"บมจ. ซีลิค คอร์พ หรือ SELIC" โชว์สถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งรายไตรมาสและรายปี ประกาศปี 2568 ทำกำไรแตะ 147.12 ล้านบาท โต 15.3% โดยสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างแข็งแกร่งสวนทางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตอกย้ำความสำเร็จจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารงานที่คล่องตัว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาขีดความสามารถในการทำกำไร และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่ผู้ถือหุ้น บอร์ดเสนอจ่ายปันผลเป็นเงินสดพ่วงหุ้นสามัญ ในอัตราหุ้นละไม่เกิน 0.05696 บาท ขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค. 2569 กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พ.ค. 2569 นี้ ชงผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 13,282,052 บาท รองรับการจ่ายหุ้นปันผล
นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์ รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวอุตสาหกรรมที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม (Specialty and High Performance Adhesive) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,061.08 ล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากยอดขายในธุรกิจฉลากที่มีกาวในตัวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ชะลอตัวตามภาวะตลาด ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ 686.52 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 33.4% จาก 30.1% ในปี 2567 EBITDA แตะ 372.14 ล้านบาท โต 1.3% และกำไรสุทธิ อยู่ที่ 147.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3%
โดยโครงสร้างการดำเนินงานสามารถแยกตามกลุ่มธุรกิจ (Segment Reporting) ได้ดังนี้ 1.ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กาว Solvent, ผลิตภัณฑ์กาว Hot Melt, ผลิตภัณฑ์กาว Water Based มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 28% 2.ธุรกิจสติ๊กเกอร์ หรือฉลากที่มีกาวในตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กระดาษ, ผลิตภัณฑ์ฟิล์ม, ผลิตภัณฑ์ฉลาก (พิเศษ) มีสัดส่วนอยู่ที่ 38% และ 3.ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บรรเทาปวด, ผลิตภัณฑ์ปฐมพยาบาล มีสัดส่วนอยู่ที่ 34% ซึ่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศในปี 68 โดยสัดส่วนการขายในประเทศ 67% และสัดส่วนการขายต่างประเทศ 33%
"แม้ว่าบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่ชะลอตัว ซึ่งกดดันการเติบโตของรายได้จากการขาย อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจฉลากที่มีกาวในตัว ซึ่งยังสามารถสร้างอัตรากำไรให้เติบโตขึ้นได้ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทมีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (B2B) และผู้บริโภค (B2C) รวมถึงมีการกระจายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนที่เหมาะสม โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจหรือตลาดใดตลาดหนึ่ง และสนับสนุนความสามารถของบริษัทในการบริหารความเสี่ยงและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน" นายณรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทฯได้มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 จากกำไรสุทธิ โดยจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 23 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล (23 : 1) หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลไม่เกิน 0.02174 บาทต่อหุ้น ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใดมีเศษของหุ้นเดิมหลังจากจัดสรรหุ้นปันผลแล้ว ให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดแทนการจ่ายเป็นหุ้นปันผลในอัตราหุ้นละไม่เกิน 0.02174 บาท และจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.03522 บาท ซึ่งเมื่อรวมการจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญและเงินสด คิดเป็นการจ่ายปันผลอัตราหุ้นละไม่เกิน 0.05696 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ยังมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 13,282,052 บาท จากเดิมทุนจดทะเบียน 305,487,187.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 318,769,239.50 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 26,564,104 หุ้น เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผล
สำหรับปี 2569 บริษัทฯ จะเดินหน้าทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจแบบเต็มสูบ ให้สามารถสร้างรายได้และรักษาการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว จากการที่ SELIC มีกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งแบบ B2B และ B2C รวมถึงสัดส่วนของกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนที่พอเหมาะ ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับตัวในการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนได้อย่างเหมาะสม สามารถสร้างยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น ผ่านผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริษัทฯ สามารถเพิ่ม EBITDA และกำไรสุทธิได้ดีในปี 2568 จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ยังคงมีดีมานด์สูงทั้งในและต่างประเทศ
"SELIC ยังคงเดินหน้าธุรกิจด้วยความแข็งแกร่ง ทั้ง 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มเติบโตได้จากความต้องการสินค้าเฉพาะทางและการขยายฐานลูกค้า ขณะที่ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอาจฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามภาวะการผลิตและการส่งออกของภาคอุตสาหกรรม ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนรายได้ทั้งปี 69 ให้เติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง" นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย
ทีทีบี ชูบทบาท Growth Navigator หนุน SME ไทย เชื่อมข้อมูล อินไซต์ และโซลูชันการเงิน ช่วยธุรกิจเติบโตในยุคเศรษฐกิจผันผวน
ASN Broker ยกระดับบริการ ASN Finance สินเชื่อทะเบียนรถยนต์และประกันรถยนต์ครบวงจร เคียงข้างคนมีรถ 66 จังหวัดทั่วประเทศ
บทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน (ฉบับวันที่ 21 ก.ค. 69): ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและอุปทานพลังงาน
ท็อปฟอร์ม! 4 ปีซ้อน เอ็กโซติค ฟู้ด นั่งแท่นบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ตลาด mai สะท้อนความเชื่อมั่นแบรนด์อาหารไทยระดับโลก มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน
CIMB THAI รุกตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44% ช่วยลดภาระลูกค้าท่ามกลางเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เต็มที่
SCB ส่งแคมเปญ "SCB ออมลิมปิก" ชูแนวคิด "การออมเหมือนกีฬา" เปลี่ยนการออมให้เข้าใจง่าย ปลุกวินัยสู่เป้าหมายการเงิน
A5 ต่อยอดความสำเร็จ "VANA" และ "CINQUI?ME" เปิดเฟสใหม่ ลุยโครงการโซนพัฒนาการ รับดีมานด์ลักชัวรี
"สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30" เปิดฉากขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผนึกกำลังบริษัทในเครือสหพัฒน์กว่า 100 แห่ง ตรึงราคา ลดค่าครองชีพ