LINE BEAUTYTECH 2026 ล้วงอินไซต์ ถอดรหัสเกมธุรกิจบิวตี้ไทย เปิดกลยุทธ์สร้าง "Repeat Love" สู้ตลาดเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน

LINE ประเทศไทย จัดงาน "LINE BEAUTYTECH 2026" กิจกรรมเวิร์คช้อปพร้อมเวทีเสวนา เปิดโลกธุรกิจความงามยุคใหม่ พาผู้ประกอบการและนักการตลาดเจาะลึกอินไซต์และอัปเดตเทรนด์ รับการแข่งขันตลาด Beauty ที่เข้มข้นขึ้นจากการเติบโตของทั้ง K-Beauty, J-Beauty และ C-Beauty ที่เข้ามาชิงพื้นที่และความสนใจจากผู้บริโภคไทย พร้อมเปิดกลยุทธ์การตลาดผ่านแนวคิด"From First Touch to Repeat Love" ชวนแบรนด์เปลี่ยนโจทย์จากการมุ่งสร้างยอดขาย สู่การออกแบบทุกโมเมนต์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ นำไปสู่การซื้อซ้ำและเติบโตในระยะยาว

LINE BEAUTYTECH 2026 ล้วงอินไซต์ ถอดรหัสเกมธุรกิจบิวตี้ไทย เปิดกลยุทธ์สร้าง "Repeat Love" สู้ตลาดเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน

ตลาด Beauty แข่งเดือด ดัน "Brand Love" เป็นโจทย์ใหญ่

คุณเปรียว คณินกร ณ อยุธยา หัวหน้าทีมที่ปรึกษาธุรกิจกลุ่ม New Business, LINE ประเทศไทยเปิดเผยว่า "ตลาด Beauty ไทยมีมูลค่าราว 4 แสนล้านบาท และยังเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี แต่การเติบโตนี้ก็มาพร้อมการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น จากเดิมที่แบรนด์ไทยแข่งขันกับ Global Brand เป็นหลัก วันนี้มีทั้ง K-Beauty, J-Beauty และ C-Beauty ที่เข้ามาชิงพื้นที่มากขึ้น ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคก็ใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น และคาดหวังว่าแบรนด์จะเข้าใจตัวเอง ทำให้ Emotional Connection เป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาเลือกแบรนด์เดิมไม่ได้มีเพียงตัวสินค้า แต่รวมถึงประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่แบรนด์สร้างไว้"

โดยจากอินไซต์พบว่า กว่า 60% ของสมาชิก Loyalty Program มีแนวโน้มใช้จ่ายมากกว่าลูกค้าทั่วไป ขณะที่ 82% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มภักดีต่อแบรนด์ที่สามารถสร้างความผูกพันแบบEmotional ได้ และ 70% พร้อมแนะนำแบรนด์ต่อถ้าได้รับประสบการณ์ที่ดี นอกจากนี้ การใช้งาน Messaging API ของ Beauty Brand บน LINE ยังเติบโตขึ้นกว่า 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ Beauty ในไทยให้ความสำคัญกับ CRM และการสื่อสารแบบ Personalization มากขึ้น

รู้จัก Beauty Shopper 3 กลุ่ม บน LINE

ความแตกต่างระหว่างเจนเนอเรชันและ Digital Touchpoint ที่หลากหลาย ยังทำให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการไม่เหมือนกัน โดยกลุ่ม Beauty Shopper บน LINE สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Spontaneous Browser ที่ตัดสินใจค่อนข้างเร็วและชื่นชอบโปรโมชันหรือรีวิว, Enthusiast ที่สนุกกับการเลือกซื้อ ชอบความหลากหลายและแคมเปญที่มีลูกเล่น และ Extreme Shoppers มองการช้อปปิ้งเป็นงานอดิเรก ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ รวมทั้งสินค้าใหม่และสินค้าพรีเมียม ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การสร้าง Customer Journey ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับลูกค้าทุกกลุ่มได้ LINE จึงวางบทบาทเป็น Connecting Point ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เชื่อมประสบการณ์ผ่าน Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Chat ผ่าน LINE OA, Content บน LINE TODAY, การสร้าง Community ผ่าน LINE OpenChat ไปจนถึงการช้อปปิ้งบน LINE SHOPPING

5 เจน 5 โจทย์ โอกาสน่าจับตาที่แบรนด์ต้องเข้าใจ

ด้าน คุณวรทรรศน์ ศุภกิจ Chief Revenue Officer และ Co-founder บริษัท Wisesight (Thailand) จำกัด เผยว่า "ถ้าเจาะลึกลงไปในตลาด Beauty โอกาสไม่ได้อยู่แค่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะ Gen Y และ Gen X ถือเป็นช่วงวัยที่มีกำลังซื้อและยังมีการแข่งขันไม่ค่อยสูง ซึ่งแต่ละเจนมีความต้องการแตกต่างกัน เช่น Baby Boomer ที่ให้ความสนใจกับเรื่องผมหงอก และดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ, Gen X มีโจทย์สำคัญเรื่องฝ้า, Gen Y เผชิญปัญหาริ้วรอยก่อนวัยจากไลฟ์สไตล์การทำงานและการพักผ่อน, Gen Z มีปัญหาสิวเป็นหนึ่งในความกังวลหลัก ไปจนถึง Gen Alpha ที่แม้ยังไม่ใช่ผู้ตัดสินใจซื้อโดยตรง แต่มีพ่อแม่ในกลุ่ม Gen X และ Gen Y เป็นผู้เลือกซื้อสินค้าให้"

