(ต่อ2) Divine Secrets of the Ya-Ya Sisterhood Production Notes - newswit

กรุงเทพฯ--24 พ.ค.--วอนร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส และแบนโจดั้งเดิม และเป็นการเน้นฉากสะเทือนอารมณ์ซึ่งเอลเลน เบอร์สตีนหรือวีวี่ อยู่คนเดียวในสวนตอนกลางคืน เต้นรำอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อนึกถึงอดีตวัยเด็ก" เช่นเดียวกันกับเพลงคาฮุนฝรั่งเศส ของแอน ซาวอยซึ่งให้อารมณ์ซึ่งครอบงำอย่างคลุมเครือ ในงานเลี้ยง ซึ่งแอชลีย์ จัดด์หรือวีวี่ได้รู้ว่าคู่หมั้นต้องออกสงคราม และภายหลังเป็นเพลง Walk in Jerusalum ซึ่งขับร้องโดยมาฮาเลีย แจ็คสัน เพิ่มแรงบันดาลใจให้กับฉากซึ่งวีวี่กลายเป็นแม่ยังสาว และทารกซิดด้า ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขเหนือท้องฟ้าในเครื่องบินเล็ก เพลงออริจินัลที่ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในซาวน์ดแทรคของ Divine Secrets of the Ya-Ya Sisterhood ได้แก่ เพลง Waitin' for You ซึ่งประพันธ์เพื่อหนังโดยเฉพาะ โดยบ็อบ ดีแลน เพื่อเก่าแก่ของเบอร์เยตต์และแมนสฟิลด์ ตั้งแต่สมัยที่พวกเขาเดินสายด้วยกันกับวง Rolling Thunder Review ของดีแลน ดีแลนเขียนเพลง Waitin' for You หลังได้ดูการสกรีนช่วงแรก และถูกใส่ไว้ในเครดิตท้ายของหนัง ลอริน ฮิลซึ่งมีชื่อกระหึ่มในปี 1999 ในงาน Grammy Awards กับการเสนอชื่อถึง 11 รางวัล และทำลายสถิติกวาด 5 รางวัลจากอัลบั้มแรกของเธอ The Miseducation of Lauryn Hill แต่งเพลง Selah ในจังหวะโซลเกี่ยวกับการไถ่โทษ กลับมาสู่วงใหญ่เป็นครั้งแรกพร้อมกับแตร 12 ชิ้น ซึ่งประสานโดยเบอร์เนตต์ โดยการใช้ไมโครโฟนรุ่นเก่าเพื่อเสียงที่นุ่มนวลกว่า เมซี่ เกรย์ นักร้องผู้มีชื่อเสียงขับร้องให้เพลง 'My Mother's Son in Law ของบิลลี่ ฮอลิเดย์ เพลงมีจังหวะซึ่งเข้ากับอารมณ์ขัน ซึ่งเหล่ายา-ย่า สาวรุ่นใช้เวลาในยามค่ำคืนอันร้อนอบอ้าว ขับรถไปตามบนถนนในชุดนอนด้วยรถเปิดประทุน เพื่อคลายร้อน โทนี่ เบนเน็ตต์ นักร้องผู้โด่งดังได้ร่วมงานในเพลงโซลของแน็ท คิง โคล If Yesterday Could Only Be Tomorrow ซึ่งนับเป็นความบังเอิญอย่างยิ่ง ที่เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ เขาเคยได้พบกับน้องชายของแน็ท - เฟรด โคล - ระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินร่วมกัน และโคลขอให้เขาร้องเพลงเดียวกันนี้ให้ และความคิดนี้ยังคงอยู่กับเขาเรื่อยมา จนกระทั่งได้รับการทาบทามให้อัดเพลงนี้ให้กับซาวนด์แทรคของ Divine Secrets เขาตระหนักดีว่าเป็นสิ่งเขาถูกกำหนดให้ทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นความกลมกลืนระหว่างเนื้อเรื่องและท่วงทำนองที่แสนหวานเอลิสัน เคราส์ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ เป็นผู้ขับร้องเพลง Sitting at the Window of My Room ซึ่งแต่งขึ้นใหม่เพื่อประกอบเรื่อง Divine Secrets โดยเฉพาะ จากผลงานของที โบน เบอร์เนตต์ และเดวิด แมนสฟิลด์ ซึ่งใช้การผสมผสานดนตรีหลากรูปแบบ ซึ่งเน้นเสียงอันชัดเจนและเต็มไปด้วยอารมณ์ของเคราส์ เพลงอื่นๆ ที่รวมอยู่ในซาวนด์แทรค ได้แก่ Found Love, Little Rain และ Ain't That Loving You Baby โดยจิมมี่ รีด, The World Exploded into Love จากร็อคเกอร์ชาวเท็กซัส บ็อบ ชไนเดอร์; Lonely Avenue โดยเรย์ ชารล์ส; Drug State ของ เจด วินเซนท์; Got Love if You Want It โดย สลิม ฮาร์โป และ Assi Dans le Fenetre de ma Chambre โดย บลายด์ อังเคิล กาสพาร์ด นักแสดง แซนดรา บุลล็อค (ซิดด้า) หนึ่งในนักแสดงหญิงที่ได้รับการเรียกหามากที่สุดของฮอลลีวู้ด กำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำแลอำนวยการสร้างหนังโรแมนติคคอมเมดี้เรื่อง Two Weeks Notice กับฮิว แกรนท์ มีกำหนดออกฉายในปีนี้ เพิ่งมีผลงานเรื่องล่าสุดจาก Murder By Numbers หนังระทึกขวัญของบาร์เบ็ต ชโรเดอร์ ซึ่งเธอเป็นผู้อำนวยการบริหารด้วย และเมื่อปี กลายจาก Miss Congeniality ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอมีผลงานภาพยนต์ต่อเนื่องมาโดยตลอด นับแต่ประสบความสำเร็จจากเรื่องแรกใน Speed หนังสองเรื่องที่ตามมา ได้แก่ While You Were Sleeping และ The Net ซึ่งได้รับทั้งคำชมและความนิยมอย่างสูงทั้งสองเรื่อง และร่วมแสดงภาพยนต์บ็อกซ์ออฟฟิซใน Forces of Nature; Hope Floats ซึ่งเป็นผลงานอำนวยการสร้างเรื่องแรกของเธอ และเรื่อง Practical Magic ซึ่งเธอร่วมอำนวยการสร้างกับบริษัทโปรดักชั่นของเธอ ฟอร์ติส ฟิล์ม; เรื่อง Gun Shy โดยฟอร์ติส ฟิล์ม เช่นเดียวกัน รวมทั้ง Speed 2: Cruise Control, A Time to Kill, In Love and War, Two if By Sea, The Vanishing, Demolition Man, Wrestling Ernest Hemingway และ The Thing Called Love และเธอเป็นผู้ให้เสียง มิเรียม ใน The Prince of Egypt บุลล็อคได้รับรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลต่างๆ จากผลงานที่ผ่านมา รวมทั้ง 2 รางวัล Blockbuster Entertainment Awards และ 2 รางวัล MTV Movie Awards จากบทบาทในเรื่อง Speed; ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ, รางวัล American Comedy Award, 2 รางวัล People's Choice Awards และ 2 รางวัล Blockbuster Entertainment Awards จากเรื่อง While You Were Sleeping;และ People's Choice Award และ Blockbuster Entertainment Award จากเรื่อง A Time To Kill ในปี 1996 บุลล็อคได้รับการโหวตเป็น NATO/ShoWest Female Star of the Year บุลล็อคเริ่มงานเขียนบทแลพกำกับการแสดงครั้งแรกให้กับหนังสั้นเรื่อง Making Sandwiches ซึ่งเธอร่วมแสเงกับแมทธิว แมคคอนนาเฮย์ และเปิดตัวครั้งแรกในปี 1997 ที่ Sundance Film Festival เอลเลน เบอร์สตีน (วีวี่) ล่าสุดได้รับเสนอชื่อชิงรางวัล ตุ๊กตาทองผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Requiem for a Dream ภาพยนต์ที่ประสบความสำเร็จเรื่องแรกของเอลเลน คือ The Last Picture Show โดยปีเตอร์ บอคดาโนวิช ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล New York and National Film Critics' Awards นอกเหนือจากได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทอง และลูกโลกทองคำ เธอได้มีผลงานประทับใจร่วมกับ บ็อบ ราเฟลสัน ในเรื่อง The King of Marvin Gardens และ The Exorcist โดยวิลเลี่ยม ไฟรกิน ซึ่งทำให้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทอง