สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ร่วมกับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดกิจกรรม "Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย-เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน" ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย-เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน ลดการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ลดการเผาในหมู่บ้านชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดประชุมหารือขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือ "เมืองคู่ขนาน" ระหว่างแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เพื่อยกระดับการประสานงานและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องของสองประเทศในการดูแลผืนป่า ลดหมอกควันข้ามแดน และร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อลมหายใจที่ดีร่วมกันต่อไป
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤตไฟป่าและหมอกควันของภาคเหนือ เนื่องจากการเผาป่าและการเผาเตรียมพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และเมียนมา ทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนมีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้การควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ กิจกรรม "Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย-เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน" ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกระดับความร่วมมือเชิงพื้นที่สู่กลไกเชิงนโยบาย โดยมุ่งลดการเผาในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือแบบ "เมืองคู่ขนาน" ระหว่างพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ
นาย ติ้น เหว่ ต่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก กล่าวว่า จังหวัดท่าขี้เหล็กในฐานะ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจังหวัดเชียงราย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การคมนาคม และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน มีความพร้อมและยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนความร่วมมือในการลดหมอกควันข้ามพรมแดน เนื่องจากทั้งสองพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจของประชาชนร่วมกัน การดำเนินงานดังกล่าวจะมุ่งลดมลพิษทางอากาศจากทุกแหล่งกำเนิด ภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน และภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ฟ้าไส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนในระยะยาวให้กับพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไฟป่าตั้งแต่แหล่งกำเนิด ลดการเผาในพื้นที่เสี่ยง และสร้างกลไกการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างเมืองคู่ขนานของทั้งสองประเทศ โดยการดำเนินงานมุ่งขยายความร่วมมือของเมืองชายแดนในรูปแบบ "เมืองคู่ขนาน" ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพและกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผ่านการดำเนินงานโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย-ลาว-เมียนมา เพื่อการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน และ โครงการพัฒนากลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ให้เกิดการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องต่อไป
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟร่วมกันในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ลดการเผา และลดการลุกลามของไฟในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ อำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก ในฐานะเมืองคู่ขนาน ได้ร่วมประชุมกำหนดกรอบความร่วมมือและประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และชุมชนของทั้งสองฝั่งชายแดน นายอำเภอแม่สายย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมยืนยันความพร้อมของอำเภอแม่สายในการสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว
นายฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานจากจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และเมืองท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมอย่างเป็นทางการทั้งสองฝ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่ก้าวข้ามการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นการรวมพลังของทั้งสองพื้นที่ชายแดน พร้อมระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวมีศักยภาพพัฒนาไปสู่ต้นแบบของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพลังของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนร่วมกันต่อไป
นายนพเกล้า รุ่งเพชร สาคร ผู้ใหญ่บ้านผาหมี หมู่ 6 กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บ้านผาหมีได้รับเลือกเป็นพื้นที่หลักในการจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน ร่วมกับบ้านสามปี ฝั่งเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของชุมชนชายแดนในการร่วมป้องกันไฟป่าและลดการเผาอย่างจริงจัง การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือจากระดับชุมชนสู่ความร่วมมือเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีของ "เมืองคู่ขนาน" ไทย-เมียนมา ในระดับฐานราก ซึ่งประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดนมีส่วนร่วมโดยตรง ผู้ใหญ่บ้านผาหมียังย้ำว่า พลังของชุมชนคือกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงไฟป่าในพื้นที่ หากทั้งสองฝ่ายยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าจะสามารถลดผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน และสร้างความยั่งยืนให้กับผืนป่าและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศได้ในระยะยาว
นอกจากนั้น ดร.วิน เตง ผู้แทนกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้กล่าวว่า ฤดูการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในหลายรัฐของประเทศพม่าได้เริ่มต้นขึ้น และส่งผลต่อการเกิดหมอกควันข้ามแดน ซึ่งทางรัฐบาลพม่าได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการเผาในที่โล่ง กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านคุณภาพอากาศพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานและจะเดินหน้าเพื่อส่งเสริมความร่วมมือของทั้งสองประเทศในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
"นิปปอนเพนต์" พิสูจน์พันธกิจองค์กรสีเพื่อโลกยั่งยืนอีกครั้ง เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติธุรกิจที่ได้รับรอง "ฉลากเขียว" ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมรับเกียรติบัตรฉลากเขียวประจำปี 2569 จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
TEI ถอดรหัส "มลพิษสิ่งแวดล้อมไทย" วิกฤติเรื้อรังที่สังคมต้องร่วมกันก้าวข้าม
วิกฤต "รั้วโลกพัง" TEI ถอดรหัสวิกฤติ Biodiversity Collapse: ธรรมชาติเสื่อมกับความเสี่ยงและการปรับตัว
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน
TEI ครบรอบ 33 ปี ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก - สิ่งแวดล้อมไทย ชวนภาคีทุกภาคส่วนร่วมกัน "ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis"
ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน "Driving Circularity Ecosystem"
Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว