ยูเนี่ยนเพย์ ชูพลัง AI ยกระดับนวัตกรรมการเงิน เชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลจีน-อาเซียน ในงาน CAEXPO ครั้งที่ 23
ยูเนี่ยนเพย์
เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo หรือ CAEXPO) ครั้งที่ 23 ได้เปิดฉากขึ้น ณ นครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ในโอกาสนี้ ตง จวินเฟิง (Dong Junfeng) ประธานของไชน่า ยูเนี่ยนเพย์ (China UnionPay) และยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) ได้เข้าร่วมงาน พร้อมร่วมการประชุมว่าด้วยความร่วมมือและการพัฒนาทางการเงินจีน-อาเซียน (China-ASEAN Financial Cooperation and Development Forum)
งานมหกรรมในปีนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน 3.0 และการฉลองครบรอบ 5 ปีของการสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-อาเซียน พร้อมมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับภาคเศรษฐกิจจริงอย่างลึกซึ้ง โดยยูเนี่ยนเพย์ได้อาศัยเทคโนโลยี AI และศักยภาพด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินเพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลให้เติบโตอย่างมีคุณภาพสูง
ขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจจริงด้วย AI สร้างศักยภาพใหม่ให้การเงินดิจิทัลอัจฉริยะในอาเซียน
เพื่อต่อยอดบทบาทของกว่างซีในฐานะประตูเชื่อมสู่ภูมิภาคอาเซียน ยูเนี่ยนเพย์กำลังพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรม "AI + การเงิน" ที่มุ่งเน้นการบูรณาการภายในกว่างซี การให้บริการแก่ภูมิภาคอาเซียน และการขยายการดำเนินงานครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยความร่วมมือที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานประกอบด้วย การพัฒนาชุดข้อมูลด้านการเงินสำหรับใช้ฝึกฝน AI ที่มุ่งเน้นตลาดอาเซียน การประเมินและทดสอบเครือข่ายแบ่งปันบริการ AI ด้านการเงินระหว่างจีนและอาเซียน ตลอดจนการร่วมจัดตั้งพันธมิตรในกว่างซีเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม
ยูเนี่ยนเพย์เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงข้ามพรมแดน ด้วยระบบควบคุมความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในองค์กร โดยการนำระบบยืนยันตัวตนขั้นสูงแบบ Out-of-Band (OOB) มาใช้งาน ช่วยให้ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการนำร่องสามารถลดอัตราการฉ้อโกงลงได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับระดับก่อนนำระบบมาใช้งาน นอกจากนี้ ยูเนี่ยนเพย์ยังร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์ปลายทางในต่างประเทศเพื่อยกระดับอุปกรณ์ให้มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการชำระเงินข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับบริการทางการเงินข้ามพรมแดนให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
เพื่อให้สอดรับกับแนวคิดหลักของงาน พื้นที่จัดแสดงของยูเนี่ยนเพย์ได้จัดโซน Immersive Experience ที่นำเสนอการใช้งานระบบอัจฉริยะภายในรถยนต์และแว่นตาอัจฉริยะ เพื่อสาธิตศักยภาพของ Agentic Payment Open Protocol (APOP) ในการเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ เข้ากับการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบบครบวงจร และรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ การนำเสนอดังกล่าวแสดงถึงประสิทธิภาพของวงจรผลิตภัณฑ์ AI ด้านการเงิน ซึ่งเริ่มต้นจากการวิจัยและพัฒนาในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกว่างโจว ก่อนบูรณาการระบบในกว่างซี และนำไปประยุกต์ใช้จริงในประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าเชิงนวัตกรรมของ AI ในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจจริงและยกระดับภาคการเงิน
เชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดน บูรณาการเศรษฐกิจและการค้าระดับภูมิภาค
ภายในงานปีนี้ยังมีการจัดพื้นที่สำหรับจับคู่ความต้องการด้านการจัดซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมุ่งเน้นสามหัวข้อหลัก ได้แก่ "การจัดซื้อในจีน" "การส่งออกไปจีน" และ "การลงทุนในจีน" ขณะที่ยูเนี่ยนเพย์ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการชำระเงินสำหรับภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน เครือข่ายการรับชำระเงินของยูเนี่ยนเพย์ครอบคลุม 10 ประเทศในอาเซียน โดยมีร้านค้าที่รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code มากกว่า 38 ล้านรายทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ ยังให้บริการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless) ผ่านเครื่องรับชำระเงิน (POS) และตู้เอทีเอ็ม (ATM) รวมถึงบริการออกบัตรในประเทศต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ในหลายประเทศอาเซียน ยูเนี่ยนเพย์ยังเดินหน้าสร้างต้นแบบการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ระหว่างจีนกับอินโดนีเซีย ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนร้านค้าในต่างประเทศที่รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code ของยูเนี่ยนเพย์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 46 ล้านราย ขณะเดียวกัน ยูเนี่ยนเพย์ยังเดินหน้าผลักดันการเชื่อมโยงมาตรฐานเครือข่ายการชำระเงินและการบูรณาการระบบร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอีกหลายประเทศ อาทิ ความร่วมมือระหว่างจีนกับเวียดนามที่กำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการบูรณาการระบบช่วยให้มาตรฐานการชำระเงินมีความสอดคล้องกัน ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวจีนสามารถใช้วอลเล็ตของตนชำระเงินในเวียดนามได้ ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการเพื่อรองรับการใช้วอลเล็ตของเวียดนามสำหรับการชำระเงินในประเทศจีนเช่นกัน
นอกเหนือจากการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินรายย่อยแล้ว ยูเนี่ยนเพย์ยังคงขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการจากการขยายธุรกิจข้ามพรมแดนขององค์กรและห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยนำแพลตฟอร์มบริการข้อมูลแบบบูรณาการสำหรับธุรกรรม B2B ข้ามพรมแดนที่พัฒนาขึ้นเอง มาใช้สร้างสรรค์โซลูชันการชำระเงินดิจิทัลเพื่อรองรับรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน รวมถึงบริการด้านเที่ยวบินและโรงแรม ตลอดจนเสริมศักยภาพให้แก่พันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปพร้อมกัน
ยกระดับบริการผู้บริโภคข้ามพรมแดน ปลดล็อกศักยภาพการจับจ่ายรูปแบบใหม่ด้วย AI
งานแสดงสินค้าในปีนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับประสบการณ์การบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยมีการจัดตั้ง "ตลาดสินค้า AI" ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมการจับจ่ายข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักธุรกิจและผู้บริโภคที่เดินทางมายังประเทศจีน ตั้งแต่การเดินทาง การชอปปิง ไปจนถึงการเดินทางออกจากประเทศ ยูเนี่ยนเพย์ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Nihao China แพลตฟอร์มอัจฉริยะครบวงจรสำหรับบริการดิจิทัลข้ามพรมแดน เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและผู้บริโภคจากอาเซียนตลอดการเดินทาง โดย Nihao China รองรับการลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์มือถือระหว่างประเทศและอีเมล พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินผ่าน QR Code ของจีนได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกบัญชีกับบัตรธนาคารของจีน นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือหลายภาษาถึง 27 ภาษา ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายกรณี อาทิ การชอปปิงข้ามพรมแดน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเดินทาง และการจับจ่ายในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้น แอปพลิเคชันยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางในการดำเนินการขอคืนภาษี โดยช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น นับเป็นการเชื่อมโยงบริการด้านการชำระเงินตลอดการเดินทาง พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลอัจฉริยะแบบครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว