JW Marriott Khao Lak ร่วมกับ Duc de Praslin เปิดตัวโรงงานผลิตช็อกโกแลตแบบ Bean-to-Bar และบูติกช็อกโกแลตแห่งใหม่ภายในรีสอร์ต ถ่ายทอดเสน่ห์ของโกโก้พื้นถิ่นจากพังงาสู่ประสบการณ์ "จากฝักโกโก้สู่พราลีน" พร้อมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน JW Marriott Summer Garden Party ประจำปีนี้
JW Marriott Khao Lak Resort & Spa เปิดตัว Duc de Praslin Chocolaterie Boutique & Atelier จุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับคนรักช็อกโกแลต พร้อมโรงงานผลิตช็อกโกแลตแบบ Bean-to-Bar และบูติกแห่งแรกในภาคใต้ที่ตั้งอยู่ภายในรีสอร์ต ถ่ายทอดเรื่องราวของโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดพังงา ผ่านเส้นทางจากฝักโกโก้สู่พราลีน และประสบการณ์ที่ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสได้ภายในรีสอร์ต
โกโก้ที่เติบโตท่ามกลางพื้นที่เนินเขาตอนในของจังหวัดพังงา ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนศักยภาพของพังงาในฐานะแหล่งปลูกโกโก้ที่น่าจับตามองของประเทศไทย โดยโรงงานและบูติกแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ Duc de Praslin แบรนด์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยที่ก่อตั้งและดูแลโดยช่างทำช็อกโกแลตชาวเบลเยียม
แนวคิดดังกล่าวได้รับการเผยโฉมครั้งแรกในงาน JW Marriott Summer Garden Party เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้ธีม "Rooted in Chocolate" งานประจำปีที่ถ่ายทอดปรัชญาของ JW Garden ผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาล การรังสรรค์อาหาร และประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างใส่ใจ
"เราเชื่อมาโดยตลอดว่า ความหรูหราที่แท้จริงจะมีความหมายเมื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ทั้งผืนดิน ชุมชน และผู้คนที่ร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ให้กับสถานที่แห่งนี้" Abhimanyu Singh, Area General Manager, Southern Thailand และ General Manager, JW Marriott Khao Lak Resort & Spa กล่าว "Rooted in Chocolate คือการนำแนวคิดดังกล่าวมาถ่ายทอดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม"
โรงงาน บูติก และอเทอลิเยร์แห่งใหม่ภายในรีสอร์ต เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสศาสตร์และงานฝีมือเบื้องหลังช็อกโกแลตแต่ละแท่งอย่างใกล้ชิด ผ่านเวิร์กช็อป กิจกรรมชิม และเมนูที่รังสรรค์ขึ้นจากช็อกโกแลตตลอดทั้งปี สำหรับทั้งครอบครัวและผู้ที่หลงใหลในช็อกโกแลต พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรพังงา ผู้อยู่เบื้องหลังวัตถุดิบสำคัญของประสบการณ์นี้
ความร่วมมือกับ Duc de Praslin แบรนด์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยที่ก่อตั้งและดูแลโดยช่างทำช็อกโกแลตชาวเบลเยียม นำองค์ความรู้และศิลปะแห่งการทำช็อกโกแลตแบบเบลเยียมที่สืบทอดผ่านหลายรุ่น มาผสานเข้ากับโกโก้ที่ปลูกในพื้นที่เนินเขาตอนในของจังหวัดพังงา หนึ่งในแหล่งปลูกโกโก้ที่มีศักยภาพของประเทศไทย ปัจจุบัน อย่างน้อย 85% ของโกโก้ที่ใช้ในโรงงานผลิตช็อกโกแลตแบบ Bean-to-Bar ของ Duc de Praslin ภายในรีสอร์ต มาจากจังหวัดพังงา ผ่านการรับซื้อจากสหกรณ์เกษตรกรในพื้นที่เป็นประจำทุกเดือนในราคาคงที่ โดยจนถึงปัจจุบันมีการจัดซื้อโกโก้ท้องถิ่นแล้วกว่า 1.6 ตัน พร้อมวางแผนเพิ่มปริมาณการจัดซื้อในอนาคต และขยายการสนับสนุนแหล่งปลูกโกโก้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย
แนวคิดการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่ายังต่อยอดสู่ครัวของรีสอร์ต โดยส่วนต่างๆ ของโกโก้ ทั้งเปลือก คาเคานิบส์ และเนื้อโกโก้ ถูกนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการทิ้ง ขณะที่เศษพืชจากการดูแลสวนจะถูกนำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อหมุนเวียนกลับคืนสู่ธรรมชาติ
"หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่เรามีร่วมกัน คือการเลือกใช้โกโก้จากแหล่งที่อยู่ใกล้กับสถานที่ผลิตของเราให้มากที่สุด พร้อมส่งต่อผลิตภัณฑ์กลับสู่ผู้บริโภคในพื้นที่เดียวกัน" Jean-Louis Graindorge เจ้าของ Duc de Praslin Chocolaterie กล่าว "แนวทางนี้ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นภายในชุมชน ควบคู่ไปกับการลดระยะทางในการขนส่ง เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดมีความยั่งยืนมากที่สุด การทำงานโดยตรงกับสหกรณ์เกษตรกรในจังหวัดพังงา ด้วยการรับซื้อเป็นประจำทุกเดือนในราคาคงที่ ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและสามารถคาดการณ์ได้ ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตและการดำเนินชีวิตในระยะยาวได้ โครงการนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตของชุมชนและวิถีชีวิตของเกษตรกร เพื่อให้ทุกครั้งที่ความต้องการช็อกโกแลตของเราเติบโตขึ้น คุณค่าที่ส่งกลับไปยังชุมชนผู้ปลูกโกโก้ก็เติบโตไปพร้อมกัน"
