efin เปิดเวที "NEXT SERIES 2026" ผนึกโบรกเกอร์สมาชิกกว่า 20 แห่ง เปิดตัว "efinMCP"
สะพานเชื่อมข้อมูลตลาดทุนไทยเข้าสู่ AI พร้อมยกเครื่องแพลตฟอร์มการลงทุนและบริการ Front-Back Office
efin Group หรือ บริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด ผู้ให้บริการข้อมูล และแพลตฟอร์มการลงทุนชั้นนำของไทย จัดงาน "NEXT SERIES 2026 - Investment Platform: จากนวัตกรรมสู่โอกาสใหม่" ณ ห้องอโศก 2 ชั้น C โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกกว่า 20 แห่งเข้าร่วม เพื่อเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีด้านการลงทุนประจำปี ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือวิเคราะห์สำหรับนักลงทุน ไปจนถึงโครงสร้างระบบงานหลังบ้านของธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
ไฮไลต์สำคัญเปิดตัวนวัตกรรมการลงทุนแห่งอนาคต ชู "efinMCP" เทคโนโลยีเชื่อมข้อมูลตลาดทุนไทยเข้ากับ AI ผ่านมาตรฐาน Model Context Protocol (MCP) ภายใต้แนวคิด "ข้อมูลที่ดีที่ต้อง เชื่อถือได้ และ เข้าถึงง่าย" ช่วยลดการใช้ทรัพยากรประมวลผลของ AI ได้กว่า 200 เท่า พร้อมยกระดับแพลตฟอร์มวิเคราะห์การลงทุน และเปิดตัว efin Eco System ด้วยเทคโนโลยี X-Realtime เชื่อมระบบ Front Office และ Back Office แบบเรียลไทม์ รองรับการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง และการบริหารหลักประกันแบบรวมทรัพย์สิน (Multi-Asset Single Collateral)
ยกเครื่องเครื่องมือฝั่งนักลงทุน: AI ที่วิเคราะห์ได้ลึกและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
efin.finance นำเสนอการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับนักลงทุนในรอบปี โดยมุ่งตอบโจทย์การวิเคราะห์ที่ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ไทยและสินทรัพย์ทั่วโลก ประกอบด้วย
- efinAI: ผู้ช่วยวิเคราะห์การลงทุนที่ปรับปรุงใหม่ ตอบสนองแบบ Interactive รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละราย (Personalized) และรองรับเครื่องมือด้านข้อมูลการเงินมากกว่า 58 รายการ
- efin Chart: กราฟเทคนิคที่รองรับหลายเลย์เอาต์ อินดิเคเตอร์จำนวนมาก ครอบคลุมข้อมูลหุ้นทั่วโลก ฟอเร็กซ์ ดัชนี และคริปโทเคอร์เรนซี พร้อมความสามารถใหม่ในการให้ AI Agent ช่วยวาดและตั้งค่ากราฟ โดยมีข้อมูลเรียลไทม์สำหรับหุ้นสหรัฐฯ 610 สัญลักษณ์ และสกุลเงินต่างประเทศ มากกว่า 30 สกุล
- Asset Insights: มุมมองเชิงลึกรายสินทรัพย์ ฝั่งหุ้นประกอบด้วย AI Takeaways, Diamond Score, การแสดงผลเชิงวิเคราะห์ขั้นสูง และการติดตามกระแสเงินในงบการเงิน ส่วนฝั่งคริปโทเคอร์เรนซีครอบคลุม ETF Flow, Institutional Insights และ Market Cycle
- efin Scan & Ranking: สูตรสแกนขั้นสูงและการจัดอันดับแบบจัดกลุ่ม พร้อมการใช้ AI ช่วยออกแบบเงื่อนไขการสแกนเฉพาะบุคคล
- efin StockPickUp (Web App): ยกระดับสู่เวอร์ชันเว็บแอปพลิเคชัน เลย์เอาต์กราฟใหม่ แต่คงประสบการณ์การใช้งานเดิม และเพิ่มข้อมูลตลาดต่างประเทศ สกุลเงินต่างประเทศ ดัชนี และคริปโทเคอร์เรนซี
ไฮไลต์: "efinMCP" ช่องทางมาตรฐานเดียวที่เชื่อมข้อมูลตลาดทุนไทยเข้าสู่ AI
นายพสุธา ไดจิ อิเดะ ระบุว่า ก่อนหน้านี้การนำ AI มาใช้วิเคราะห์การลงทุนมีช่องว่างสำคัญ 3 ด้าน คือ ทักษะการเขียนโปรแกรม ความรู้ด้านการเงิน และการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพ โดย efinMCP ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปิดช่องว่างด้านข้อมูล ด้วยแนวคิด "ข้อมูลที่ดีในยุค AI ต้องประกอบด้วย ข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่เข้าถึงง่ายเป็นมาตรฐาน"