และลูกโลกทองคำในฐานะดารานำหญิงยอดเยี่ยม ในปี 1975 เธอเป็นนักแสดงหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง และโทนี่ อวอร์ดในปีเดียวกัน จากเรื่อง Alice Doesn't Live Here Anymore และละครเรื่อง Same Time Next Year เธอยังได้รับรางวัล BAFTA ของอังกฤษจาก Alice Doesn't Live Here Anymore อีกด้วย เบอร์สตีน ยังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองอีกสองครั้ง จากผลงานภาพยนต์ดัดแปลงในปี 1978 เรื่อง Same Time Next Year และ1980's Resurrection และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ จาก Same Time Next Year ผลงานสร้างชื่ออื่น ๆ ไดเ้แก่ Tropic of Cancer, The Cemetery Club, Harry & Tonto, The Spitfire Grill, How to Make an American Quilt และ The Yards ล่าสุดเธอแสดงให้กับซี่รี่ส์ของ CBS เรื่อง That's Life ในระหว่างช่วง 1980 เบอร์สตีนแสดงในภาพยนต์โทรทัศน์หลายเรื่อง และได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี่จาก The People vs. Jean Harris และ Pack of Lies ในปี 1986 แสดงนำในซีรี่ส์ของตนเอง The Ellen Burstyn Show ผลงานโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ My Brother's Keeper, Trick of the Eye และ จากไลฟ์ไทม์เทเลวิชั่น เรื่อง Within these Walls ร่วมแสดงโดย ลอร่า เดิร์น ซึ่งเธอเป็นผู้อำนวยการบริหารอีกด้วย ผลงานมีชื่อในบรอดเวย์ ได้แก่ 84 Charing Cross Road, Shirley Valentine และ Sacrilege ล่าสุดแสดงใน Long Day's Journey Into Night ที่เวทีฮาร์ทฟอร์ด เบอร์สตีนเป็นประธานหญิงคนแรกที่ Actor's Equity สหภาพ์นักแสดงในปี 1982 และในเดือนมิถุนานยน 2000 เธอได้เป็นประธานของ Actors Studio ที่มีชื่อเสียงร่วมกับ อัล ปาชิโน และฮาร์ลีย์ คิทเทิล ฟิออนนูลา ฟลานาเกน (ทีนซี่) มีผลงานโดดเด่นในนานาประเทศ ทั้งบนเวที ภาพยนต์ และทางโทรทัศน์ ล่าสุดได้รับการกล่าวถึงจากบทมิสซิส มิล แม่บ้าน จากภาพยนต์ระทึกขวัญของมิราแมกซ์ The Others กับนิโคล คิทแมน และผู้ชมจำเธอได้ดีจากผลงานคู่กับ เอียน แบนเนน ในคอมเมดี้เรื่อง Waking Ned Devine. เธอแสดงร่วมกับเฮเลน เมอร์เรนในหนังดังของเทอร์รี่ จอร์จ Some Mother's Son และกับจอห์น คูแซคในหนังของรามอน เมเนนเดซ เรื่อง Money For Nothing เรื่องอื่นๆ ได้แก่ With Or Without You โดยไมเคิล วินเทอร์บัทท่อม, Youngblood, กับร็อบ โลว์, Sinful Davey โดยจอห์น ฮุสตัน, และผลงานตุ๊กตาทอง In the Region of Ice เป็นที่รู้จักดีจาก James Joyce's Women, ซึ่งรับบทหญิงสาวหกคนจากชีวิตและงานของจอยซ์ เธอยังเขียน ดัดแปลง และผลิตผลงานเวที และภาพยนต์ และได้รับรางวัล Los Angeles and the San Francisco Critics' Awards จากผลงานของเธอ ผลงานเวที ได้แก่ The Taming of the Shrew และ Playboy of the Western World กับ บริสโทล โอลด์วิค, Twelfth Night London's Royal Court; The Countess Cathleen at Dublin's Abbey; และ Happy Days และ A Streetcar Named Desire ที่ดับลิน เกตส์ ที่เวทีนิวยอร์ก เธอแสดงในเรื่อง Ghosts ของอิ๊บเซ็น และที่ราวน์ดอเบาท์ และบรอดเวย์ เป็น มอลลี่ บลูม ใน