ไทยพาณิชย์ - แสนสิริ รวมพลังขับเคลื่อนซัพพลายเชนอสังหาฯ เตรียมวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท หนุนผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จัดงาน "Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน" ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ สิริ แคมปัส เวทีครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับเกียรติจาก นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ปาฐกถาพิเศษฉายภาพรวมการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายและโอกาสของภาคธุรกิจ และ นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การผสานพันธมิตรเพื่อเสริมแกร่งให้แก่ซัพพลายเชน ร่วมด้วยการเสริมแนวทาง ESG และการเตรียมแนวทางสู่ความยั่งยืนจากนายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ และปิดท้ายด้วยการบริหารเงินและต่อยอดโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการซัพพลายเชนอสังหาริมทรัพย์ จากนายศรชัย สุเนต์ตา Deputy Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์

ไทยพาณิชย์ - แสนสิริ รวมพลังขับเคลื่อนซัพพลายเชนอสังหาฯ เตรียมวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท หนุนผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนคู่ค้าของแสนสิริให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากไทยพาณิชย์ ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ* และ สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ** (Sustainable Financing) วงเงินกู้รวมสูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบบำบัดน้ำเสีย และเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ในโลกธุรกิจยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่องกับสินค้านำเข้า ส่งผลกดดันต่อการสร้างรายได้และการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่เป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การค้า และการบริการ รวมถึงมีความเชื่อมโยงทางซัพพลายเชนกับธุรกิจขนาดใหญ่

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด และเราทุกคนต้องตระหนักคือการกลับมาตั้งต้นที่รากฐานสำคัญ 3 ประการในประกอบธุรกิจ ได้แก่ การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) ซึ่งเป็นหัวใจแห่งความอยู่รอด ในวันที่เศรษฐกิจคาดเดาได้ยาก วินัยทางการเงินและการวางแผนที่รัดกุมคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ถัดมาคือความผูกพันและรักษาสัญญา (Commitment to Obligation) ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งผู้ว่าจ้างรายใหญ่ ผู้รับจ้างรายย่อย ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพราะความเชื่อใจ คือต้นทุนที่แพงที่สุดและขาดไม่ได้ในยามวิกฤต และท้ายที่สุดคือความรับผิดชอบในการประคองกันให้รอดคือสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ หากคนตัวเล็กในระบบสะดุดล้ม คนตัวใหญ่ก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้เช่นกัน หน้าที่ของผู้นำและองค์กรขนาดใหญ่จึงไม่ใช่แค่การเดินหน้าให้เร็วที่สุด แต่คือการยื่นมือเข้าไปสนับสนุน ช่วยเหลือและประคับประคองพันธมิตรทุกราย ให้ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันการปรับตัว พึ่งพาตนเองให้ได้ในทุกสถานการณ์ การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว และพยายามหาโอกาสท่ามกลางวิกฤตอยู่เสมอ ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง"

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า "จากโจทย์ความท้าทายดังกล่าว ในส่วนของแสนสิริเราได้ริเริ่มสร้างกลยุทธ์ในด้านความยั่งยืนมากว่า 10 ปี หรือปัจจุบันเราเรียกว่า ESG เราพบว่ากลุ่มที่เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนคือกรีนพาร์ตเนอร์และความร่วมมือใน Ecosystem เราตระหนักดีว่าธุรกิจหลักของแสนสิริคือการนำส่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมี Value Chain และ Supply Chain ที่ยาวและครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย โดยแสนสิริได้นำโมเดล Green Supply Chain มาประยุกต์ใช้ (ผ่าน 3 แกนหลัก: Green Procurement, Green Construction, Green Architecture & Design) มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย ทั้งหมดคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ เพราะเป็นภาคธุรกิจที่มีธุรกิจอื่นต่อเนื่องอีกมากมาย รวมไปถึงการว่าจ้างแรงงาน

แสนสิริ เราไม่ได้แค่มุ่งเป้าลดคาร์บอนขององค์กรลง 20% ในปี 2025 และมุ่งสู่ Net-Zero ในปี 2050 เท่านั้น แต่ความท้าทายเรื่องทรัพยากร ต้นทุนวัตถุดิบ และคุณภาพชีวิตแรงงาน คือปัจจัยที่รอไม่ได้ หากธุรกิจไม่ปรับตัวย่อมส่งผลสะเทือนถึงกันหมด แสนสิริพร้อมสนับสนุน Green Partner ทุกรายให้ เปลี่ยนความ
ท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสทางธุรกิจ และที่สำคัญ เรายังได้ธนาคารไทยพาณิชย์ สถาบันการเงินชั้นนำมาร่วมผนึกกำลังติดอาวุธทางความรู้และมอบโซลูชันทางการเงินให้กับคู่ค้าของแสนสิริในหลายรูปแบบ ทั้งสินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ หรือ Sustainable Finance เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของคู่ค้าแสนสิริในการติดสปีดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน"

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่มีความสำคัญมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ในห่วงโซ่อุปทาน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญที่ถูกหารือบนเวทีโลกเกี่ยวกับการยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการ ทั้งการใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพ การสร้างความพร้อมรับมือกับความผันผวนผ่านแนวทางด้านความยั่งยืน และการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Value Chain Ecosystem และมุ่งสู่การเป็น Business Value Chain Partner ที่ช่วยเชื่อมโยงโอกาส เครือข่าย และศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าและพันธมิตรตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ หนึ่งในอุตสาหกรรมที่สะท้อนบทบาทของซัพพลายเชน ต่อเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน คือ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีห่วงโซ่มูลค่าขนาดใหญ่และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก กำลังเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งต้นทุนที่ผันผวน การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่

"ธนาคารไทยพาณิชย์ และ แสนสิริ จึงร่วมมือกันจัดงาน "Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน" เพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI ไปเสริมศักยภาพ ปรับธุรกิจสู่แนวทางที่ยั่งยืน และเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและพลังแหงความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว" นายสารัชต์ กล่าว

นางพิกุล ศรีมหันต์ Chief Debt Recovery Management Officer และ Chief Business Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความสำเร็จของธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการเติบโตขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากความแข็งแกร่งของทุกฟันเฟืองในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล พร้อมเดินหน้าสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Transactional) ที่ช่วยเชื่อมโยงคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ดังนั้น ธนาคารจึงมุ่งทำหน้าที่เป็น Business Value Chain Partner โดยผสานความร่วมมือกับลูกค้าองค์กรชั้นนำ เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการในซัพพลายเชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุน องค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ งานนี้ จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการใน Ecosystem เดียวกัน โดยธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมขับเคลื่อนเอสเอ็มอีในกลุ่มนี้ ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ* และ สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ** (Sustainable Financing) วงเงินกู้รวมสูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้ง Value Chain

*วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับลูกค้าในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคาร การอนุมัติสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และการพิจารณาของธนาคาร ทั้งนี้ ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อมูลทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และเงื่อนไขอื่นตามที่ธนาคารกำหนด

** สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ (Sustainable Financing) อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% (ปีแรก) สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติภายใน 31 ธันวาคม 2569 วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการด้าน Green Activities เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบบบำบัดน้ำเสีย อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ข่าว ธนาคารไทยพาณิช ล่าสุด