SAWAD เปิดงบ Q2/65 กำไรสุทธิ 1,140 ลบ. กวาดรายได้รวมเฉียด 3 พันล้าน อานิสงส์โควิดดีขึ้น ศก.ฟื้นหนุนความต้องการสินเชื่อ

พุธ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ ๐๘:๓๗
SAWAD เดินหน้าสร้างกำไรไตรมาส 2/65 รวม 1,140 ล้านบาท ผลักดันรายได้เติบโตกว่า 2.7 พันล้าน ด้านผู้บริหาร ธิดา แก้วบุตตา เชื่อครึ่งปีหลังยังเติบโตแกร่ง มั่นใจปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีเติบโตกว่า 20-30% ตามแผน พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ขยายสาขา รองรับการเติบโตตามแนวโน้มเศรษฐกิจ
SAWAD เปิดงบ Q2/65 กำไรสุทธิ 1,140 ลบ. กวาดรายได้รวมเฉียด 3 พันล้าน อานิสงส์โควิดดีขึ้น ศก.ฟื้นหนุนความต้องการสินเชื่อ

ธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2565 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 1,140.75 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยราว 1,917.44 ล้านบาท และรายได้อื่นราว 829.50 ล้านบาท รวมรายได้อยู่ที่ 2,746.94 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 11.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้รายได้และกำไรสุทธิที่เติบโตมาจากการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ และธุรกิจประกันภัยตามลำดับ โดยได้อานิสงส์จากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มมีแนวโน้มการฟื้นตัว สนับสนุนให้เกิดความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน มีรายได้ดอกเบี้ย 3,642.82 ล้านบาท และรายได้อื่น 1,623.35 รวมรายได้อยู่ที่ 5,266.17 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,269.35 ล้านบาท โดยรายได้และกำไรสุทธิอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมให้ครบ 5,500 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และผลักดันให้บริษัทย่อยเติบโตแบบก้าวกระโดดเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรในภาพรวม เพื่อให้เข้าถึงบริการและสามารถดูแลลูกค้าในทุกกลุ่มได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งช่วยสนับสนุนให้เกิดการปล่อยสินเชื่อใหม่ตามแผน ซึ่งคาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้นกว่า 20-30% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่ซึ่งไม่นับรวมกับ บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ที่ร่วมธุรกิจกับธนาคารออมสิน อีกกลยุทธ์คือการเร่งประชาสัมพันธ์การสื่อสารแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ ขยายฐานลูกค้า และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ส่วนความคืบหน้าการปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT และบริษัทศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ของปีนี้

ที่มา: วิชั่น ออน

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด