บล.ทิสโก้ยก 'หุ้นไทย' เป็น 'หลุมหลบภัย' ช่วงสงครามชี้ตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้น 15% สวนทางตลาดหุ้นโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บล.ทิสโก้ยกหุ้นไทยเป็นหลุมหลบภัยในช่วงสงคราม สะท้อนจากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นแล้ว 15% สวนทางตลาดหุ้นโลก เพราะหุ้นไทยมีกลุ่มพลังงานและหุ้นโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่สูงราว 1 ใน 5 ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งกำลังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น และมีความมั่นคงทางอาหารในฐานะ "ครัวของโลก" ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์สงคราม ในแง่ของ Valuations หุ้นไทยอยู่ในระดับที่ไม่แพง นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงราว 4% เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี

บล.ทิสโก้ยก 'หุ้นไทย' เป็น 'หลุมหลบภัย' ช่วงสงครามชี้ตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้น 15% สวนทางตลาดหุ้นโลก

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดกำลังประเมินทิศทางใหม่ของดอกเบี้ยโลกท่ามกลางความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้อตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมากหลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้น โดยภาพรวมตลาดขณะนี้ไม่คาดว่าทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ FED จะปรับลดลงอีกแล้ว แถมมีโอกาสจะปรับขึ้นด้วยซ้ำไป! ขณะที่ ECB และ BOJ ตลาดประเมินมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้งภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และอีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง

หลังสงครามฯ ยืดเยื้อแล้วกว่า 4 สัปดาห์ บล.ทิสโก้มีการปรับฉากทัศน์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเคลื่อนไหวของ SET Index ในปัจจุบัน

คาดการณ์กรณีฐาน (ให้น้ำหนัก 80%) ว่าจะเจรจาได้ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าภายในเดือน เมษายน คาดราคาน้ำมันจะทยอยอ่อนตัวลงสู่ระดับ 80 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล กระทบ GDP ราว 0.2-0.3 ppt จากการเติบโต GDP ปีนี้เดิมที่บล.ทิสประเมินไว้ที่ 1.8% และเป้าหมาย SET Index อยู่ที่ 1,430 จุด (คาดการณ์ SET EPS ถูกปรับลดลงราว 5%)

หากสถานการณ์บานปลาย (Worse Case ให้น้ำหนัก 20%) ราคาน้ำมันจะค้างสูงกว่า 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล โดย GDP ปีนี้อาจเติบโตได้เพียง 1.0% ส่งผลให้เป้าหมาย SET Index ปรับลดลงเหลือ 1,300 จุด (คาดการณ์ SET EPS ถูกปรับลดลงราว 10%) ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลกระทบลูกโซ่ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดแคลนน้ำมัน-วัตถุดิบ-สินค้าด้วย เพราะจะกระทบต่อภาคธุรกิจในวงกว้างขึ้น

ในช่วงกลางเดือน เมษายน นี้ คาดจะมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศแล้ว บล.ทิสโก้มองรัฐบาลใหม่เผชิญงานที่ท้าทายอย่างมากอันดับแรก คือ วิกฤติพลังงาน ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ที่สำคัญ! อยู่ภายใต้สถานการณ์ภาระหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน ทำให้ต้องเลือกเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงที่คุ้มค่างบประมาณให้มากที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงผลลัพธ์การทำงานของรัฐบาลใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม บล.ทิสโก้มองภาพตลาดหุ้นไทย คือ "หลุมหลบภัย" ในช่วงตลาดโลกขาลง คล้ายกับที่เกิดขึ้นปี 2022 ที่มีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น วิกฤติพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED สะท้อนในผลตอบแทนหุ้นไทยที่ยังเป็นบวกปีนี้ (+15% YTD) สวนทางหุ้นโลกที่ปรับตัวลง ส่วนหนึ่งนอกจากจะเป็นเพราะหุ้นไทยมีกลุ่มพลังงานและหุ้นโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่สูงราว 1 ใน 5 ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งกำลังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นแล้ว ยังมีความมั่นคงทางอาหารในฐานะ "ครัวของโลก" ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากสถานการณ์สงคราม ในแง่ของ Valuations หุ้นไทยอยู่ในระดับที่ไม่แพงโดยเฉพาะหากไม่รวมหุ้น DELTA นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงราว 4% เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี

ภายใต้ความไม่แน่นอนรอบด้าน บล.ทิสโก้แนะนำนักลงทุนเพิ่มการถือครองเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ต ขณะที่การลงทุนหุ้นหาจังหวะตั้งรับช่วงตลาดผันผวนใน 2 ธีมที่น่าสนใจดังนี้ คือ (1) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมัน-อาหารปรับขึ้น - BANPU, GFPT, PRM, PTTEP และ (2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการมีรัฐบาลและสงครามส่งผลกระทบจำกัด - AMATA, BDMS, MRDIYT ดังนั้น หุ้นเด่นแนะนำประจำเดือน เมษายน คือ AMATA, BANPU, BDMS, GFPT, MRDIYT, PRM และ PTTEP ด้านแนวรับและแนวต้านสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1400-1410, 1380 และ 1470, 1500 จุด ตามลำดับ

ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือน เมษายน นี้ แนะนำ GOLD19 มองว่าราคาทองคำในเดือนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแรงเกินไปท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อโลกที่เพิ่มขึ้น ในกรณีที่สถานการณ์ไม่รุนแรงขึ้นในเดือน เมษายน (กรณีฐาน) จะเป็นบวกต่อราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นได้


ข่าวราคาน้ำมัน+ครัวของโลกวันนี้

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

Market update by SCBFM: 30 กรกฎาคม 2569 กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35-33.60 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทแข็งค่าขึ้นหลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรุนแรงน้อยลงทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับย่อลงมาได้เร็ว และดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงมา อย่างไรก็ดีมีการกลับมาโจมตีช่วงข้ามคืนทำให้ราคายังผันผวน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 9 ต่อ 3 ให้คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ขณะที่ statement ยังไม่เปลี่ยนนักโดยยังจับตาเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เควิน วอร์ช

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.70 บาท...

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไ... "โกลเบล็ก" หุ้นไทยรับแรงกระแทกน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อป่วน มองกรอบ 1,600-1,650 จุด — บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวลงตามทิศทางตล...

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเ... กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวั นที่ 27 กรกฎาคม 2569 — กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบ...

ตารางราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ [เหรียญสห... สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 20-24 ก.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 27-31 ก.ค. 69 — ตารางราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ [เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ] สงครามร...