ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การออมภาคบังคับ

ศุกร์ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๐๒๑ ๑๕:๕๖
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ และการปรับปรุงพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 (พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) เพื่อประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อดำเนินการให้ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสอดคล้องและสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการออมภาคบังคับของแรงงานภาคเอกชนในระบบ ตามร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ) รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงระหว่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปี 2565 ประเทศไทยคาดว่าจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์โดยมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ ในขณะที่แรงงานในระบบส่วนใหญ่ยังมีรายได้หลังเกษียณไม่เพียงพอ กระทรวงการคลังจึงได้เสนอร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ โดยจัดให้มีการออมภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบ เพื่อส่งเสริมให้ลูกจ้างมีการออมเพื่อการเกษียณและมีรายได้หลังเกษียณที่เพียงพอในการดำรงชีพ

เนื่องจาก พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพปัจจุบันได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการออมภาคสมัครใจ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านจากการออมภาคสมัครใจไปเป็นการออมภาคบังคับ จึงต้องมีการปรับแก้ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ให้สอดรับกับร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ เพื่อสร้างความชัดเจน ลดภาระแก่นายจ้างจำนวน 19,300 รายที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการให้ลูกจ้าง ซึ่งครอบคลุมลูกจ้างเป็นจำนวนมากกว่า 2.88 ล้านคน และลดความเสี่ยงในการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีเม็ดเงินลงทุนรวมถึง 1.3 ล้านล้านบาท รวมทั้งดำเนินการให้การเชื่อมโยงระหว่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขมาเป็นระยะเวลา 6 ปี* รวมทั้งตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามระยะเวลาที่กำหนด จึงเห็นควรประเมินผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้กฎหมายปัจจุบันไปพร้อมกับการเสนอปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพในคราวเดียวกัน เพื่อนำผลการประเมินดังกล่าวมาประกอบการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ก.ล.ต. จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และเสนอแนวทางการปรับปรุง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้รองรับร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนการออมภาคบังคับของแรงงานภาคเอกชนในระบบ และลดผลกระทบต่อนายจ้าง ผู้ประกอบธุรกิจและตลาดทุน ที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนผ่านจากการออมภาคสมัครใจเป็นการออมภาคบังคับ

ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th/…CID=762 ผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565

ที่มา: ก.ล.ต.

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด