SGC เดินหน้าปรับโครงสร้างพอร์ตเชิงรุก บอร์ดไฟเขียวขายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) ไม่เกิน 1,300 ล้านบาท ให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวโยง พร้อมเร่งขยายสินเชื่อ Lock Phone รับไฮซีซันตลาดมือถือช่วงไตรมาส 3-4 หลังขึ้นแท่นพอร์ตหลักให้ Yield สูงกว่าอยู่ที่ราว 25% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนเงินทุน ลดการพึ่งพาแหล่งเงินทุนใหม่ และสนับสนุนแนวโน้ม Cost of Fund ลดลง ขณะที่ SINGER-SGC เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นเคลียร์ขาดทุนสะสมรวมประมาณ 2,296 ล้านบาทให้เหลือศูนย์ ชงผู้ถือหุ้นไฟเขียว 29 ก.ย.นี้ เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและเปิดทางพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอนาคต
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) จำนวนไม่เกิน 1,300 ล้านบาท ให้แก่นิติบุคคลซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยเมื่อคำนวณขนาดรายการตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน มีมูลค่าต่ำกว่า 25% จึงไม่เข้าข่ายรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญตามเกณฑ์ที่กำหนด
การขายพอร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ปรับ Portfolio Mix ของ SGC หลังบริษัทหยุดปล่อยสินเชื่อรถทำเงินใหม่มาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2567 และหันมาให้น้ำหนักกับสินเชื่อ Lock Phone มากขึ้น โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีพอร์ตบัญชีลูกหนี้ (Gross Receivables) รวมประมาณ 14,118 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) ราว 4,418 ล้านบาท หรือ 31% ของพอร์ตรวม ขณะที่ สินเชื่อโทรศัพท์มือถือ Lock Phone มีพอร์ต 8,441 ล้านบาท หรือประมาณ 60% ของพอร์ตรวม เพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปี 2568 และก้าวขึ้นเป็นพอร์ตสินเชื่ออันดับหนึ่งของบริษัท
ทั้งนี้ ภายหลังดำเนินการจำหน่ายพอร์ต C4C คาดว่าพอร์ตสินเชื่อรถทำเงินจะลดลงจาก 4,418 ล้านบาท มาอยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านบาท โดยจะทยอยดำเนินธุรกรรมตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคมปีนี้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ลดน้ำหนักพอร์ตเดิม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
นายอโณทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทคาดว่าจะได้รับเงินสดจากการขายพอร์ตมาสนับสนุนการขยายสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจโทรศัพท์มือถือ สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารแหล่งเงินทุน จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4 ตามแผนเดิมที่วางไว้ เนื่องจากสามารถนำเงินสดจากการขาย C4C กลับมาหมุนเวียนเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้โดยตรง และกระแสเงินสดจากการจัดเก็บสินเชื่อ Lock Phone ช่วยลดการพึ่งพาเงินทุนใหม่ และสนับสนุนแนวโน้มต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ให้ทยอยลดลงในอนาคต
ขณะเดียวกัน การปรับพอร์ตไปสู่ Lock Phone ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เนื่องจากสินเชื่อ Lock Phone มี Yield ประมาณ 25% สูงกว่า C4C ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 15% อีกทั้งมีอายุสัญญาสั้นกว่า ทำให้เงินทุนสามารถหมุนกลับมาปล่อยสินเชื่อรอบใหม่ได้เร็วกว่า พร้อมลดภาระด้านการบริหารจัดการและการตั้งสำรองของพอร์ต C4C ในระยะต่อไป
สำหรับเครื่องยนต์หลักของ SGC ในระยะต่อไป บริษัทยังคงเดินหน้าเร่งขยายสินเชื่อ Lock Phone ผ่านแพลตฟอร์ม SG FINANCE+ และเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมสมาร์ตโฟน 8 แบรนด์หลัก โดยตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 ไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 50% จากประมาณ 9,300 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมต่อยอดฐานลูกค้าที่ปัจจุบันอยู่ที่ราว 1.7 ล้านราย
ด้าน นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER กล่าวว่า นอกเหนือจากการปรับพอร์ตของ SGC แล้ว ทั้ง SINGER และ SGC ยังเดินหน้าจัดโครงสร้างทางการเงิน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต โดยคณะกรรมการของทั้งสองบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณานำทุนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นมาชดเชยผลขาดทุนสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการ
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 SINGER มีผลขาดทุนสะสม 1,439.58 ล้านบาท ขณะที่ SGC มีผลขาดทุนสะสม 856.37 ล้านบาท รวมประมาณ 2,295.95 ล้านบาท โดยภายหลังได้รับอนุมัติและดำเนินการแล้ว ผลขาดทุนสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการของทั้งสองบริษัทจะลดลงเหลือ 0 บาท ทั้งนี้ เป็นการปรับรายการภายในส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่มีการเพิ่มทุน ไม่มีเงินสดไหลออก และไม่ทำให้มูลค่ารวมของส่วนของผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลง
"การเคลียร์ขาดทุนสะสมเป็นการจัดโครงสร้างทางการเงินให้มีความพร้อมมากขึ้น เมื่อผลขาดทุนสะสมลดลงเหลือศูนย์ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ทั้ง SINGER และ SGC ในการพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอนาคต ภายใต้ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด และเงื่อนไขตามกฎหมายที่เหมาะสม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะต่อไป" นายนราธิปกล่าว
ทั้งนี้ SGC กำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ขณะที่ SINGER จัดประชุมในวันเดียวกันเวลา 14.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-EGM) โดยทั้งสองบริษัทกำหนดวันที่ 3 กันยายน 2569 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record Date)
กรุงศรี ออโต้ โชว์แกร่งผู้นำตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ พอร์ตครึ่งปีแรกทะลุ 40,000 ล้านบาท ปักหมุดสร้างอีโคซิสเต็มเพื่อไบค์เกอร์รายแรกในไทย
ธนาคารออมสิน Best Retail Bank of the Year 2026
สมหวัง เงินสั่งได้ เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ เข้าใจทุกวิกฤตการเงิน ย้ำจุดยืน 'เพื่อนที่พร้อมเคียงข้างคนไทย'
สมหวัง เงินสั่งได้ เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ เข้าใจทุกวิกฤตการเงิน ย้ำจุดยืน 'เพื่อนที่พร้อมเคียงข้างคนไทย'
TK ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 222.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 23.1 ล้านบาท สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ Q1 พุ่งกว่า 250% YoY ตั้งเป้าพอร์ตทั้งปีโต 50%
กรุงศรีเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อยานยนต์ของบริษัทในเครือซีไอเอ็มบีไทย
ทีทีบีไดรฟ์ คว้ารางวัล Best EV Finance Brand 4 ปีซ้อน ตอกย้ำผู้นำสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าในไทย
ทีทีบีไดรฟ์ จัดดีลแรงรับน้ำมันแพง ในงาน Motor Show 2026 ออกรถไฟฟ้าใหม่ ช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท