กลุ่มเจนเนอราลี่ ผนึกกำลังธนาคารโลก ยกระดับโซลูชันด้านการประกันภัย สร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยง และการลงทุนในตลาดเกิดใหม่
กลุ่มเจนเนอราลี่ และกลุ่มธนาคารโลก ลงนามบันทึกความเข้าใจ ณ การประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลก (WBG) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยมีรากฐานมาจากความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเงินทุนภาคเอกชน เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือความเสี่ยง พร้อมขยายขอบเขตโซลูชันด้านประกันภัยและการลงทุนที่ตอบโจทย์ตลาดเกิดใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันการลงทุนและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันภัยในตลาดเกิดใหม่ โดยในมิติของการลงทุน กลุ่มเจนเนอราลี่และกลุ่มธนาคารโลกจะร่วมกันสร้างโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการนำเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยยังคงตอบโจทย์หลักเกณฑ์และข้อกำหนดการลงทุนของกลุ่มเจนเนอราลี่
ในส่วนของโซลูชันด้านการประกันภัย ระยะแรกจะมุ่งเน้นไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชีย โดยให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาความคุ้มครองรองรับสังคมสูงวัย ตามแนวทางของโครงการ Silver Economy Program ของกลุ่มธนาคารโลก ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดรับกับความต้องการของประชากรสูงอายุ ตามโครงการเศรษฐกิจสูงวัยของกลุ่มธนาคารโลก ต่อมาคือ การสนับสนุนภาคเกษตรกรรม ด้วยการให้ความคุ้มครองที่ตรงจุดแก่ภาคการเกษตร ผ่านโซลูชันประกันภัยด้านสภาพภูมิอากาศและประกันภัยความเสี่ยงพืชผลทางการเกษตร และสุดท้าย การยกระดับการคุ้มครองภัยพิบัติและภูมิอากาศ ด้วยการเสริมสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันผลักดันแนวทางการบริหารความเสี่ยงในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เพื่อสร้างระบบคุ้มครองความเสี่ยงด้านภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและรองรับการขยายผลในวงกว้างได้ รวมถึงการออกแบบกลไก นวัตกรรมใหม่ที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ
นายอันเดรอา ซิโรนี (Andrea Sironi) ประธานกรรมการ กลุ่มเจนเนอราลี่ กล่าวว่า "ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือระหว่าง กลุ่มเจนเนอราลี่ และกลุ่มธนาคารโลกในวันนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ประเทศเหล่านี้มี บทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่กลับเป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงโดยมีระดับการคุ้มครองที่ยังไม่เพียงพอ ในโลกที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โซลูชันด้านการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินถือเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยให้ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และรัฐบาล สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปลดล็อกการลงทุนเพื่อหนุนการเติบโตในระยะยาว การผนึกความเชี่ยวชาญและศักยภาพจากทั้งภาครัฐและเอกชนครั้งนี้ ถือเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงโซลูชันใหม่ ๆ ที่สร้างความยั่งยืนและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม"
นายอเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวเสริมว่า "นอกเหนือจากการมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมแล้ว ระบบประกันภัยคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องผลลัพธ์ของการพัฒนา และสร้างความมั่นใจให้เกิดการลงทุนในอนาคต นี่คือโอกาสสำคัญของความร่วมมือกับเจนเนอราลี่ ในการผสานเงินทุนระยะยาวและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง เข้ากับเครือข่ายความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ เครื่องมือทางการเงิน และกลไกการค้ำประกันของเรา"
นอกเหนือจากความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการลงทุน ทั้งสององค์กรยังมุ่งผลักดันเชิงนโยบายในการสร้างความเป็นผู้นำทางความคิด การหารือระดับนโยบาย และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจถึงบทบาทของการประกันภัยในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดช่องว่างการคุ้มครอง
สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้จัดขึ้นภายหลังการเสวนา "Insuring Resilient Growth: De-Risking Investments and Creating Jobs" ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีที่จัดขึ้นโดย กลุ่มเจนเนอราลี่ และสำนักงานผู้อำนวยการบริหารอิตาลีประจำกลุ่มธนาคารโลก โดยมีนายอเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก และนายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู (Alexander De Croo) ผู้บริหารโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เข้าร่วมงาน