ฟิทช์ให้อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ของธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)ที่ 'AA(tha)'

พุธ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕ ๑๑:๓๔
ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศให้อันดับเครดิตภายในประเทศแก่หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 (Basel III-compliant Tier 2 subordinated unsecured notes) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) หรือ UOBT (อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว 'AAA(tha)'/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ที่ 'AA(tha)'

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
หุ้นกู้ด้อยสิทธิได้รับการจัดอันดับต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารอยู่ 2 อันดับ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ที่มากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน หุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนระหว่างการดำเนินกิจการ (going-concern loss absorption) จึงไม่ได้มีการปรับลดอันดับเครดิตเพิ่มเติมสำหรับความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ (non-performance risk) วิธีการจัดอันดับเครดิตของตราสารหนี้ดังกล่าวเป็นไปตามเกณฑ์ในการจัดอันดับของฟิทช์

เงื่อนไขและข้อกำหนดสิทธิเป็นไปตามมาตรฐานของการออกหุ้นกู้ประเภทดังกล่าว โดยระบุการรองรับผลขาดทุนในกรณีที่ธนาคารมีสถานะเป็นธนาคารที่ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ (non-viability trigger) โดยหมายถึงกรณีที่ธนาคารได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉินจากธนาคารกลางหรือหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ที่มีอำนาจ

อันดับเครดิตของ UOBT พิจารณาจากคาดการณ์ของฟิทช์ว่าจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปรกติ (extraordinary support) จากธนาคารแม่ใน สิงคโปร์ ซึ่งก็คือ United Overseas Bank Limited ("UOB"; อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ 'AA-' /แนวโน้มอันดับ เครดิตเป็นลบ/ 'aa-') UOBT มีบทบาทสำคัญในเชิงกลยุทธ์ในด้านการสนับสนุนการขยายธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการใช้สัญลักษณ์ทางการค้าที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน รวมทั้งความร่วมมือในการดำเนินงานและการตลาดที่มีมาอย่างยาวนานกับธนาคารแม่

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตและปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคตสามารถหาได้จากประกาศอันดับเครดิต "ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารยูโอบี (ไทย)ที่ 'A-' และอันดับเครดิตภายในประเทศที่ 'AAA(tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ" ประกาศวันที่ 27 เมษายน 2565

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
การปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ UOBT จะทำให้อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารถูกปรับลดอันดับ
การปรับตัวลดลงอย่างมากของความสามารถของ UOB ที่จะให้การสนับสนุนแก่ UOBT อาจส่งผลให้อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นถูกปรับลดอันดับ ตัวอย่างเช่น การปรับลดลงหลายอันดับของอันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศของ UOB อาจส่งผลให้เกิดการทบทวนอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ UOBT

อันดับเครดิตยังอาจถูกปรับลดอันดับได้ หากการเชื่อมโยงกันระหว่าง UOB และ UOBT มีการปรับด้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหมายถึงโอกาสในการให้การสนับสนุนที่ปรับตัวลดลง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้จากตัวอย่างเช่น การลดลงของสัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารแม่ลงต่ำกว่า 75% รวมถึงการลดระดับการควบคุมการบริหารงานและการเชื่อมโยงในด้านกลยุทธ์ อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านโอกาสที่ธนาคารแม่จะให้การสนับสนุนในระยะปานกลาง

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวซึ่งใช้เป็นอันดับเครดิตอ้างอิงสำหรับอันดับเครดิตตราสารหนี้ด้อยสิทธิของ UOBT อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิอาจถูกปรับเพิ่มอันดับได้หากความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ถือหุ้นกู้ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์นั้นอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งน่าจะมีความเหมาะสม มากกว่าที่จะปรับลดอันดับลงเพียง 1 อันดับจากอันดับเครดิตอ้างอิง จากระดับปัจจุบันที่ 2 อันดับ แต่อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ไม่ คาดการณ์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะสั้น

วันที่มีการประชุมพิจารณาอันดับเครดิต:
27 เมษายน 2565

อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตภายในประเทศของ UOBT มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตของ ธนาคารแม่ซึ่งคือ UOB ในประเทศสิงคโปร์

ที่มา: ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย)

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด