บล.ทิสโก้ มองหุ้นไทยโค้งสุดท้ายปีมีโอกาสกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น จับตากำไรไตรมาส 3 ชี้ทิศทางตลาด แนะกระจายลงทุน 4 ธีม พร้อมคัด 7 หุ้นเด่นเดือน พ.ย.

บล.ทิสโก้มองภาพการลงทุนช่วงโค้งสุดท้ายของปียังเป็นบวก คาดตลาดหุ้นทั่วโลกได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ ที่ลดลงหลังการเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 เป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางหุ้นไทย
หากกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตตามคาด มีโอกาสหนุน SET Index เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ในปีหน้า แนะนำหุ้นเด่นเดือนพฤศจิกายน ได้แก่ AOT, BDMS, CENTEL, ERW, GULF, KBANK และ PTTEP พร้อมเลือก VT03 และ KO80 เป็น DR เด่นรับตลาดผันผวน

บล.ทิสโก้ มองหุ้นไทยโค้งสุดท้ายปีมีโอกาสกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น จับตากำไรไตรมาส 3 ชี้ทิศทางตลาด แนะกระจายลงทุน 4 ธีม พร้อมคัด 7 หุ้นเด่นเดือน พ.ย.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, IAA, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด
เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ภาพรวมการลงทุนมีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองโลกที่ลดลงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงนโยบายที่สร้างความผันผวนจากทรัมป์จากการถ่วงดุลอำนาจกันระหว่างสภาคองเกรสและประธานาธิบดี สอดคล้องกับสถิติในอดีตที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักตอบรับเชิงบวกหลังการเลือกตั้งกลางเทอม (ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +1.1% ถึง +6.6% ในช่วง 1-3 เดือนหลังการเลือกตั้ง และมีระดับความเชื่อมั่นที่สูงราว 70-80%) และผลบวกดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผ่านมายังตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดสำหรับตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นจะอยู่ที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของแนวโน้มกำไรที่ตลาดปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ ภาพรวมกำไรไตรมาส 3 คาดยังได้รับแรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี เทคโนโลยี และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะธีม AI และ Data Center ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์ยังคงเติบโตดีตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ แต่ด้วยความคาดหวังของตลาดที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผลประกอบการรอบนี้มีความสำคัญต่อทิศทางความเชื่อมั่นและกระแสเงินทุนในระยะถัดไป

ในมุมมองระยะกลาง แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด โดยการเติบโตมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้นจากเดิมที่พึ่งพากลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก สู่กลุ่มธนาคาร เทคโนโลยี การบริโภค และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่มีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ไปสู่การฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ตามการขยายตัวของสินเชื่อและทิศทางดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า หากกำไรตลาดยังเติบโตได้ตามคาด จะเป็นฐานสำคัญที่สนับสนุนการปรับตัวขึ้นของ SET Index ในปีหน้า

สำหรับปัจจัยในประเทศ แม้การเลื่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปเป็นเดือนธันวาคมไม่น่ากระทบเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดรอความชัดเจนและอาจส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจบางส่วนล่าช้า โดยสรุป บล.ทิสโก้มองว่าภาพการลงทุนในระยะข้างหน้ายังคงให้น้ำหนักเชิงบวก

โดยปัจจัยชี้ขาดสำหรับตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่คุณภาพของผลประกอบการและแนวโน้มกำไรในปีหน้า หากผลประกอบการโดยรวมยังสามารถเติบโตได้ตามคาด ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสสูงที่จะกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ในปีหน้า

บล.ทิสโก้ยังคงกลยุทธ์การกระจายการลงทุนในหลายธีมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการรับผลตอบแทนและการถัวความเสี่ยง ทั้ง "Growth" แนะนำ GULF, "Defensive & Dividend" ชอบ BDMS, KBANK และ "Commodity Hedge" แนะนำ
PTTEP นอกจากนี้ บล.ทิสโก้เพิ่ม "Seasonal Play" ที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นและเก็งหุ้นที่คาดจะเข้า SET50 Index แนะนำ AOT, CENTEL, ERW โดยหุ้นแนะนำในเดือนนี้บล.ทิสโก้เน้นหุ้นที่คาดงบ Q3 จะออกมาดีและมีแนวโน้มกำไร Q4 ดีต่อเนื่อง

สรุปหุ้นเด่นประจำเดือน พ.ย. คือ AOT, BDMS, CENTEL, ERW, GULF, KBANK และ PTTEP ด้านแนวรับ และแนวต้านสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1500-1520, 1480 และ 1580-1600, 1630 จุด ตามลำดับ

ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือน พ.ย. นี้ บล.ทิสโก้แนะนำ VT03 และ KO80 หลังจากที่ความผันผวนของตลาดกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค. ทำให้บล.ทิสโก้เลือกที่จะปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตลง โดยใช้
VT03 เป็นตัวแทนของสินทรัพย์ประเภทหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงหุ้นทั่วโลก ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนกระจุกเฉพาะกลุ่ม และสำหรับ KO80 หรือ Coca - Cola ที่เป็นหุ้นเชิงรับที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง หากมีแรงขายในกลุ่มเทคจะเป็นหุ้นที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้า

ข่าว อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ล่าสุด