- 99% ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดระบุว่า AI คือวาระสำคัญ และการลงทุนในผลิตภัณฑ์ AI กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- งบลงทุนที่วางแผนไว้พุ่งสูงที่สุดในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานระดับรากฐาน 69%ผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด ระบุว่าจะมีการเติบโตของการใช้จ่ายด้าน IaaS มากกว่า 20% ตามมาด้วย PaaS ที่ 61% และ MaaS ที่ 58%
- 79% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทย มีแผนจะเพิ่มงบลงทุนอีก 50% หรือมากกว่านั้น
รายงานผลสำรวจ "The AI Business Application Readiness and Accessibility Survey" สนับสนุนการสำรวจโดยอาลีบาบา คลาวด์ ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ชั้นนำของโลกและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนส์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เผยให้เห็นว่า องค์กรในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่มีความกระตือรือร้นในการนำ AI มาใช้อย่างท่วมท้น โดย 90% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า องค์กรของตนมีความเชื่อมั่นและเปิดรับการประยุกต์ใช้ AI
แนวโน้มเชิงบวกนี้กำลังสะท้อนออกมาเป็นแผนการลงทุนที่ชัดเจน โดย 95% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจตั้งใจจะลงทุนผลิตภัณฑ์ด้าน AI เพิ่ม และมากกว่าครึ่งมีแผนจะเพิ่มงบประมาณมากกว่า 20% ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS), เครื่องมือที่เป็นแพลตฟอร์ม (PaaS) และบริการด้านโมเดลต่าง ๆ (MaaS) สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจพบว่าองค์กรไทยมุ่งมั่นจัดสรรงบลงทุนเพื่อขยายระบบ AI อย่างจริงจัง โดย 79% ของผู้ตอบแบบสำรวจไทยซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ทำการสำรวจ มีแผนจะเพิ่มงบลงทุนอีก 50% หรือมากกว่านั้น
นอกจากนี้ AI ยังคงเป็นวาระสำคัญทั้งในและนอกห้องประชุมผู้บริหาร ผลสำรวจพบว่า 58% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีแผนจะเพิ่มการใช้จ่ายด้าน MaaS อีกมากกว่า 20% ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับการลงทุนที่เคยวางแผนไว้สูงสุดในด้านโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบประมวลผล ระบบจัดเก็บข้อมูล และ ระบบเครือข่าย ทั้งนี้ 69% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีการใช้จ่ายด้าน IaaS เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ตามด้วย 61% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่ามีการวางแผนใช้จ่ายด้าน PaaS เพิ่มขึ้นเช่นกัน
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ห้าอันดับแรกในการใช้ AIองค์กรส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสำรวจเริ่มเปลี่ยนผ่านการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงในระบบงานหลักแล้ว ผลสำรวจพบว่าประมาณ 75% ของบริษัทในเอเชียระบุว่า AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ มีบริษัทราว 90% ที่เริ่มประยุกต์ใช้เครื่องมือ (PaaS) และโมเดล (MaaS) ด้านการพัฒนา AI แล้ว ในทุกระดับของการใช้เทคโนโลยี ที่น่าสนใจคือ มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 1% เท่านั้นที่ระบุว่า AI ไม่ใช่เรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญ
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการนำ AI มาใช้ห้าอันดับแรก ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (63%) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ (64%) ตามด้วยการปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของรายได้ (48%) การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (45%) และ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (43%) องค์กรไทยยกให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นดัชนีวัดความสำเร็จหลักของ AI สูงที่สุดในบรรดาประเทศที่ตอบแบบสำรวจ โดย 67% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยระบุว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นคือตัววัดความสำเร็จของการใช้ AI ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดไทยยึดโยงกับผลลัพธ์ด้านการดำเนินธุรกิจที่วัดผลได้จริงอย่างชัดเจนที่สุด
