SABINA เผยผลประกอบการปี 68 รายได้ 3,338.9 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

SABINA ประกาศผลการดำเนินงานงวด 1 ปี 2568 เผยมีรายได้รวม 3,338.9 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 คิดเป็น 6.9% โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 410.8 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากปีก่อน ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีรายได้รวม 841.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 110.7 ล้านบาท ระบุผลประกอบการดีกว่าที่คาด โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) เติบโตสูงถึง 50.3% ในขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบรวมโรงงานบุรีรัมย์เข้ากับโรงงานยโสธร ตั้งแต่ปลายปี 2567 ที่เอื้อต่อโครงสร้างค่าใช้จ่ายในปีที่ผ่านมา ดันอัตรากำไรขั้นต้นปี 2568 อยู่ที่ 51.5% ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ ในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 19 พ.ค.2569

SABINA เผยผลประกอบการปี 68 รายได้ 3,338.9 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท

นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "ซาบีน่า" เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 (มกราคมถึงธันวาคม) บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,338.9 ล้านบาท ลดลง 248.1 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 6.9% จากระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 โดยมีกำไรสุทธิ 410.8 ล้านบาท ลดลง 53.6 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 11.5% ขณะที่ในไตรมาสที่ 4 (ตุลาคมถึงธันวาคม) ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 841.0 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6.0% และมีกำไรสุทธิ 110.7 ล้านบาท ลดลง 2.5% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในปี 2568 อยู่ที่ 51.5%

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงวด 1 ปี ประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท คิดเป็น 100% ของกำไรสุทธิ โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.58 บาท คงเหลือการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

"สำหรับปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ออกมาดีกว่าที่เราคาดการณ์ และอาจจะดีกว่าที่สำนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดไว้ มาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ที่มีแรงส่งต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เรายังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลังจากการควบรวมโรงงานบุรีรัมย์กับโรงงานยโสธร ทำให้โครงสร้างทางการเงินของ SABINA มีความแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะรองรับกับปัจจัยท้าทายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย เสถียรภาพทางการเมือง ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนภัยธรรมชาติ ที่สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง" นางสาวดวงดาวกล่าว

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 9% ของรายได้ทุกช่องทาง จากเดิมที่อยู่ในระดับ 6-7% เป็นช่องทางที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 50.3% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวยังส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เนื่องจากสินค้าที่รับจ้างผลิตเป็นสินค้าที่มีมาร์จินสูง ส่วนช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งยังครองสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 57% เติบโตลดลง 13.8% และช่องทางไม่มีหน้าร้าน (Non Store Retailing หรือ NSR) ที่มีสัดส่วน 34% เติบโตลดลง 3.2%

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมา SABINA ยังเดินหน้าออกคอลเลคชั่นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งคอลเลคชั่นที่เป็นความร่วมมือหรือคอลแลบกับแบรนด์ไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ไทยของ SABINA รวมถึงการนำเสนอสินค้าในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น นอกเหนือไปจากชุดชั้นในซึ่งเป็นสินค้าหลัก ยังขยายไปสู่สินค้าอื่นๆ ทั้งชุดนอน ชุดลำลอง ชุดว่ายน้ำ รวมถึงการขยายไลน์ผลิตชุดชั้นในชายเป็นครั้งแรก และตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่ผ่านมา SABINA ยังขยายไลน์สินค้าไปสู่ชุดออกกำลังกาย ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก

"ปีนี้น่าจะมีคอลเลคชั่นสนุกๆ ออกมาให้ได้เซอร์ไพร์ส ทั้งการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ และทั้งสินค้าในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าของ SABINA ให้มากกว่าชุดชั้นใน รวมถึงสินค้าในกลุ่มยั่งยืน (Sustainable Products) ตามแนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของ SABINA ที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทำตลาดในฟิลิปปินส์ในปีนี้ ก็เชื่อว่าจะมีสีสันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม SABINA ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้หลักความระมัดระวังและรอบคอบ ท่ามกลางปัจจัยที่ต้องยอมรับว่ายังมีความไม่แน่นอน เราจึงมีเป้าหมายหลักในการรักษาการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น ที่สะท้อนความสามารถในการทำกำไร" นางสาวดวงดาวกล่าว


ข่าวการบริหารจัดการ+บริหารจัดการวันนี้

TGO เผยผลสำรวจตลาดคาร์บอนไทย 2569 ธุรกิจไทยมอง Climate Change เป็นโอกาส ตลาดเปลี่ยนจาก "การแข่งขันด้านราคา" สู่ "การแข่งขันด้านคุณภาพ"

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. แถลงข่าว "ผลสำรวจตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจประเทศไทย ปี2569 : The 2026 Thailand's Voluntary Carbon Market Outlook" สะท้อนว่าตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยกำลังเข้าสู่ "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ผู้ซื้อไม่ได้ให้ความสำคัญกับเพียงราคาและปริมาณอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ ของคาร์บอนเครดิตมากขึ้น สอดรับกับแนวโน้ม High-Integrity Carbon Credits ของตลาดโลก คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. เปิดเผยว่า "ผลสำรวจปีนี้สะท้อนว่าตลาดคาร์บอนไทยกำลัง ก้าว

Upper Class Solution ธุรกิจบริหารจัดการที... Upper Class Solution เปิดบริการ Solar Rooftop จับมือ GUNKUL ส่งมอบโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร — Upper Class Solution ธุรกิจบริหารจัดการที่อยู่อาศัยและบริกา...

นายอัมรินทร์ จารุตามระ ผู้อำนวยการเขตหลัก... เขตหลักสี่ แจงยกเลิกพื้นที่ทำการค้าหน้าตลาดเคหะทุ่งสองห้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กำหนด — นายอัมรินทร์ จารุตามระ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ กทม. กล่าวชี้แจงเห...

บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ห... PRTR คว้ารางวัล "Huawei Gold Supplier Award 2026" สะท้อนมาตรฐานการให้บริการด้าน Total HR Solutions — บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR หนึ...

ดีป้า ลุยภาคเหนือ ยกขบวน Cloud Transformation Local Connect ถึงเชียงใหม่

หนุนท้องถิ่นเปลี่ยนผ่านสู่บริการดิจิทัลบนคลาวด์ วางเป้า 400 หน่วยงานก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล ดีป้า ยกขบวนกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ของการ...