ท่ามกลางความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียพื้นที่ป่า และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภาคธุรกิจไม่ได้มีบทบาทเพียงลดผลกระทบจากการดำเนินงานของตนเองเท่านั้น แต่ยังต้องร่วมเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมในระยะยาว
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งพื้นผิวของไทย เดินหน้านโยบาย Green Mission อย่างต่อเนื่อง ผ่านหนึ่งใน 7 กลยุทธ์ สำคัญ Green Reforestation ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด TOA ได้ประกาศความร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้ "โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่ป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก (Carbon Sink) ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ครอบคลุมการดำเนินงานใน 111 ชุมชน ของ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ยโสธร และอำนาจเจริญ โดย TOA ร่วมพัฒนาโครงการในพื้นที่สัดส่วนรวม 6,000 ไร่ พร้อมมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทในการดูแลและปกป้องพื้นที่ป่าจากการบุกรุก การเสื่อมโทรม และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ด้วยตนเองในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA และ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ โดยมี นางสาววิภาดา นาคไพรัช ผู้อำนวยการสายงาน SHE & Quality Management and Sustainability, นายนพคุณ ปัญญาเสริมสุข Head of Marketing บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ นายสมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA กล่าวว่า ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TOA ในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ (Natural Carbon Sink) ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพราะเชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องดำเนินการทั้งการ "ลด" และ "ดูดกลับ" ก๊าซเรือนกระจกควบคู่กันไป ที่ผ่านมา TOA ได้เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ป่าในจังหวัดเลยและจังหวัดอุดรธานี ภายใต้โครงการ "TOA รักเรา รักษ์โลก ฟื้นคืนผืนป่าและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน" ตั้งแต่ปี 2566 โดยมุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่
ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานตามกลยุทธ์ Green Reforestation หนึ่งใน 7 กลยุทธ์หลักของนโยบาย Green Mission ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero Greenhouse Gas Emissions ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศของประเทศ
"สำหรับ TOA การปลูกป่าไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้กับประเทศ" นายจตุภัทร์ กล่าว พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างความสมดุลระหว่าง "คนกับป่า" ให้สามารถเติบโตและเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ TOA ยังมุ่งสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ให้เกิดขึ้นกับชุมชน โดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้จากกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในระยะยาว อันจะนำไปสู่การเติบโตร่วมกันของธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ด้าน หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ TOA ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ภาคเอกชนไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่บรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น รวมถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชนอีกด้วย ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างมูลนิธิฯ และภาคเอกชนอย่าง TOA ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาของประเทศ และเชื่อมั่นว่าคนกับธรรมชาติสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง
สำหรับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขับเคลื่อนการพัฒนาผ่าน 4 ภารกิจที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างครบวงจร ธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ที่ยั่งยืนผ่านแบรนด์ดอยตุง การแก้ไขปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ (Nature-based Solutions) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ซึ่งนำประสบการณ์จากการลงมือทำจริงไปขยายผลร่วมกับองค์กรต่างๆ ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ TOA ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero และตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรง ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน #ทีโอเอ #TOA
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 สะท้อนบทบาทธรรมชาติเป็นฐานเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีโลก
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน "ความหลากหลายทางชีวภาพ" เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจากฐานชุมชนสู่ COP30 บราซิลหนุนการแก้วิกฤตภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับ เซ็นทรัล เชียงราย สืบสานพระปณิธานสมเด็จ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
กสิกรไทย ผนึกกำลัง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ อบก. Kubix และ Orbix Technology เปิดตัวโครงการนำร่องทดสอบการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย
QTC รับมอบคาร์บอนเครดิต จากโครงการ "คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ" โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ
WHAID ผนึกกำลังมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นำร่องโครงการปลูกป่าและพัฒนาพื้นที่สีเขียว ในนิคมอุตสาหกรรม WHA เพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนฯ สู่เป้าหมาย Net Zero ขององค์กรภายในปี 2593
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ลงนามสัญญาความร่วมมือโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