Ulysses in Nightgown กับซีโร่ มอสเทล ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิง Tony Award รางวัลเอ็มมี่ที่เธอได้รับจากผลงานแสดงมินิซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ของ ABC เรื่อง Rich Man, Poor Man, และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอมมี่จากซีรี่ส์เรื่อง How the West Was Won เป็นชาวดับลินโดยกำเนิด ได้รับการศึกษาที่นั่นและสวิตเซอร์แลนด์ ฟลานาแกนได้รับการฝึกฝนที่ Abbey Theatre ซึ่งมีชื่อเสียงแห่งไอร์แลนด์ แต่งงานแล้วกับแกเร็ต โอ'คอนเนอร์ จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการติดยาในลอสแอนเจลิส เจมส์ การ์เนอร์ (เชพ) นักแสดงเจ้าของรางวัลเอ็มมี่ และเคยได้รับการเสนอชื่อชิงตุ๊กตาทอง มีผลงานทั้งทางภาพยนต์และโทรทัศน์ เคยร่วมงานของ คลิ้นท์ อีสต์วู้ดในเรื่อง Space Cowboys ก่อนหน้านั้น เคยแสดงกับ พอล นิวแมนใน Twilight และภาพยนต์เรื่อง Maverick เขาสละบท เบร็ต ให้กับเมล กิ๊บสัน งานแสดงซีรี่ส์เรื่องปัจจุบันให้กับ CBS เรื่อง First Monday การ์เนอร์มีผลงานออกฉายมากกว่า 40 เรื่อง รวมถึง The Children's Hour, The Great Escape, The Americanization of Emily, Grand Prix, Cash McCall, Move Over Darling, Support Your Local Sheriff, The Skin Game, Victor/Victoria และ Murphy's Romance, ซึ่งได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ เริ่มงานแสดงในหนังโรงเล็ก รับบทพระเอกที่ไม่เต็มใจ เบร็ต มาเวอริค ในเรื่องซีรี่ส์ฮิต Maverick ในปี 1974 กลับมาแสดงโทรทัศน์และได้รับชื่อเสียงอย่างมาก จากการแสดงเป็นนักสืบเอกชน จิม ร็อคฟอร์ด ในซีรี่ส์โทรทัศน์เรื่องยาว The Rockford Files. ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และการ์เนอร์ได้รับรางวัลเอ็มมีในปี 1977 หลังจากนั้นได้รับบทเดิมในภาพยนต์โทรทัศน์เรื่อง Rockford Files ทั้งหมด 7 ตอน ให้ CBS ผลงานทางโทรทัศน์ล่าสุดคือ One Special Night, Legalese, The Last Debate และ Roughing It ผลงานประทับใจทางโทรทัศน์ยังมีหนังเรื่อง Promise ซึ่งเขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี่ดารานำชายยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลเอ็มมี่ในฐานะผู้อำนวยการบริหาร, ผลงานเด่นทางโทรทัศน์ เขาแสดงใน My Name is Bill W., Breathing Lessons, ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำดารานำชายยอดเยี่ยมใน Decoration Day และ Barbarians at the Gate และเป็นแขกรับเชิญหลายครั้งใน Hope ในช่วงปีสุดท้ายเกิดที่นอร์แมน โอกลาโฮมา การ์เนอร์ผ่านงานมาหลายอาชีพตั้งแต่อายุ 14 รวมทั้งงานที่ Merchant Marines เขาเคยถูกเกณฑ์ไปในสงครามเกาหลี ซึ่งเขาได้รับรางวัล Purple Heart หลังสงคราม เขากลับมาอเมริกาและเริ่มงานการแสดงจากบทเล็กๆ ใน The Caine Mutiny Court Martial ที่บรอดเวย์ แอชลีย์ จัดด์ (วีวี่ตอนสาว) จากครอบครัวซึ่งเป็นเคนตักกี้ตะวันออกถึง 8 ชั่วคน เริ่มเข้าสู่การแสดงภาพยนต์จากบทบาท รูบี้ ลี กิซิ่ง ในผลงานระดับชาติของวิคเตอร์ นูเนซ เรื่อง Ruby in Paradise ล่าสุดมีผลงานกับฮิว แจ็คแมนเรื่องในภาพยนต์เรื่อง Someone Like You กำกับการแสดงโดยโทนี่ โกลด์วิน และเรื่อง High Crimes ซึ่งกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับมอร์แกน ฟรีแมนในเรื่อง Kiss the Girls ก่อนหน้านั้นจัดด์แสดงในภาพยนต์บ็อกซ์ออฟฟิซสุดฮิตของบรูซ เบเรซฟอร์ด Double Jeopardy กับทอมมี่ ลี โจนส์ และคู่กับอีวาน แมคเกรเกอร์ในหนังระทึกขวัญของ Destination Films เรื่อง Eye of the Beholder ซึ่งได้ฉายในประเภทดราม่าและวิชั่นที่ Venice Film Festival ปี 1999 เธอยังแสดงใน Where the Heart Is กับนาตาลี พอร์ทแมน และหนังระทึกขวัญ Kiss the Girls คู่กับมอร์แกน ฟรีแมน และในเรื่อง The Locusts กับวินซ์ วอห์น และเคท แคปชอว์ และในภาพยนต์ดราม่าของดิสนีย์ เรื่อง Simon Birch กับโอลิเวอร์ แพลตต์ จัดด์ยังมีผลงานให้ไมเคิล แมนน์ เรื่อง Heat ซึ่งได้รับคำชื่นชมคู่กับโรเบิร์ต เดอ นีโร , อัล ปาชิโน และวาล คิมเมอร์ ในหนังอาชญากรรมของโจเอล บาล็อค ชูมากเกอร์ A Time To Kill กับซานดรา บุลล็อค แซมมวล แอล แจ็คสัน และแมทธิว แมคคอนนาเฮย์ และแสดงคู่กับลุค เพอร์รี่ในหนังของจอห์น แมคนอร์ตัน เรื่อง Normal Life ปี 1996 จัดด์ได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี่ และลูกโลกทองคำ ในการแสดงเป็นนอร์มา จีน ในหนังของ HBO เรื่อง Norma Jean & Marilyn งานบนเวทีของจัดด์เรื่องแรกที่มีกับ Naked Angels' Production คือ Busted กำกับการแสดงโดยทิโมธี่ ฮัทตัน และเธอรับบท แมดจ์ ที่บรอดเวย์ให้กับละคร ซึ่งชนะรางวัลพุลลิทเซอร์ของวิลเลี่ยม อิงจ์ เรื่อง Picnic ของ Roundabout Theatre ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการถ่ายทำบทตัวประกอบให้กับมิราแมกซ์ ในภาพยนต์เรื่อง Smoke ผลงานเรื่องต่อไปของจัดด์ ได้แก่ภาพยนต์ชีวประวัติเรื่อง Frida เรื่องราวชีวิตของศิลปิน ฟรีดา คาโล กำหนดออกฉายเดิอนตุลาคม 2002 เชอร์ลี่ย์ ไนท์ (เนซี่) ผลงานล่าสุดกับเจนนิเฟอร์ โลเปซ ในเรื่อง Angel Eyes ในปี 2000 แสดงในดราม่าครอบครัว 75 Degrees in July ซึ่งเปิดตัวที่ Montreal International Film Festival ผลงานรุ่นแรกของไนท์ ได้แก่ The Dark at the Top of the Stairs และ Sweet Bird of Youth ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสก้าร์ และลูกโลกทองคำ ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม ในเรื่อง Dutchman เธอได้รับรางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยมจาก Venice Film Festival และ Critic's Prize ที่คานนส์ เรื่องอื่นๆ ยังมี The Group, Petulia, Endless Love และ The Rain People ในบทที่เขียนเพื่อเธอโดยผู้กำกับการแสดง ฟรานซิส คอพโพล่า ผลงานเรื่องล่า ได้แก่ Stuart Saves His Family, Little Boy Blue, Diabolique และหนังดัง As Good as it Gets เธอมีผลงานมามายทางโทรทัศน์ ในมินิซีรี่ส์ และภาพยนต์ที่ทำเพื่อโทรทัศน์หลายเรื่อง เคยได้รับ 3 รางวัลเอ็มมี่ และได้รับเสนอชื่อถึง 9 ครั้ง ผลงานใน Indictment: The McMartin Trial เธอได้รับทั้งรางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลเอ็มมี่ งานโทรทัสฯือื่นๆ เช่น A Marriage of Convenience, The Country Girl และโดยอิงมา เบิร์กแมน เรื่อง The Lie, The Wedding, If These Walls Could Talk and Playing for Time รวมทั้งบทในซีรี่ส์ดัง อย่าง thirtysomething, Law and Order, N.Y.P.D. Blue, The Equalizer และ The Fugitive ไนท์มีผลงานแสดงที่บรอดเวย์ให้กับฮอร์ตัน ฟุต เรื่อง The Young Man From Atlanta ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโทนี่ และ Drama Desk Award เธอได้รับรางวัลโทนี่จากการแสดงใน Kennedy's Children ผลงานประทับใจจากเวทีของเธอ ได้แก่ Losing Time โดยจอห์น ฮอพกินส์, The Cherry Orchard, The Glass Menagerie, A Streetcar Named Desire และ A Lovely Sunday for Creve Coeur (เขียนบทเพื่อเธอโดยเทนเนสซี วิลเลี่ยมส์) รวมทั้งผลงานของลี สตราสเบิร์กเรื่อง The Three Sisters เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Drama Desk Award จากผลงานของจอห์น กัวร์ เรื่อง Landscape of the Body เร็วๆ นี้ ผลงานนอกบรอดเวย์ได้แก่ Necessary Targets และ The Vagina Monologues ผลงานของไนท์ที่หาชมได้ตอนนี้ คือในหนังระทึกขวัญ The Salton Sea กับวาล คิมเมอร์, และ The House on the Hill, P.S. Your Cat is Dead และหนังของโชว์ไทม์ My Louisiana Sky แองกัส แมคฟาเดียน (คอนเนอร์) เป็นที่รู้จักดีจากบทบาท โรเบิร์ต เดอะบรูซ ใน Braveheart ผลงานกำกับและแสดงของเมล กิ๊บสัน บทบาทที่โด่งดังยังมี ออร์สัน เวลส์ ใน Cradle Will Rock โดยผู้กำกับทิม ร็อบบิ้นส์, อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ใน Snide and Prejudice บท ปีเตอร์ ลอว์ฟอร์ดใน The Rat Pack และริชาร์ด เบอร์ตันในหนังชีวประวัติของ NBC เรื่อง Destiny: The Elizabeth Taylor Story ผลงานที่จะออกฉายต่อไปคือหนังไซ-ไฟระทึกขวัญ Equilibrium. ผลงานภาพยนต์มีชื่อของแมคฟาเดียน ได้แก่ Titus Andronicus, โดยจูลี่ เทย์มอร์ Woman is a Helluva Thing, Facade, Lanai-Loa, Still Breathing, The Brylcreem Boys, Nevada และ Warriors of Virtue ผลงานโทรทัศน์มีชื่อได้แก่ ซุส ใน Jason and the Argonauts; ซีรี่ส์ Taking Over the Asylum และเทเลฟิล์ม The Lost Language of Cranes, ทั้งสองเรื่องโดย BBC; Two Golden Balls, โดยบาร์ด เอนเตอร์เทนเมนท์; ทางช่อง 4 God of Happiness; และ Care, ให้กับ YTV เกิดที่สก็อตแลนด์และได้รับการศึกษาที่ฝรั่งเศส แมคฟาเดียนสำเร็จการศึกษาปริญญา เกียรตินิยมจาก University of Edinburgh แม็กกี้ สมิธ (คาโร) หนึ่งในดาราล้ำค่าของชาวอังกฤษ มีผลงานโด่งดังนับไม่ถ้วนบนเวที ทั้งในอังกฤษและบรอดเวย์ รวมทั้งบนจอภาพยนต์ ผลงานล่าสุดในหนังของโรเบิร์ต อัลท์แมน เรื่อง Gosford Park,ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม ผู้ชมชาวอเมริกันได้รู้จักสมิธจากผลงานที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ เธอรับบทครูสาว ผู้ไม่ปกติ ใน The Prime of Miss Jean Brodie เธอได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจากผลงานในภาพยนต์ภาพสวย เรื่อง Travels With My Aunt และได้รับรางวัลออสการ์ตัวที่สอง จากการรับบทดาราผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์และพลาดหวัง ในตอนที่แสนสนุกสนานของ California Suite โดยนีล ไซมอน และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์อีกครั้ง ในฐานะดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม จากผลงานไม่มีที่ติให้กับ Merchant Ivory ในเรื่อง Room With a View, และยังร่วมแสดงในเรื่อง Quartet อีกเรื่องหนึ่งด้วย สมิธเคยร่วมแสดงในภาพยนต์มีชื่อหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เธอจะรับบทตลกขบขัน ได้แก่ Murder by Death, Death on the Nile และ Evil Under the Sun, ร่วมทั้งเรื่องฮิต Sister Act และภาคต่อ Sister Act 2: Back in the Habit and Hook. เธอยังเคยแสดงในเรื่องดราม่าโด่งดังอย่าง Tea With Mussolini, The Lonely Passion of Judith Hearne และผลงานทางโทรทัศน์ Suddenly Last Summer บทของเธอในหนังที่สร้างจากงานของเชคสเปียร์ และเรื่องคลาสสิค เช่น Richard III, Othello, ซึ่งเธอได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม A Private Function และผลงานโทรทัศน์ David Copperfield เธอได้รับบทครูใหญ่มินอร์ว่า มักกอนนากัล ในเรื่องยอดนิยม Harry Potter and the Sorcerer's Stone ซึ่งจะได้รับบทนี้อีกครั้งในตอนต่อ Harry Potter and the Chamber of Secrets กำหนดฉายปลายปีนี้ ในปี 1989 ควีนเอลิซาเบ็ธที่ 2 พระราชทานตำแหน่ง of Dame ให้กับสมิธ เพื่อเป็นรางวัลความดีความชอบ และแสดงความนับถือในความสามารถสูง และความสำเร็จด้านการแสดงของเธอ ทีมงาน แคลลี่ คูรี่ (ผู้กำกับการแสดง / บทภาพยนต์) หญิงไฟแรง ซึ่งก่อให้เกิดการโต้เถียงทั่วประเทศจากผลงานในปี 1991 เรื่อง Thelma and Louise งานเขียนบทภาพยนต์ครั้งแรกของเธอ ซึ่งเธอได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากเรื่องนี้ด้วย เธอยังได้รับ Writers Guild of America ด้าน Best Original Screenplay รวมทั้งรางวัลลูกโลกทองคำ และ PEN Literary Award นอกจากนี้ Thelma and Louise ยังได้รางวัลในต่างประเทศจาก London Film Critics Circle Award ในฐานะภาพยนต์ประจำปี และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Best Original Screenplay ที่ British Academy of Film และ Television Arts ภาพยนต์เรื่องที่สองของคูรี่ ซึ่งเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 1995 คือ Something to Talk About โดยวอร์เนอร์บราเดอร์ส พิกเจอร์ส นำแสดงโดยจูเลีย โรเบิร์ตส, เดนนิส เควด, จีน่า โรว์แลนด์ส, โรเบิร์ต ดูวัล และไคร่า เซ็ดจวิค บททั้งสองเรื่อง ได้รับการตีพิมพ์โดย Grove Press เกิดที่เท็กซัส และเติบโตในเคนตักกี้ คูรี่ศึกษาที่ Purdue University เอกวิชาการแสดง เธอเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมที่ Lee Strasberg Institute ในลอส แอนเจลิส และต่อมาที่ Peggy Fuery ในปี 1985 เธอเริ่มการทำงานด้านผลิตภาพยนต์, โฆษณา และมิวสิควิดีโอ ปัจจุบันคูรีดำรงตำแหน่งคณะกรรมการของ Writers Guild เธอกำลังอยู่ระหว่างดำเนินงานหลายโปรเจ็คซึ่งเธอจะเขียนบทและกำกับเอง ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ลอส แอนเจลิส กับสามีนักเขียน/สร้างภาพยนต์ เดวิด วอร์ฟิลด์ (ยังมีต่อ) -อน-

ข่าวล่าสุด