ภายในอเทอลิเยร์ ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสหนึ่งในประสบการณ์ซิกเนเจอร์อย่าง Pod to Bar Workshop ที่พาไปทำความรู้จักต้นกำเนิดของโกโก้ไทยผ่านประสาทสัมผัส ทั้งรสชาติ สัมผัส และกลิ่น ก่อนลงมือรังสรรค์และตกแต่งช็อกโกแลตบาร์ในแบบของตัวเองเพื่อเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน ในอนาคต บูติกเตรียมต่อยอดประสบการณ์ด้วยคลาสทำช็อกโกแลตสำหรับครอบครัว กิจกรรมชิม และเมนูช็อกโกแลตตามฤดูกาลในห้องอาหารต่าง ๆ ของรีสอร์ต พร้อมกิจกรรมปลูกและเก็บเกี่ยวโกโก้ภายใน JW Garden พื้นที่ 27 เอเคอร์ ซึ่งรวบรวมสมุนไพร ดอกไม้รับประทานได้ และผลไม้นานาชนิดไว้เคียงข้างต้นโกโก้ที่ปลูกขึ้นใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูทั่วทั้งรีสอร์ต นอกเหนือจากประสบการณ์ภายในบูติก JW Garden ยังเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับธรรมชาติ ตั้งแต่การเดินชมสวนพร้อมผู้เชี่ยวชาญ การเก็บสมุนไพร ไปจนถึงประสบการณ์อาหารแบบ Farm-to-Table และกิจกรรมเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล สะท้อนแนวคิดของรีสอร์ตที่เชื่อว่า ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับธรรมชาติ
การเปิดตัวบูติกได้รับการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการในงาน Summer Garden Party เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เริ่มต้นด้วยค็อกเทลต้อนรับที่รังสรรค์ด้วยโกโก้ พร้อม Cacao Passport ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแขกแต่ละคน เพื่อพาไปค้นพบรสชาติผ่านจุดชิมต่าง ๆ ก่อนร่วม Pod to Bar Workshop และพิธีตัดริบบิ้นเปิดบูติกอย่างเป็นทางการ จากนั้นจึงเดินทางต่อสู่ JW Garden เพื่อร่วมกิจกรรมปลูกต้นโกโก้ ค่ำคืนปิดท้ายด้วยดินเนอร์แบบ Shared Table ที่นำช็อกโกแลตมาตีความผ่านมื้ออาหาร ตั้งแต่ขนมปังและเนย อาหารเรียกน้ำย่อยสามเมนูในรูปแบบ Family Style ตามด้วยอาหารจานหลักสามเมนูพร้อมเครื่องเคียงสำหรับแบ่งปัน และของหวาน เสริมบรรยากาศบนโต๊ะด้วย Butter Candle พร้อมเมนูที่พิมพ์ลงบนกระดาษเมล็ดพันธุ์ซึ่งสามารถนำไปปลูกต่อได้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความรักในดอกไม้ของ Alice Marriott ก่อนเติมเต็มประสบการณ์ด้วยการจับคู่เหล้ารัมไทยกับช็อกโกแลตทำมือ
"ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยทราบเลยว่าพังงามีการปลูกโกโก้ จนกระทั่งได้ค้นพบโดยบังเอิญระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์เช่าออกไปสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด และด้วยความที่ผมเป็นชาวเบลเยียม ความเชื่อมโยงระหว่างโกโก้พังงากับวัฒนธรรมช็อกโกแลตจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ" Mathieu Sneyers, Director of Marketing Communications, JW Marriott Khao Lak Resort & Spa กล่าว และวันนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้ต่อยอดสู่การเปิด Chocolate Boutique & Atelier ภายในรีสอร์ต ร่วมกับ Duc de Praslin โดยมี โกโก้จากพังงาเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ทั้งหมด
JW Marriott Khao Lak Resort & Spa Marks International Shark Awareness Day with Landmark 70th Bamboo Shark Release
Celebrates the Art of French Patisserie
Celebrate Mid-Autumn Festival With Mooncakes Inspired By Prosperity, Reunion, And The Year Of The Horse
สัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติอาหารเวียดนาม โดยเชฟรับเชิญจากโรงแรมเจดับบลิว แมริออท ฟูโก๊วก เอเมอรัลด์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ณ ห้องอาหาร ซีซั่นนอล เทสท์ส
สัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติอาหารเวียดนาม โดยเชฟรับเชิญจากโรงแรมเจดับบลิว แมริออท ฟูโก๊วก เอเมอรัลด์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ณ ห้องอาหาร ซีซั่นนอล เทสท์ส
Boutique Corporation Advances Two Flagship Hospitality Projects: JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 Nears EIA Submission and Moevenpick Resort Kamala Beach Phuket Targets Late 2026 Opening
BC เดินหน้าโครงการ JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 เตรียมยื่น EIA พร้อมเปิดโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ตปลายปี 69 รับฤดูกาลท่องเที่ยวไทย
Experience The Flavours of Tokushima Prefecture