Model Context Protocol (MCP) เป็นมาตรฐานเปิดที่กำหนดวิธีให้แอปพลิเคชัน AI เชื่อมต่อกับเครื่องมือและแหล่งข้อมูลภายนอก เปรียบได้กับ "USB-C สำหรับแอปพลิเคชัน AI" ในทางปฏิบัติ หากองค์กรต้องการให้ AI เข้าถึงชุดข้อมูล 10 ชุด เช่น ราคาหุ้น รายชื่อผู้ถือหุ้น ดัชนี One Report บทวิเคราะห์ งบการเงิน และ NVDR ระบบเดิมต้องเชื่อมต่อแยกกัน 10 จุดต่อหนึ่งแอปพลิเคชัน และเพิ่มเป็น 30 จุดเมื่อใช้งานกับ AI สามราย แต่เมื่อใช้ efinMCP จะเหลือการเชื่อมต่อเพียงจุดเดียวต่อแอปพลิเคชัน
จุดเด่นสำคัญอีกประการคือประสิทธิภาพด้านต้นทุนการประมวลผล เนื่องจาก efinMCP คำนวณค่าทางเทคนิคไว้ล่วงหน้าแทนที่จะส่งข้อมูลดิบทั้งหมดให้ AI ประมวลผลเอง จากตัวอย่างการวิเคราะห์หุ้น 2 หลักทรัพย์ ด้วยอินดิเคเตอร์ MACD, SMA100 และ SMA200 บนกรอบเวลารายวัน การดึงข้อมูลดิบย้อนหลังต้องใช้ประมาณ 28,000 โทเคน ขณะที่การเรียกผ่าน efinMCP ใช้เพียงประมาณ 200 โทเคน และเมื่อขยายขนาดเป็น 100 หลักทรัพย์ จะลดจากราว 1,400,000 โทเคน เหลือประมาณ 6,400 โทเคน หรือประหยัดทรัพยากรการประมวลผลมากกว่า 250 เท่า
ปัจจุบัน efinMCP เปิดให้เรียกใช้เครื่องมือข้อมูลรวมมากกว่า 58 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาหมายเหตุประกอบงบการเงิน งบกระแสเงินสด ประวัติการจ่ายเงินปันผลของกองทุน ข้อมูลราคาหุ้นรายวัน สรุป One Report และ ESG ไปจนถึงบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์
เปิดบริการ Front-Back Office รับแรงกดดันด้านต้นทุนและพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไป
ในช่วงที่สองของงาน นายวชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์ นำเสนอบริการเทคโนโลยีสำหรับงานหน้าบ้านและหลังบ้านของบริษัทหลักทรัพย์ โดยวิเคราะห์โจทย์ที่ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กำลังเผชิญใน 3 มิติ
- มิตินักลงทุน: พอร์ตการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นไทยและหุ้นกู้ ขาดข้อมูลและบทวิเคราะห์สินทรัพย์ต่างประเทศประกอบการตัดสินใจ และไม่มีเวลาติดตามพอร์ตแบบเรียลไทม์ ส่งผลต่อความถี่ในการซื้อขายและรายได้ค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์
- มิติการตลาด: งานคัดกรองและส่งข้อมูลรายวันใช้เวลามาก ขาดกลยุทธ์ดึงลูกค้าเดิมที่หยุดซื้อขายให้กลับมาใช้งาน (Re-activation) และขาดเครื่องมือจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าและวัดผลการสื่อสาร
- มิติระบบงาน: โครงการรวมศูนย์สินทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้โบรกเกอร์ต้องลงทุนปรับระบบหลังบ้านล่วงหน้าก่อนเกิดรายได้ ขณะที่ระบบเดิม (Legacy System) ปรับตัวได้ยากและมีข้อจำกัดในการรองรับการใช้งานผ่าน AI Agent
เปิดตัว "efin Eco System" ชูเทคโนโลยี X-Realtime รองรับการซื้อขาย 24 ชั่วโมง และบัญชีรวมทรัพย์สิน
อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน คือการเปิดบริการ efin Eco System ซึ่งมีเทคโนโลยี X-Realtime เป็นแกนกลางในการเชื่อมการทำงานระหว่างระบบ Front Office และ Back Office ให้เป็นแบบเรียลไทม์ รองรับการซื้อขายต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ต่างจากระบบงานแบบเดิมที่ต้องพึ่งพาการปิดรอบประมวลผลสิ้นวัน (End-of-Day Batch) ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญเมื่อตลาดขยายเวลาทำการ โดยเฉพาะการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เกิดขึ้นนอกเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ไทย
ควบคู่กันคือระบบบัญชีแบบรวมทรัพย์สิน (Multi-Asset Single Collateral) หรือที่ในอุตสาหกรรมเรียกว่าบัญชีรวมทรัพย์สิน (Comprehensive Account) ซึ่งเปิดให้นักลงทุนใช้บัญชีเดียวซื้อขายได้ทุกสินทรัพย์ ทั้งหุ้นไทย อนุพันธ์ หุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ต้องโยกย้ายเงินข้ามบัญชีในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ทำให้การบริหารเงินของลูกค้าสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดโอกาสพลาดจังหวะการลงทุน พร้อมทั้งลดภาระงานกระทบยอดของฝ่ายปฏิบัติการฝั่งโบรกเกอร์
ทั้งนี้ รูปแบบการให้บริการเป็นการส่งมอบระบบให้บริษัทหลักทรัพย์นำไปใช้งานภายใต้ใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์เอง โดย efin ไม่มีการถือครองทรัพย์สินหรือเงินของนักลงทุน
ภายในงานมีการสาธิตการใช้งานจริงผ่านกรณีศึกษา "efin Marketing Workspace" ซึ่งเป็นการนำ efinMCP มาประกอบเป็นเวิร์กโฟลว์การตลาดภายในองค์กร ตั้งแต่การคัดกรองข้อมูล การจัดลำดับกลุ่มลูกค้า ไปจนถึงการสร้างเนื้อหาสื่อสารรายบุคคล เพื่อลดเวลางานประจำวันของทีมการตลาดและผู้แนะนำการลงทุน
efin แบ่งบริการเป็น 2 กลุ่ม ครอบคลุมทั้งฝั่งลูกค้านักลงทุนและระบบงานภายในองค์กร
efin แบ่งรูปแบบการให้บริการแก่บริษัทหลักทรัพย์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม "For your Investor" สำหรับส่งมอบประสบการณ์ให้นักลงทุนของโบรกเกอร์ ประกอบด้วย efin Chart, efin StockPickUp Web App พร้อมข้อมูลตลาดต่างประเทศ, efinAI Credit รวมถึง Chart Widget และ efinAI Widget ที่นำไปติดตั้งบนแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์เองได้ และกลุ่ม "For your Company" สำหรับกระบวนการทำงานภายในองค์กร ประกอบด้วย efinMCP, ระบบ Front Office, ระบบ Back Office และบริการติดตั้งและดูแลระบบ (Implementation & MA Services) ทั้งนี้ รายละเอียดเงื่อนไขและแพ็กเกจการให้บริการ บริษัทหลักทรัพย์ที่สนใจสามารถติดต่อทีมขายของ efin ได้โดยตรง
มุมมองผู้บริหาร
นายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร efin Group กล่าวว่า "ตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับทุกขั้นตอนของการลงทุน ตั้งแต่การหาข้อมูลไปจนถึงการตัดสินใจและการดูแลพอร์ตหลังลงทุน บทบาทของ efin คือการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่โบรกเกอร์และนักลงทุนไว้วางใจได้ งาน NEXT SERIES จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้า แต่เป็นการนั่งคุยกับพันธมิตรกว่า 20 แห่งว่าเราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างไร"
นายพสุธา ไดจิ อิเดะ Head of Business, efin Group ให้มุมมองจากโบรกเกอร์ตรงกันคือ ในยุคของ AI "นักลงทุนต้องการข้อมูลที่ทั้งกว้างขึ้น ลึกขึ้น และต้องสามารถนำไปใช้กับ AI ในการยกระดับการลงทุนของตัวเองได้ด้วย ขณะที่ทีมงานมีเวลาเท่าเดิม ผลิตภัณฑ์ที่เราอัปเดตในปีนี้จึงออกแบบให้โบรกเกอร์หยิบไปใช้ได้ทันที ทั้งในรูปแบบแพลตฟอร์มสำเร็จรูปและวิดเจ็ตที่นำไปติดตั้งบนช่องทางของตัวเอง หรือ efinMCP โดยไม่ต้องเริ่มพัฒนาใหม่ทั้งหมด"
นายวชิรเมษฐ์ ธเนศสถิตพงศ์ Head of Investment Analytics & Innovation, efin Group เล่าถึงข้อจำกัดของการใช้ AI ว่า "ข้อมูลการเงินไม่ได้อยู่ที่ตัวโมเดล แต่อยู่ที่วิธีส่งข้อมูลให้โมเดล ถ้าเราโยนข้อมูลดิบทั้งหมดเข้าไป ต้นทุนและความคลาดเคลื่อนจะสูงขึ้นทันที efinMCP จึงทำหน้าที่คำนวณและจัดรูปข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน ผลคือใช้ทรัพยากรน้อยลงหลายร้อยเท่าและคำตอบอ้างอิงแหล่งข้อมูลได้ นี่คือพื้นฐานที่ทำให้องค์กรนำ AI ไปใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ"