EMPIRE เดินหน้าแผนครึ่งปีหลัง 2569 สานต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจ จากผู้เชี่ยวชาญด้านงานระบบอาคาร สู่ธุรกิจเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับองค์กร มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ สร้างเสถียรภาพทางการเงิน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมพัฒนา Technology Intelligence และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สร้างการเติบโตระยะยาว
นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทฯ จะเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูและปรับโครงสร้างธุรกิจที่ได้หารือร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร คณะกรรมการบริษัท และที่ปรึกษาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นผ่านการอนุมัติวาระสำคัญในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางการดำเนินงานและแผนการสร้างการเติบโตในระยะยาวของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนและจัดการรายการทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับภาระเดิมอย่างรอบคอบ เพื่อให้งบการเงินสะท้อนสถานะทางธุรกิจที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และรองรับการดำเนินงานภายใต้โครงสร้างธุรกิจใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลง โดยรายงาน World Economic Outlook ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2567-2569 จะเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4-2.9% ต่อปี ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินสูงและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีกลับเติบโตสวนทาง โดย Gartner Inc. คาดว่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี (IT) ทั่วโลกในปี 2569 จะสูงถึง 6.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.8% ส่วนประเทศไทยมีแนวโน้มใช้จ่ายด้าน IT เกือบ 1.1 ล้านล้านบาท เติบโต 8.36% จากปีก่อน และ International Data Corporation (IDC) ประเมินว่าตลาด AI ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 28-30% ต่อปี แตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสสำคัญของธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ทันต่อเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ จึงเดินหน้ายกระดับจากธุรกิจงานระบบอาคาร (M&E - Mechanical & Electrical Engineering) ไปสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับองค์กร (Technology & Solution-Based Business) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ควบคู่กับรายได้จากโครงการ (Project-Based) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงของรายได้และโอกาสการเติบโตในอนาคต พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า และวางรากฐานใหม่ให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ช่วยลดความผันผวนจากวัฏจักรเศรษฐกิจ
"การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการวางรากฐานใหม่ให้ EMPIRE แข็งแรงกว่าเดิม เรากำลังสร้างธุรกิจที่มีเสถียรภาพสูงขึ้น มีสัดส่วนรายได้ประจำมากขึ้น และสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ภายใต้กรอบกฎหมายตลาดทุนอย่างเคร่งครัด โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นควบคุมยังคงเดิม การปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจเทคโนโลยี แต่เป็นการวางตำแหน่งใหม่ของบริษัทให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Technology Intelligence หรือ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการนำข้อมูล เทคโนโลยี และ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานจริงของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้" นางสาววัชราภรณ์กล่าว
ทั้งนี้ การเข้าถือหุ้นในบริษัท มัลทิตา จำกัด หรือ MTT ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจเทคโนโลยีของบริษัทฯ ทั้งในด้านบุคลากร ความสามารถเชิงเทคนิค และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันด้าน AI ข้อมูล และ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ของกลุ่มบริษัทฯ โดย MTT มีทีมพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญสูง สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจองค์กร อีกทั้งมีรูปแบบรายได้ผสมระหว่างรายได้ประจำและรายได้จากโครงการ ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินและสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต ควบคู่กับการต่อยอดแพลตฟอร์มและบริการโซลูชันครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (End?to?End) ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคดิจิทัล
ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าถือหุ้น MTT ยังช่วยเสริมจุดแข็งของ EMPIRE ด้วยการผสานประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน วิศวกรรม ระบบอาคาร และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงโลกกายภาพและโลกดิจิทัล (Physical?to?Digital Integration) ได้อย่างครบวงจร ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ต้องการระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งด้านข้อมูล การปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการ
"EMPIRE จะเดินหน้าตามแผนทรานส์ฟอร์มอย่างเข้มข้นในช่วงครึ่งปีหลัง ตามที่ได้ให้พันธสัญญาไว้กับผู้ถือหุ้น โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการขยายบริการที่ตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้า เราเชื่อมั่นว่า EMPIRE ไม่ได้เป็นของผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่โครงสร้างธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่ง ด้วยการดำเนินงานภายใต้กฎหมายตลาดทุนอย่างเคร่งครัด พร้อมยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบเป็นสำคัญ" นางสาววัชราภรณ์กล่าวเพิ่มเติม
Tencent จับมือมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ สานต่อแคมเปญ "Beyond the Screen" ส่งเสริมการเล่นผ่านสื่อดิจิทัลอย่างสมดุล
ดีป้า เดินหน้าติวเข้ม Coding & AI Incubation ปูทางสู่นวัตกรดิจิทัลรุ่นใหม่
ดีป้า ชวนประกวดคลิปสั้น แชร์ไอเดียการใช้ดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ไปกับกิจกรรม ลอง-D Digital Skills for Better Living
Visa และ ShopeePay เปิดตัว Visa Payment Passkey ยกระดับประสบการณ์การชำระเงินออนไลน์ให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
หัวเว่ย คลาวด์ เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI และ CodeArts Agent OBT ในประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรม AI สำหรับภาคธุรกิจไทย
ธนาคารไทยเครดิต จัดอบรม "ตังค์โต Know-how เปิดโลกธุรกิจชุมชน: ติดปีกความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ OTOP " จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสิทธิบัตร AI โลกพุ่ง 75 เท่า ชี้โอกาสไทยต่อยอด AI Agent และ AI Governance สู่เศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดมุมมองใหม่ Digital lifestyle ของผู้บริโภคชาวไทยในยุค Gen AI