ในทางปฏิบัติ องค์กรต่างกำลังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจ (66%) เครื่องมือบริการลูกค้า เช่น แชทบอท (64%) การตลาดและการสร้างคอนเทนต์ (58%) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งรวมถึงการเขียนโค้ด (55%) และการดำเนินงานด้านทรัพยากรบุคคล (38%)
ความต้องการ Agentic Cloud แบบ Full-Stackผลสำรวจนี้ย้ำให้เห็นว่ามีความต้องการโซลูชัน AI และคลาวด์แบบบูรณาการบนแสต็กเดียวที่เชื่อมโยงกันอย่างมาก เมื่อถามเกี่ยวกับเรื่องของการพิจารณาเลือกผู้ให้บริการโซลูชันต่าง ๆ ผู้ตอบแบบสำรวจ 45% พึงพอใจกับข้อเสนอ AI + Cloud แบบบูรณาการเต็มรูปแบบ เทียบกับ 34% ที่ชอบความยืดหยุ่นแบบไฮบริดด้วยการใช้โมเดลต่าง ๆ บนมัลติคลาวด์ และมีเพียง 16% ที่ใช้โมเดล AI แบบเดี่ยว ๆ โดยไม่มีโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ควบคู่มาด้วย
สถาปัตยกรรม AI + Cloud แบบบูรณาการได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยรวมศูนย์การบริหารจัดการ และความปลอดภัยของข้อมูลและโมเดลไว้ในที่เดียว ทั้งยังช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งใช้งาน และช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนได้ชัดเจนมากขึ้นผ่านรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานจริง (pay-as-you-go) นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจยังระบุว่า สแต็กแบบบูรณาการช่วยให้สามารถจัดทำดาต้าไปป์ไลน์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน บังคับใช้นโยบายการกำกับดูแลและนโยบายด้านความปลอดภัยได้อย่างสอดคล้องกัน รวมถึงเร่งให้โครงการ AI สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้เร็วขึ้น
อุปสรรค: ความเป็นส่วนตัว ต้นทุน และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะแม้จะมีความกระตือรือร้นอย่างมากและมีการลงทุนในระดับสูง แต่องค์กรต่าง ๆ ยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญในการขยายการใช้ AI ผู้ตอบแบบสำรวจให้คะแนนความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลเป็นความท้าทายอันดับหนึ่ง โดย 48% ระบุว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง ตามด้วย ค่าใช้จ่ายในการนำไปใช้ (42%) ขณะที่ 37% ชี้ว่า การขาดความเชี่ยวชาญภายในองค์กร เป็นอีกข้อจำกัดที่สำคัญ เมื่อเจาะลึกในส่วนของประเทศไทย ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญเป็นความเสี่ยงวิกฤตต่อการขยายระบบ AI โดย 63% ระบุว่าความพร้อมด้านบุคลากรและทักษะคือสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนมากที่สุด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในการศึกษานี้ ขณะที่ 53% ชี้ว่าต้นทุนการนำไปติดตั้งใช้งานเป็นอุปสรรคสำคัญ ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้จะมีความตั้งใจในการลงทุนสูง แต่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านกำลังคนอย่างรุนแรงยิ่งกว่า
ผู้ตอบแบบสำรวจ 31% ในภาพรวมระบุว่า ความกังวลด้านกฎระเบียบและจริยธรรมเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดที่สำคัญ ตัวเลขนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด เช่น บริการทางการเงิน การศึกษา และภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคอื่น ๆ ได้แก่ ความท้าทายในการบูรณาการระบบ (28%) ข้อจำกัดในการเข้าถึงโซลูชันที่เหมาะสม (23%) ความไม่ชัดเจนของผลตอบแทนจากการลงทุน (22%) ขาดรูปแบบการนำไปใช้ทางธุรกิจที่ชัดเจน (19%) และ ความลังเลใจและความกังวลของกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (18%)
ความต้องการโซลูชันแบบครบวงจรที่ตอบโจทย์งานเฉพาะทางผู้ตอบแบบสำรวจทุกภาคอุตสาหกรรมระบุว่าการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ AI รายโซลูชันนั้นทำได้ง่าย โดยเฉลี่ย 91% ระบุว่ามีโซลูชัน AI แพร่หลายในตลาด อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจเหล่านี้พบว่า ยังมีจุดที่ยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของโซลูชันแบบครบวงจรที่สามารถจัดการกับสถานการณ์เฉพาะทางของแต่ละอุตสาหกรรมได้ และสามารถบูรณาการเข้ากับระบบและเวิร์กโฟลว์เดิมที่องค์กรใช้อยู่ได้อย่างราบรื่น
ผลสำรวจพบว่า ความต้องการการสนับสนุนแบ่งออกเป็นสามประเด็นหลัก ได้แก่ การสนับสนุนด้านโซลูชัน AI ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะทางได้มากขึ้น (54%) บุคลากรที่มีความสามารถและมีทักษะที่พร้อมกว่าเดิม (49%) และโซลูชันที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาที่จับต้องได้ (45%) นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ยังเรียกร้องให้มีกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ (42%) การฝึกอบรมจากผู้จำหน่ายเทคโนโลยี (41%) และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากคณะกรรมการและฝ่ายบริหาร (32%) เพื่อขับเคลื่อนการใช้งานในวงกว้างและได้รับการสนับสนุนด้านต่าง ๆ จากภายในองค์กร
ความสำคัญของการรองรับภาษาท้องถิ่น ภาษายังคงเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญสำหรับการเข้าถึง AI ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไทย องค์กรต่าง ๆ สะท้อนว่า การขาดแคลนโมเดล AI ภาษาท้องถิ่นที่มีคุณภาพสูง กำลังเป็นอุปสรรคฉุดรั้งการพัฒนา แม้ว่าโมเดลภาษาอังกฤษและภาษาจีนจะมีให้อย่างแพร่หลายแล้วก็ตาม
ข้อมูลจากผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เลือกใช้ AI ด้วยภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ในขณะที่ส่วนที่เหลือเลือกใช้ภาษาบาฮาซา ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย และภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่รองรับภาษาที่ใช้ในเอเชียได้หลายภาษา สามารถชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ โดยโมเดล Qwen ของอาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการระบุว่าได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลภาษาท้องถิ่น โดยเวอร์ชันล่าสุดสามารถรองรับภาษาและภาษาถิ่นมากกว่า 200 ภาษา
บทบาทของอาลีบาบา คลาวด์ ในฐานะพันธมิตรด้าน Full-Stack AIรายงานฉบับนี้นำเสนอผลสำรวจภายใต้กรอบกลยุทธ์ AI + Cloud และแผนการลงทุนในภาพรวมของอาลีบาบา คลาวด์ โดยอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ประกาศแผนลงทุนอย่างน้อย 380,000 ล้านหยวน (ประมาณ 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์และ AI ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงกว่างบประมาณด้าน AI และคลาวด์ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทฯ นำเสนอศักยภาพแบบ full-stack ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานระดับรากฐาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มและโมเดลที่พัฒนาขึ้นเอง รวมถึงตระกูลโมเดลภาษา Qwen และโมเดลสร้างภาพและวิดีโอ Wan
ดร. เฟยเฟย ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและประธานกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ ของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนส์ กรุ๊ป กล่าวว่า "ผลสำรวจครั้งนี้ช่วยยืนยันความเชื่อมั่นของอาลีบาบา คลาวด์ ที่มีมาโดยตลอดว่า เทคโนโลยี AI ซึ่งทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และโมเดลที่มีความยืดหยุ่น ย่อขยายขนาดได้ และปลอดภัย จะเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีหลักที่กำหนดทิศทางในทศวรรษหน้า สิ่งที่เราให้ความสำคัญ เมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุค agentic AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการผลิตโทเค็นที่มีประสิทธิภาพ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่นำไปปฏิบัติงานได้จริง การสร้าง agentic cloud แบบครบวงจร จะช่วยให้เราสามารถให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สภาพแวดล้อมจำลองสำหรับการรันระบบ (runtime sandboxes) และระบบการทำงานแบบประสานกัน ซึ่งช่วยเสริมขีดความสามารถให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แบบ agent-native แห่งอนาคตได้อย่างราบรื่น"
นัยสำคัญจากผลสำรวจที่ผู้นำธุรกิจทั่วโลกสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับองค์กรระดับนานาชาติที่กำลังประเมินกลยุทธ์ด้าน AI ทั้งในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก ผลสำรวจนี้ได้สะท้อนถึงสามสัญญาณสำคัญ ดังนี้
- ความต้องการใช้งาน AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากความสนใจอยากรู้อยากเห็นไปสู่การลงมือทำจริงอย่างรวดเร็ว องค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมต่างจัดสรรงบประมาณ กำหนดแผนการดำเนินงาน และเริ่มประยุกต์ใช้งานจริงในกระบวนการทำงานแล้ว
- ความสำเร็จในการปรับใช้เทคโนโลยีจะพึ่งพาพันธมิตรด้าน AI + Cloud ที่ได้รับความไว้วางใจและมีศักยภาพแบบครบวงจร ซึ่งสามารถส่งมอบโซลูชันแบบ end-to-end ที่ปลอดภัยและตอบโจทย์เฉพาะอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการช่วยลูกค้าก้าวผ่านความท้าทาย ทั้งในมิติความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ข้อบังคับทางกฎหมาย และความท้าทายด้านบุคลากร
- ระบบนิเวศแบบเปิดที่รองรับหลากหลายภาษา การรวมความสามารถในการรองรับภาษาท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง เข้ากับการกำกับดูแลที่เข้มงวด เครื่องมือที่ครบครัน และการฝึกอบรม จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ AI ให้แก่บุคลากรและกลุ่มลูกค้า
เกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ได้มอบหมายให้ NielsenIQ (NIQ) บริษัทวิจัยอิสระ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีจำนวน 1,000 คน ในสัดส่วนเท่า ๆ กัน ครอบคลุม 8 ตลาด ได้แก่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไทย ในช่วงกลางปี 2025 ผู้ตอบแบบสำรวจครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี, การผลิต, บริการวิชาชีพและการเงิน, ค้าปลีก, ภาครัฐ และอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารระดับผู้จัดการและผู้อำนวยการ จากองค์กรที่มีขนาดตั้งแต่สตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า "The AI Business Application Readiness and Accessibility Survey" โดยทำการประเมินทั้งความต้องการโซลูชัน AI และความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าว พร้อมเจาะลึกถึงความตั้งใจ อุปสรรค และการสนับสนุนที่จำเป็นครอบคลุมทั้งในระดับ IaaS, PaaS และ MaaS
Alibaba Cloud เผยโฉมระบบนิเวศ Agentic AI สุดล้ำ ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลก
อาลีบาบา รั้งตำแหน่งผู้ให้บริการคลาวด์ รายใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก เมื่อพิจารณาจากรายได้ กวาดส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่ม
ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ อาลีบาบา คลาวด์ ลงนามความร่วมมือ เดินหน้าทรานส์ฟอร์มการดำเนินงานด้วย AI
อาลีบาบา ส่ง นวัตกรรม Cloud-Based AI ขับเคลื่อนโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026
ปฏิวัติคลาวด์: เมื่อ Alibaba พลิกโฉมโอลิมปิกสู่ยุค AI
จาก Chatbot สู่ Agent ปลดล็อกประสิทธิภาพการใช้ AI องค์กร เต็มรูปแบบ
อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม Emerging Leader ใน Gartner(R) Emerging Market Quadrants for Generative AI ทั้ง 4 ด้าน อีกครั้ง
Alibaba Cloud ได้รับการจัดให้เป็นผู้นำในรายงาน Gartner(R) Magic Quadrant(TM) ประจำปี 2025 ควบสองรายงาน