Craft for Change เมื่อคนรุ่นใหม่มองผ้าไทยในอีกมุม สู่แฟชั่นร่วมสมัย - newswit

เชื่อว่าใครหลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของผ้าไทยในงานพิธีหรือโอกาสสำคัญ แต่ในวันที่แฟชั่นเปิดกว้างและผู้คนกล้าสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น "ผ้าไทย" ก็กำลังถูกตีความใหม่ให้เข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น จนกลายเป็นไอเทมที่สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

Craft for Change เมื่อคนรุ่นใหม่มองผ้าไทยในอีกมุม สู่แฟชั่นร่วมสมัย

และหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ้าไทยเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น ก็คือคนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง โดยภายในงาน "ผ้าเปลี่ยนโลก" ซึ่งจัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และ เครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE) นอกจากจะเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการผ้าไทยและงานหัตถกรรมจากทั่วประเทศได้สร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ และต่อยอดความเข้มแข็งให้ชุมชนแล้ว ยังเปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งต่อคุณค่าของผืนผ้าไทยสู่สังคมวงกว้างผ่านแฟชั่นโชว์ "Craft for Change" โดยมี นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยและผืนผ้าจากชุมชนในรูปแบบร่วมสมัย ที่แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ซึ่งในการเดินแบบครั้งนี้ น้อง ๆ ต่างพรีเซ็นต์เสื้อผ้าและเครื่องประดับจากผ้าไทยได้อย่างโดดเด่น ทำให้เห็นทั้งความเก๋ ความสนุก และความมีชีวิตชีวาของแต่ละชุดแต่ละลุคได้เป็นอย่างดี ยิ่งช่วยขับเสน่ห์ของผืนผ้าจากชุมชนให้ดูร่วมสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น และเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมตลอดการแสดง ที่สำคัญยังทำให้หลายคนมองเห็นอีกมุมหนึ่งของผ้าไทยในฐานะแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสพิเศษเท่านั้น

โดย นางสาวกนกนิภา ดวงสว่าง หนึ่งในนิสิตที่ร่วมเดินแบบ กล่าวว่า "โดยส่วนตัว ชื่นชอบผ้าไทยอยู่แล้ว แต่การได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ยิ่งทำให้เห็นว่าผ้าไทยมีความหลากหลายและร่วมสมัยกว่าที่คิด และดีใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ เพราะทำให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของผ้าไทยมากขึ้น และพบว่าผ้าไทยใส่ง่ายกว่าที่คิด สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วได้ อีกทั้งยังสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และคิดว่าจะอุดหนุนสินค้าจากในงานไปใส่บ้างค่ะ"

"ปัจจุบันผ้าไทยได้รับการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น หนูมองว่าผ้าไทยไม่เชยเลยนะคะ ทุกวันนี้มีการนำมาดีไซน์หรือประยุกต์ให้ทันสมัยมากขึ้น เห็นคนรุ่นใหม่หันมาสวมใส่กันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำสไบมาจับคู่กับกางเกงยีนส์ หรือการสวมใส่ชุดไทยในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ หนูอยากชวนเพื่อน ๆ Gen Z ที่เหมือนหนู มาลองใส่ผ้าไทยกัน นอกจากจะสวยแล้ว ยังแสดงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยของเราอีกด้วย"

"นอกจากนี้ในงาน "ผ้าเปลี่ยนโลก" ทำให้หนูเห็นว่าผ้าไทยไม่ได้มีดีแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ให้ชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการนำนวัตกรรมมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนอีกด้วยค่ะ"

นายสีหเดช มีเดช ตัวแทนนิสิตชายที่ร่วมเดินแบบ กล่าวว่า "การได้สวมใส่ ผ้าไทยทำให้เกิดมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากเดิม เพราะนอกจากจะสวมใส่สบายแล้ว ยังมีเอกลักษณ์และรายละเอียดที่โดดเด่นไม่แพ้แฟชั่นรูปแบบอื่น ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสมาเดินแบบในครั้งนี้ พอได้ลองใส่ผ้าไทยจริง ๆ ก็รู้สึกว่าใส่สบายกว่าที่คิด อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์มาก และผมคิดว่าผ้าไทยในวันนี้มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้ดูโดดเด่นและสามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองหันมาสวมใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น เพื่อช่วยกันเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง"

อย่างไรก็ตามงาน "ผ้าเปลี่ยนโลก" ครั้งนี้ ไม่ได้เพียงส่งต่อโอกาสและรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเท่านั้น แต่ยังจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ได้มองผ้าไทยในมุมใหม่ ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังเปิดมุมมองให้ใครหลายคนให้เห็นว่าผ้าแต่ละผืนไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว ความตั้งใจ และภูมิปัญญาจากผู้คนในชุมชน ที่ควรค่าแก่การสืบสานและส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป

Craft for Change เมื่อคนรุ่นใหม่มองผ้าไทยในอีกมุม สู่แฟชั่นร่วมสมัย

ข่าว ศูนย์การค้าพาราไดซ์ ล่าสุด