"พลัส พร็อพเพอร์ตี้" เดินหน้าลุยตลาดพรีเมียม Q4 ชูจุดแข็ง Property Management เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์-หนุนศักยภาพปล่อยเช่า
"พลัส พร็อพเพอร์ตี้" ในเครือแสนสิริ เดินหน้าขยายธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในไตรมาส 4 ต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปีในการบริหารคอนโดมิเนียมและบ้านระดับ Luxury, Ultra Luxury และ Branded Residence ที่พลัสฯ ดูแลกว่า 100 โครงการ โดยตั้งเป้าขยายพอร์ต Property Management โครงการระดับบน เจาะพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต และ หัวหิน มุ่งสู่เป้ารายได้ 2,100 ล้านบาทในปีนี้
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า "พลัสฯ มีแผนระยะยาวในการเดินหน้าพัฒนาบริการ Property Management ระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาผู้บริหารอาคารและการอยู่อาศัยที่มีมาตรฐานพร้อมทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ด้วยบริการที่ครบวงจร ทั้งนิติคอนโดและหมู่บ้าน ดูแลซื้อขายเช่า รวมถึงบริการหลังการขายอสังหาฯ ที่ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยครบทุกมิติ สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน
"การบริหารจัดการที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาฯ ควบคู่กับคุณภาพของที่อยู่อาศัยและทำเลที่มีศักยภาพ โดยการเจาะตลาดลูกค้าระดับบนเป็นกลยุทธ์หลักของพลัสฯ ในระยะ 3 ปีนี้ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนความเชี่ยวชาญด้าน Property Management ระดับพรีเมียม มุ่งยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ ซึ่งโครงการระดับพรีเมียมพี่พลัสฯบริหารอยู่ ในโซน สีลม/สาทร/วิทยุ มีตัวอย่างเช่น 98 Wireless, The Met, The River, Athenee Residence, The Empire Place และ The Bangkok Sathorn ส่วนในโซนสุขุมวิทคือ Millenium Residence, The Monument Thonglor, Khun by Yoo, Ashton Asoke และ Ficuslane เป็นต้น"
การบริหารจัดการที่ดีจะมีส่วนช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อและผู้เช่า เนื่องจากโครงการมีสภาพดี ไม่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ระบบภายในโครงการพร้อมใช้งาน ซึ่งการที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องมีทีมที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารค่าส่วนกลางได้อย่างเหมาะสมด้วย รวมไปถึงสามารถสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี สอดรับกับความต้องการของลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับ After Sale Service ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น
ซึ่งจากสถานการณ์ฉุกเฉินอันไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผนดินไหว หรือ น้ำท่วม พลัสฯ ได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า โครงการที่พลัสฯ บริหารทั้งหมดถือว่ามีการจัดการอย่างมืออาชีพทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ก็สามารถซ่อมแซมและปรับปรุงพื้นที่ให้กลับมาพร้อมใช้งานและอยู่ในสภาพที่ดี พลัสฯ จึงเป็นรายแรกๆ ที่ลูกค้านึกถึงเมื่อมองหาผู้ที่จัดการวิกฤติได้ดี
นอกจากประสบการณ์กว่า 30 ปี แล้วเบื้องหลังความแข็งแกร่งของพลัสฯ มาจากการพัฒนาทีมงานให้มีศักยภาพสูง สามารถตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมียมได้ ผ่านการอบรมจากสถาบัน PLUS EDUPLEX และพลัสฯยังมีการส่งเสริมความเติบโตและมอบสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน เพื่อให้ทีมงานสามารถส่งมอบบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าได้
ในปีนี้ พลัสฯได้รับเลือกให้บริหารโครงการใหม่เพิ่มมาแล้วหลายโครงการได้แก่ The Standard Residences Phuket และ Hua Hin, The ESSE Sukhumvit 36 และ The Reserve Villa เป็นต้น พลัสฯ จึงพร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปีเพื่อขับเคลื่อนองค์กร สู่เป้ารายได้ 2,100 ล้านบาทในปี 2569 ต่อไป