว พร้อมหารือความร่วมมือในอนาคต
บางจากฯ จับมือ AAS หนุนมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อเนื่อง ล่าสุดดัน "เติ้น ทัศนพล" สู่เวทีระดับโลก Formula 2
บางจากฯ ส่งมอบรถดับเพลิง EV คันแรกของไทย โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ให้บริการในชุมชน เสริมคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บางจากฯ เปิดจำหน่ายน้ำมัน B20 ในสถานีบริการรองรับภาคขนส่ง-เกษตร นำร่อง 2 สาขา บนถนนสายหลัก และจะขยายเป็น 40 สาขาทั่วประเทศ