มาห์เล เปิดตัวเครื่องบริการระบบปรับอากาศ ArcticPRO(R) เจเนอเรชันใหม่ - newswit
- เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Automechanika 2026
- ArcticPRO(R) มาพร้อมกันถึง 4 รุ่น ได้แก่ Tech, Advanced, Expert และ Ultimate เพื่อตอบโจทย์อู่ซ่อมรถทุกขนาดและความต้องการบริการที่แตกต่างกัน
- ผสานดีไซน์ทันสมัยเข้ากับการออกแบบวิศวกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ
- ระบบการทำงานที่เป็นอัตโนมัติช่วยให้การบริการปรับอากาศมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- การเชื่อมต่อ Wi-Fi และฟีเจอร์บริการดิจิทัลช่วยให้ระบบและฐานข้อมูลรถยนต์อัปเดตเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
- MAHLE Connect App พร้อมผู้ช่วย AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอู่ซ่อมรถยนต์
มาห์เล (MAHLE) เผยโฉมเครื่องบริการระบบปรับอากาศ ArcticPRO(R) เจเนอเรชันใหม่ ในวันที่ 8 กันยายน 2569 ที่งาน Automechanika Frankfurt 2026 โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 4 รุ่น ได้แก่ ArcticPRO(R) Tech, Advanced, Expert และ Ultimate เพื่อรองรับอู่ซ่อมรถยนต์ที่มีขนาดและปริมาณงานแตกต่างกัน ด้วยดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยและใช้งานได้จริง พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้นและอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ด้วยระบบการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์ตระกูลใหม่นี้จึงช่วยให้การบริการระบบปรับอากาศและงานซ่อมบำรุงมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และไม่ยุ่งยาก ขณะที่การเชื่อมต่อ Wi-Fi และฟังก์ชันบริการดิจิทัลช่วยให้ระบบและฐานข้อมูลรถยนต์ได้รับการอัปเดตอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง นอกจากนี้ MAHLE Connect App ซึ่งมาพร้อมผู้ช่วย AI ยังยกระดับคุณภาพการบริการ โดยช่วยให้ช่างเข้าถึงความรู้ทางเทคนิคที่มีอยู่อย่างกว้างขวางได้อย่างตรงจุด
ฟิลิปป์ กรอสเซ ไคลมันน์ (Philipp Grosse Kleimann) สมาชิกคณะกรรมการบริหารของมาห์เล และหัวหน้าหน่วยธุรกิจมาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ (MAHLE Lifecycle and Mobility) กล่าวว่า "การจัดการความร้อนเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักของมาห์เล และเรากำลังเปิดโอกาสให้อู่ซ่อมรถยนต์ที่ให้บริการระบบปรับอากาศเข้าถึงความเชี่ยวชาญดังกล่าวของเราได้โดยตรงด้วยเครื่อง ArcticPRO(R) เจเนอเรชันใหม่ เป้าหมายคือเพื่อช่วยให้อู่ซ่อมรถยนต์สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของยานยนต์ที่ใช้งานอยู่บนท้องถนน และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ในธุรกิจบริการไปพร้อมกัน"
แพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อประสิทธิภาพบริการระบบปรับอากาศ
ArcticPRO(R) เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดและเป็นหนึ่งเดียว เครื่องทุกรุ่นทำงานด้วยระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และสามารถใช้สารทำความเย็น R134a, R1234yf รวมถึงสารทำความเย็นสูตรใหม่อย่าง R444A และ R456A นอกจากนี้ ด้วยดีไซน์ของเครื่องที่เป็นแบบโมดูลาร์ จึงสลับการใช้งานจาก R134a เป็น R1234yf และจาก R1234yf เป็น R134a ได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทั้งตอบโจทย์การลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเพื่อรองรับรถยนต์และสารทำความเย็นประเภทใหม่ ๆ ในอนาคต
เครื่องทุกรุ่นมาพร้อมอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีระบบแนะนำขั้นตอนการใช้งานแบบกราฟิก การแสดงสถานะ และฟังก์ชันช่วยเหลือในตัว นอกจากนี้ หน้าจอสัมผัสที่มีให้เลือกหลายขนาด ตลอดจนระบบเสียงและวิดีโอ ยังช่วยให้การใช้งานเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยาก จึงช่วยลดขั้นตอนการฝึกอบรม รวมทั้งลดข้อผิดพลาดจากการใช้งาน
สำหรับฟังก์ชันดิจิทัลที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ทุกรุ่น ได้แก่ การเชื่อมต่อ Wi-Fi การอัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติ และการทำงานร่วมกับแอป MAHLE Connect ซึ่งช่วยให้ฐานข้อมูลรถยนต์ได้รับการอัปเดตเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ขณะเดียวกันอู่ซ่อมรถยนต์ยังสามารถตรวจสอบสถานะของเครื่อง ข้อมูลการให้บริการ และตัวชี้วัดการทำงานต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เครื่องทุกรุ่นยังติดตั้งสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแบบ 24 โวลต์รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนสำคัญ
ผลิตภัณฑ์ตระกูล ArcticPRO(R) ยังได้รับการออกแบบให้รองรับบริการระบบปรับอากาศในรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมด้วยฟังก์ชันล้างระบบในตัวที่ช่วยให้ขั้นตอนการบำรุงรักษาทำได้ง่ายขึ้น
ประสิทธิภาพการทำงาน 4 ระดับ รองรับความต้องการที่แตกต่างกันของอู่ซ่อมรถ
ArcticPRO(R) Tech ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น รองรับกระบวนการให้บริการแบบอัตโนมัติ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 4.3 นิ้ว และเทคโนโลยี E?-FILL ที่ได้รับสิทธิบัตร เพื่อการเติมสารทำความเย็นได้อย่างแม่นยำ ส่วนรุ่น ArcticPRO(R) Advanced เพิ่มขีดความสามารถด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และวิดีโอ พร้อมด้วยระบบชั่งน้ำหนักในตัวเพื่อการเติมผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ใช้ในการทำงานได้อย่างแม่นยำ
สำหรับรุ่นพรีเมียมอย่าง ArcticPRO(R) Expert และ ArcticPRO(R) Ultimate ได้รับการออกแบบมาสำหรับอู่ซ่อมรถยนต์ที่มีปริมาณงานสูง ทั้งสองรุ่นมา พร้อมถังสารทำความเย็นที่มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 20 ลิตร จากเดิม 12 ลิตร ตลอดจนถังน้ำมัน 4 ถัง และภาชนะบรรจุสารเรืองแสง 5 ช่อง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน OneTouch ที่ช่วยให้เข้าถึงส่วนประกอบภายในตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ทำให้งานบำรุงรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ArcticPRO(R) Ultimate ซึ่งเป็นรุ่นเรือธง ยังมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับระบบเสียงและวิดีโอ เครื่องพิมพ์ความร้อนในตัวสำหรับจัดทำเอกสารการให้บริการ และระบบตรวจสอบปริมาณวัสดุสิ้นเปลืองขั้นสูง ช่วยให้อู่ซ่อมรถยนต์ทำงานได้อย่างไม่สะดุด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุด แม้ในช่วงที่มีความต้องการใช้บริการหนาแน่น
MAHLE Connect App เพิ่มประสิทธิภาพด้วยผู้ช่วยดิจิทัล
มาห์เลขยายขีดความสามารถให้กับเครื่องบริการระบบปรับอากาศ ArcticPRO(R) ผ่านแอป MAHLE Connect โดยผู้ช่วย AI จะคอยแนะนำช่างเทคนิคตลอดกระบวนการให้บริการ แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและควบคุมขั้นตอนการบริการได้โดยตรงจากสมาร์ตโฟน เรียกดูข้อมูลเฉพาะของรถยนต์ และสร้างเอกสารการให้บริการโดยอัตโนมัติ จึงช่วยลดภาระงานแบบแมนวล เร่งกระบวนการทำงานให้เร็วยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับอู่ซ่อมรถยนต์
คุณสมบัติสำคัญของแอปพลิเคชันนี้คือ MAHLE Intelligent Assistant (MIA) ซึ่งอาศัยความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์มาตรฐานผู้ผลิตรถยนต์ (OE) และประสบการณ์การบริการอันยาวนานของมาห์เล มาช่วยสนับสนุนช่างในการตอบคำถามทางเทคนิค วิเคราะห์ปัญหา และเข้าถึงข้อมูลบริการที่เกี่ยวข้อง ระบบระบุรถยนต์อัตโนมัติสามารถตรวจจับรถได้ จากภาพป้ายทะเบียนหรือหมายเลขตัวถัง (VIN) และส่งข้อมูลไปยังเครื่อง ArcticPRO(R) โดยตรง ในขณะเดียวกัน ช่างเทคนิคยังสามารถติดตามความคืบหน้าของการบริการที่กำลังดำเนินอยู่ได้แบบเรียลไทม์ และควบคุมฟังก์ชันบางอย่างได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน
ระบบยังมาพร้อมเอกสารการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งจะบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยอัตโนมัติ และรวบรวมเป็นรายงานการให้บริการฉบับสมบูรณ์ ด้วยการเชื่อมต่อระบบคลาวด์ ข้อมูลของเครื่อง เอกสาร และข้อมูลการให้บริการจึงพร้อมใช้งานและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ การจับคู่ระหว่างแอปกับเครื่องสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยภายในไม่กี่วินาทีด้วยการสแกน QR code นอกจากนี้ แอปยังเชื่อมต่อโดยตรงกับสายด่วนฝ่ายเทคนิค จึงมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวก และตอบโจทย์การดำเนินงานประจำวันของอู่ซ่อมรถยนต์