นายคอร์ราโด จาควินโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ "KISS" เปิดเผยว่า "เรามีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งกับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก และยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ ยังคงสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีทั้งรายได้และกำไรเติบโตในระดับเลขสองหลัก แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่มีความท้าทาย ผลการดำเนินงานที่ดีได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของยอดขายออกสู่ผู้บริโภค (Sell-out) ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลัก การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในช่องทางสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเห็นความคืบหน้าที่น่าพอใจจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตในอนาคต"
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 630 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 78 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งและการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง ควบคู่กับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับไตรมาส 2 แบรนด์ Rojukiss มีรายได้เติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้รับแรงสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลักและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ Serum Treatment Pads และ 10X Treatment Masks ขณะที่ช่องทางอีคอมเมิร์ซเติบโต 347% และช่องทางโมเดิร์นเทรดเติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลรวม 35.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 108% ของกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรวมสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.11 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569
Rojukiss ยังสามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าของประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 17.9% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 จาก 17.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค นอกจากนี้ โรจูคิสยังได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุด (Most Chosen Brand) ในหมวดผลิตภัณฑ์มาสก์หน้า จากการวัด Consumer Reach Points ของ Brand Footprint สำหรับช่วงวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ถึง 5 ตุลาคม 2569 โดยจัดเก็บข้อมูลโดยบริษัท นูเมอเรเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
การขยายธุรกิจในต่างประเทศยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ 12 ตลาด ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า 10 ตลาดภายในสิ้นปีได้แล้ว และยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินงานในต่างประเทศผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย โดยมีเป้าหมายที่สูงขึ้นในการขยายสู่ 15 ตลาดภายในสิ้นปี 2569
ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการเติบโต KISS ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 18 บริษัทจดทะเบียนไทยที่ติดอันดับ Forbes Asia's Best Under A Billion 2026 ซึ่งเป็นการจัดอันดับ 200 บริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์หลัก การเร่งพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และการลงทุนด้านการตลาดและการขายอย่างมีกลยุทธ์
******************************
KISS ผถห. ไฟเขียวอนุมัติเคาะจ่ายปันผล 0.23 บาทต่อหุ้น เดินหน้าขยายธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง
KISS โชว์รายได้ กำไรปี 68 โตต่อเนื่อง กางแผนขยายตลาดต่างประเทศ หนุนปี 69 เติบโตแกร่ง
KISS คว้ารางวัล CEO of the Year จากเวที THAILAND BUSINESS LEADER OF THE YEAR ตอกย้ำผู้นำองค์กรระดับสากล
KISS ติดอันดับ "Forbes Asia Best Under A Billion 2025" สะท้อนศักยภาพธุรกิจไทยที่เติบโตโดดเด่นอย่างยั่งยืน
KISS เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรระดับสองหลักหนุน
KISS เปิดตัว "Rojukiss Skin Lab" ศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ ร่วมกับพันธมิตร
"KISS" นำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนในงาน Opportunity Day พร้อมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ
KISS กวาดรายได้ครึ่งปี 68 ที่ 512 ลบ. กำไร 59 ลบ. พร้อมการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับสองหลักของยอดขายหน้าร้าน (Sell Out) ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดมาสก์หน้า และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามและลาว