ฟิทช์ประกาศให้อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ มูลค่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ 'BBB+'

พุธ ๐๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ๑๖:๑๖
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศให้อันดับเครดิตแก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน มูลค่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อายุ 5 ปี ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือ EXIM (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ที่ 'BBB+' โดยหุ้นกู้ดังกล่าวออกภายใต้โครงการหุ้นกู้ Medium-Term Note (MTN) ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวม 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

การประกาศให้อันดับเครดิตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากฟิทช์ได้รับเอกสารฉบับสมบูรณ์ซึ่งมีข้อมูลตรงตามที่ได้รับมาก่อนหน้า อันดับเครดิตที่ประกาศนี้เป็นอันดับเครดิตระดับเดียวกับที่ฟิทช์คาดว่าจะให้แก่หุ้นกู้ดังกล่าวตามที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิดังกล่าวได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-term Foreign-Currency Issuer Default Rating) ของ EXIM เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวจะเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคาร

อันดับเครดิตสากลของ EXIM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลของประเทศไทย (BBB+/Stable/F1) ซึ่งสะท้อนมุมมองของฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลไทยจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารในกรณีที่มีความจำเป็น EXIM มีสถานะเป็นธนาคารรัฐและจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งเฉพาะ โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของธนาคารและมีอำนาจในการควบคุมการบริหารงานและกำหนดกลยุทธ์ของธนาคาร

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตและปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต หาเพิ่มเติมได้จากรายงานอันดับเครดิตล่าสุดหัวข้อ 'ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตสากลของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ 'BBB+' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ' ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่ https://www.fitchratings.com/site/pr/10180807

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ EXIM อาจถูกปรับลดอันดับหากความสามารถในการให้การสนับสนุนที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือสนับสนุนแก่ธนาคารปรับตัวด้อยลง ซึ่งสะท้อนได้จากการปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทย หรือหากโอกาสที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือสนับสนุนแก่ธนาคารปรับตัวลดลง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นหากรัฐบาลลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารลงอย่างมีนัยสำคัญหรือหากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของธนาคารจากการเป็นธนาคารรัฐ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ EXIM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทยจะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับเช่นกัน

อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตของ EXIM มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอันดับเครดิตของประเทศไทย

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
หากไม่มีการเปิดเผยอื่นใดในส่วนนี้แสดงว่าระดับคะแนนที่สูงที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต จะไม่เกิน 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก https://www.fitchratings.com/esg

ที่มา: ฟิทช์ เรทติ้งส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด