Krungthai CIO มองตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนจาก Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินเยน แต่ยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แนะกลยุทธ์ "Stay Invested, Add Risk with Discipline" ทยอยเพิ่มน้ำหนักลงทุนอย่างมีวินัยผ่าน Core Portfolio เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาด
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 3 - 7 สิงหาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ หลังผลประกอบการธุรกิจ Cloud แข็งแกร่ง โดย AI เริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ หนุนแนวโน้มกำไรของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลาง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Semiconductor สูง ยังคงผันผวน สะท้อนว่า ตลาดให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นจากคุณภาพกำไร กระแสเงินสด และปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น
ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นราว 6bps และยังทรงตัวในระดับสูง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่มีกรรมการ 3 รายสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดต้องเรียกร้องค่าชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) จากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับลดลงจากการคลี่คลายของความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง ส่วนราคาทองคำอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากแรงกดดันของ Bond Yield แต่ยังเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
สำหรับสัปดาห์นี้ Krungthai CIO แนะกลยุทธ์ "Stay Invested, Add Risk with Discipline" โดยคงการลงทุนเพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มกำไร พร้อมทยอยเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีวินัย ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่
- เพิ่มน้ำหนัก Core Portfolio เพื่อกระจายการลงทุนข้ามสินทรัพย์ ประเทศ และอุตสาหกรรม เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาด ลดผลกระทบจากความผันผวนของหุ้น AI, Bond Yield และค่าเงินเยน
- เน้นลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน Satellite Portfolio จากแนวโน้มกำไรและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยเลือกบริษัทที่มี Earnings Visibility กระแสเงินสด และฐานะการเงินแข็งแกร่ง และกลุ่ม Technology ยังสามารถทยอยสะสมได้ จากแรงหนุนของธุรกิจ Cloud, Software, Digital Platform และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
- คงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม Semiconductor แม้ยังมีมุมมองเชิงบวกในระยะกลางจากความต้องการด้าน AI และ Data Center แต่ด้วยความผันผวนของราคา แนะคงสัดส่วนการลงทุนเดิมเพื่อรอประเมินเสถียรภาพของตลาด ก่อนทยอยเพิ่มน้ำหนัก และหากราคาฟื้นตัวต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมต่อภาพรวมกลุ่มเทคโนโลยีและพอร์ตการลงทุนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินเยน (JPY) ซึ่งอาจนำไปสู่การลดสถานะ Yen Carry Trade รวมถึงทิศทาง Bond Yield สหรัฐฯ ที่ยังคงเป็นข้อจำกัดต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่ม Growth
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls อัตราการว่างงาน และ JOLTS) ดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ AMD, SanDisk และ SpaceX ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของไทย การประชุมธนาคารกลางอินเดีย (RBI) รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการขนส่งพลังงาน เพื่อประเมินทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป
กรุงไทยคว้า 3 รางวัลความยั่งยืน ระดับเอเชีย "AREA 2026" 5 ปีซ้อน ตอกย้ำดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG
เปิดอินไซต์ "ไอศกรีมอะโวคาโด" สูตรออริจินัลโครงการหลวง อร่อยแบบ อัลตร้าสมูธ แรร์ไอเท็มที่คนยอมต่อคิวยาวทุกปี ด้วยยอดขายกว่า 40,000 ถ้วย ใน 12 วัน
กรุงไทย เปิดสาขาเยาวราชโฉมใหม่ ฟื้นคุณค่า "สำนักงานใหญ่แห่งแรก" เชื่อมมรดกแห่งอดีต สู่ประสบการณ์การเงินแห่งอนาคต ฉลองครบรอบ 60 ปี
Krungthai CIO มองตลาดหุ้นพักฐานแบบ "Healthy Correction" แนะสะสมหุ้น AI คุณภาพสูง รับงบ Q2 สหรัฐฯ แข็งแกร่ง
"กรุงไทย" เติบโตยั่งยืน กำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/2569 จำนวน 12,125 ล้านบาท ROE แข็งแกร่งที่ร้อยละ 10.5 บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างสมดุล
"กรุงไทย" พร้อมขายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส บนวอลเล็ต สบม. ในแอปฯ "เป๋าตัง" ดีเดย์ 31 ก.ค. นี้
ม.มหิดล ผนึก กรุงไทย ลงนาม "Talent for Tomorrow, Development for All" ปั้นกำลังคนแห่งอนาคต ขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน