21 ตุลาคม วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ กรมอนามัยชวนพบหมอฟัน
หลังผลสำรวจพบสูงอายุ-วัยทำงานมีปัญหาเหงือกและฟัน พร้อมเปิดบริการทำฟันฟรี! ที่คลินิกทันตกรรมกรมอนามัย
วันนี้ (21 ตุลาคม 2569) นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการให้บริการทันตสาธารณสุข ภายใต้โครงการรณรงค์ "คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า" ตุลาคม 2569 เดือนแห่งการรณรงค์ดูแลสุขภาพช่องปากคนไทย เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร. นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย คณะผู้บริหารกรมอนามัย และประชาชน ร่วมงาน ณ คลินิกทันตกรรมกลาง กรมอนามัย อาคาร 4 ชั้น 2 กรมอนามัย
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 ของประเทศไทย พบว่า คนไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ (60-74 ปี) มีฟันผุ และยังไม่ได้รับการรักษา มากที่สุดถึง ร้อยละ 60 รองลงมา คือ วัยทำงาน (35-44 ปี) ร้อยละ 52.9 และในเด็กอายุ 12 ปี ร้อยละ 49.7 และพบความชุกของโรคปริทันต์อักเสบในวัยทำงาน (35-44 ปี) มากที่สุด ร้อยละ 32.6 และผู้สูงอายุ (60-74 ปี) ร้อยละ 31.1 ซึ่งวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระมารดาแห่งทันตแพทย์ไทย กรมอนามัยจึงจัดบริการทางทันตกรรมให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดมูลค่า จำนวน 100 ราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ร่วมสืบสานพระปณิธาน เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพช่องปากที่ดี
ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การป้องกันโรคในช่องปากที่ดีที่สุด ประชาชนทำได้ด้วยตนเองด้วยการแปรงฟันด้วยสูตร 2-2-2 ได้แก่ การแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที และไม่รับประทานอาหารหลังการแปรงฟันนาน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ช่องปากสะอาดนานที่สุด นอกจากนี้ ควรตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตบุคลากรปีละ1-2 ครั้ง เพื่อให้ทราบสภาวะช่องปากตนเอง หากเกิดปัญหาในช่องปากจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลดความเจ็บปวดในช่องปาก และลดการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อน นอกจากนี้ ควรใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน เพื่อทำความสะอาดซอกฟันและร่องเหงือกในจุดที่ขนแปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคปริทันต์ หากประชาชนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ จะทำให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป