ความต้องการสินทรัพย์คุณภาพสูงยังแข็งแกร่ง ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
กระแสการลงทุนในโรงแรมระดับลักชัวรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยนักลงทุนมองว่าสินทรัพย์ประเภทนี้มีทั้งความยืดหยุ่นต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจและยังคงได้รับความนิยมจากนักเดินทางทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก ข้อมูลจากเจแอลแอล (NYSE: JLL) ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมการซื้อขายโรงแรมระดับลักชัวรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นถึง 77% ระหว่างปี 2560-2568 แตะระดับประมาณ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 โดยมูลค่าดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในระดับการลงทุนต่อปีที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงแรมลักชัวรีนับตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่เคยทำสถิติไว้กว่า 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562
แม้ว่าธุรกรรมการซื้อขายโรงแรมระดับลักชัวรีจะคิดเป็นเกือบ 20% ของการซื้อขายโรงแรมทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2568 ซึ่งเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับสัดส่วน 8% ในปี 2560 และสูงกว่าระดับ 16% ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตลาดการลงทุนโรงแรมในประเทศไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน เนื่องจากเจ้าของโรงแรมส่วนใหญ่เน้นถือครองสินทรัพย์ในระยะยาว ส่งผลให้มีสินทรัพย์ออกสู่ตลาดค่อนข้างจำกัด โดยนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา โรงแรมระดับลักชัวรีมีสัดส่วน 19.2% ของมูลค่าการซื้อขายโรงแรมทั้งหมดในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา กลุ่มโรงแรมดังกล่าวมีสัดส่วนเพียง 7.9% ของจำนวนธุรกรรมทั้งหมด แม้จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่องก็ตาม ทั้งนี้ ธุรกรรมที่โดดเด่นในปีดังกล่าว ได้แก่ การซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นของโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านใจกลางกรุงเทพฯ และการขายหุ้น 51% ในโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
"ตลาดโรงแรมระดับลักชัวรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากความยืดหยุ่นและความสามารถในการฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นตลอดช่วงการแพร่ระบาดและหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับความมั่งคั่งที่เพิ่มสูงขึ้นและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้เราเห็นความต้องการการลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากฐานนักลงทุนที่หลากหลายขึ้น ทั้งนักลงทุนกลุ่มบุคคล (Private Wealth) และเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งต่างมองหาโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์ที่ผสมผสานทั้งความน่าเชื่อถือ การรักษามูลค่าเงินลงทุน และศักยภาพการเติบโตในระยะยาว" นางสาวพิมพ์พะงา ยมจินดา รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขายภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าว
ตลาดโรงแรมระดับลักชัวรีกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในด้านการชิงส่วนแบ่งตลาด แม้โรงแรมกลุ่มนี้จะสามารถเรียกเก็บค่าห้องพักในระดับพรีเมียมได้มาโดยตลอด แต่ปัจจุบันช่องว่างของอัตราการเข้าพัก ระหว่างโรงแรมระดับลักชัวรีและโรงแรมทั่วไปเริ่มแคบลง สะท้อนให้เห็นว่าโรงแรมระดับลักชัวรีสามารถสร้างผลงานและรักษาระดับอุปสงค์ที่ยั่งยืนได้ตลอดทั้งปี
ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวช่วยดึงดูดทั้งเม็ดเงินลงทุนและการพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปทานโรงแรมระดับลักชัวรีเติบโตเฉลี่ย 4% ต่อปีตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ประมาณ 8% ของตลาดโรงแรมทั้งหมด และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับปานกลางไปจนถึงปี 2573 โดยจะสามารถขึ้นอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาอัตราการเข้าพักในระดับที่แข็งแกร่ง นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันในกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรีและอัลตราลักชัวรีในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุย มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด การขยายตัวของอุปทานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาอุปทานล้นตลาดที่เคยเกิดขึ้นในบางช่วงกับอุตสาหกรรมโรงแรม ส่งผลให้ภาวะอุปสงค์และอุปทานยังคงอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการลงทุน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดโรงแรมระดับลักชัวรีคือการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างหลากหลาย ผู้ประกอบการทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคต่างเปิดตัวแนวคิดและแบรนด์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreat) ไปจนถึงประสบการณ์การเข้าพักที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น อุปทานใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง โดยโรงแรมห้าดาวแบบดั้งเดิมกำลังได้รับการเติมเต็มด้วยแนวคิด "Lifestyle Luxury" ที่ผสานที่พักระดับลักชัวรีเข้ากับประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์สังคม สุขภาวะ และวัฒนธรรมที่ได้รับการออกแบบและคัดสรรอย่างพิถีพิถัน แนวโน้มดังกล่าวยังได้รับแรงหนุนจากการเกิดขึ้นของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เช่น One Bangkok, Dusit Central Park และโครงการ Hatai ของกลุ่มนารายณ์ ซึ่งผสานองค์ประกอบของโรงแรมเข้ากับพื้นที่ค้าปลีก สำนักงาน และที่พักอาศัย ทำให้โรงแรมไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักแรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบครบวงจร
ตลาดโรงแรมระดับลักชัวรีของไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ เช่น Aman Nai Lert, Andaz One Bangkok และ The Ritz-Carlton One Bangkok ขณะเดียวกัน ยังมีการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งของโรงแรมดุสิตธานี แบรนด์โรงแรมสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงและอยู่คู่ตลาดมาอย่างยาวนาน รวมถึงการเปิดตัวโรงแรมใหม่ที่กำลังจะทยอยเข้าสู่ตลาดอย่าง Six Senses Bangkok และ The Langham - Custom House Bangkok การเพิ่มขึ้นของอุปทานโรงแรมระดับลักชัวรีที่เน้นประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์เหล่านี้ ส่งผลให้ระดับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันของกลุ่มอัลตราลักชัวรีพุ่งสูงขึ้น โดยปัจจุบันสามารถทำราคาได้ใกล้ระดับ 15,000 บาทต่อคืน เทียบกับราว 10,000 บาทต่อคืนในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
"ภูมิทัศน์ของธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรีได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ เราเห็นผู้ประกอบการปรับรูปแบบการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจุดยืนในฐานะสินทรัพย์ระดับพรีเมียมที่มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน" นายชนาวุฒิ วรรณชัยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจที่ปรึกษาด้านโรงแรมประจำประเทศไทย เจแอลแอล กล่าว
ถึงแม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานของโรงแรมระดับลักชัวรีจะสูงกว่าตลาดโรงแรมอื่น เนื่องด้วยปัจจัยด้านสัดส่วนพนักงานต่อจำนวนห้องพักที่สูงกว่า การให้บริการอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมียม ตลอดจนบริการเฉพาะบุคคลที่เข้มข้นกว่า แต่โรงแรมระดับลักชัวรียังคงสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับตลาดโดยรวม ความสามารถในการกำหนดราคาห้องพักในระดับพรีเมียม พร้อมรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงอำนาจในการกำหนดราคาและศักยภาพด้านการบริหารจัดการที่โดดเด่นของกลุ่มโรงแรมลักชัวรี
วีซ่าร่วมสร้างโมเมนต์แห่งดนตรีและการเดินทางกับ Laufey ในทัวร์ "A Matter of Time"
ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวแพ็กเกจ "9 Wishes, Moxy Stay" ชวนนักเดินทางเข้าพัก พร้อมสัมผัสประสบการณ์สายมู ไหว้ขอพร 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยอดนิยมใจกลางย่านราชประสงค์
Meli? Hotels มอบส่วนลดห้องพักและร้านอาหารสูงสุด 35% พิเศษสุดสำหรับผู้โดยสาร Singapore Airlines ทั่วเอเชียแปซิฟิกและไทย
Kaspersky GReAT เผย หนึ่งในกลุ่ม APT ที่เคลื่อนไหวมากที่สุดที่มุ่งเป้าเอเชียแปซิฟิก แพร่มัลแวร์ผ่าน Claude ปลอม
Temasek หนุน Temus เสริมทัพ Thinking Machines Data Science เร่งขยายศักยภาพ AI สำหรับองค์กรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
WHA ขยายพื้นที่เช่าให้ YCH อีก 20,635 ตร.ม. ดันยอดรวมแตะ 48,000 ตารางเมตร
มาสเตอร์การ์ด ยกระดับประสบการณ์การเดินทางสำหรับผู้ถือบัตรระดับพรีเมียม
Kaspersky GReAT เปิดตัวเลขเอเชียแปซิฟิกครึ่งปีแรก 2026 บล็อกการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์มากกว่า 250,000 ครั้ง