ออกแบบ 4 Stage เปลี่ยนทุกโมเมนต์ลูกค้าสู่ Repeat Love

เมื่อผู้บริโภคแต่ละเจนมีความต้องการและพฤติกรรมต่างกัน การออกแบบ Customer Journey จึงไม่สามารถใช้สูตรเดียวกับลูกค้าทุกคนได้ โดย ดร.ทิป มัณฑิตา จินดา Founder & MD of Digital Tips ชี้ว่า Customer Journey ในวันนี้ไม่เหมือนในตำรา นักการตลาดจึงควรเปลี่ยนแนวคิดและคำถามใหม่ ผ่าน 4 Stages ได้แก่

  • Discover Better ต้องให้เหตุผลมากพอเพื่อหยุดดู แบรนด์ต้องหา Relevance และความแตกต่าง ที่เชื่อมกับ Pain Point หรือความสนใจของลูกค้า เช่น ยูนิลีเวอร์ ใช้ LINE Mission Sticker ชวนตอบคำถามเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมเพื่อแลกรับสติกเกอร์เซตสุดพิเศษ พร้อมกระตุ้นให้เกิด Engagement กับ LINE OA ของแบรนด์ เพื่อเก็บดาต้าไปต่อยอดการสื่อสารให้ตรงกับความสนใจ
  • Nurture Trust สร้างความเชื่อใจ คลายทุกข้อสงสัย ลูกค้ามักมาพร้อม Micro-question เช่น ผลิตภัณฑ์เหมาะกับผิวหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน หรือให้ผลลัพธ์อย่างไร แบรนด์จึงควรออกแบบข้อมูล รีวิว หรือคำแนะนำที่ช่วยลดข้อสงสัยเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุม
  • Move to Action ลด Friction ในจังหวะที่ลูกค้าพร้อมซื้อ เมื่อลูกค้าเริ่มมี Buying Intent โจทย์คือต้องเปลี่ยนเส้นทางจาก "สนใจ" ไปสู่ "ซื้อ" ให้สั้นและง่ายที่สุด เช่น Madame Fin ที่ใช้โซลูชันบน LINE ได้อย่างครบวงจร ทำให้เส้นทางการซื้อของลูกค้ามีความง่าย สะดวกสบาย ตั้งแต่การลงโฆษณาผ่าน LINE Ads สร้าง Awareness ก่อนเชื่อมการสื่อสารไปสู่ LINE OA และปิดการขายผ่านเครื่องมือ MyShop ส่งผลให้ Follower เติบโต 5 เท่า และยอดขายจาก LINE Ads เพิ่มขึ้น 126%
  • Build Repeat Love อย่าปล่อยให้ Journey จบที่ใบเสร็จ แบรนด์สามารถนำข้อมูลการซื้อมาต่อยอดเป็นการติดตามผล แนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้อง หรือเตือนในช่วงที่สินค้าใกล้หมด โดยเครื่องมือ Business Manager จาก LINE สามารถทำหน้าที่ช่วยเชื่อมข้อมูลจาก LINE OA, LINE Ads และ Touchpoint อื่น ๆ บน LINE เพื่อให้แบรนด์ทำ Retargeting ต่อยอด CRM ได้แม่นยำขึ้น โดยแบรนด์ที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จ เช่น AES Class Clinic ที่นำข้อมูลมาใช้บริหารกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้อัตราการคลิก (CTR) เพิ่มขึ้น 4 เท่า Cost Per Friendลดลง 40% และจำนวนแชทบน LINE OA เพิ่มขึ้น 100%

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กช้อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้นำอินไซต์มาลองออกแบบCustomer Journey และโมเมนต์ในแต่ละ Stage ผ่านโจทย์และ use case จริง พร้อมเปิดเวทีสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้มุมมอง เทคนิค และประสบการณ์จริง จากผู้บริหารแบรนด์บิวตี้ชั้นนำในเมืองไทยอย่าง Oriental Princess กับแนวคิดการทำการตลาด Beauty ที่น่าสนใจ จนสามารถครองใจคนไทยมาได้ยาวนานกว่า 36 ปี

LINE for Business พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่อยู่เคียงข้างการเติบโตของธุรกิจ Beauty ไทย ผ่าน Ecosystem และโซลูชันที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึง เข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในทุกโมเมนต์ เพื่อเปลี่ยนจาก First Touch สู่ Repeat Love และต่อยอดการเติบโตในระยะยาว สำหรับธุรกิจ Beauty ที่สนใจใช้งานแพลตฟอร์มหรือโซลูชันบน LINE สามารถติดต่อทีมที่ปรึกษาธุรกิจของ LINE ได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด