SFLEX โชว์รายได้รวม All Time High แตะ 429 ลบ. พุ่ง 25.6% ขยายฐานลูกค้าเพิ่มหนุนออเดอร์ทะลัก 60 รายการ

พุธ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ๑๐:๓๗
SFLEX โชว์รายได้รวม All Time High แตะ 429 ลบ. พุ่ง 25.6% ขยายฐานลูกค้าเพิ่มหนุนออเดอร์ทะลัก 60 รายการ งัดกลยุทธ์ตลาดเชิงรุก ดันรายได้ปีนี้ทะลุ 1.56 พันล. ทำสถิตินิวไฮ
SFLEX โชว์รายได้รวม All Time High แตะ 429 ลบ. พุ่ง 25.6% ขยายฐานลูกค้าเพิ่มหนุนออเดอร์ทะลัก 60 รายการ

บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) สุดแกร่ง! เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 กวาดยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% ทำกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากงวดเดียวกันปีก่อน "สมโภชน์ วัลยะเสวี" แจงผลงานไตรมาสแรกโดดเด่น เหตุขยายฐานลูกค้าเพิ่ม หนุนคำสั่งซื้อไหลเข้ามาต่อเนื่องเป็นสินค้าใหม่กว่า 60 รายการ ประเมินรายได้จากการขาย Flexible Packaging ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1,560 ล้านบาท ทุบสถิติสูงสุดใหม่ เดินหน้ากลยุทธ์ขยายตลาดเชิงรุก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นตลาดบรรจุภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยมไปสู่กลุ่ม Food และ กลุ่มเครื่องมือแพทย์ ดันมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น

ดร. สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนชั้นนำในประเทศ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564) มีรายได้รวม 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 341.6 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาท หรือ 10.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 34.8 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) จำนวน 418.9 ล้านบาท โดยสามารถจัดประเภทเป็น 2 ประเภทหลัก ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าอุปโภค (Non-Food) จำนวนเงิน 328.1 ล้านบาท และกลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จำนวนเงิน 90.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 78.3% และ 21.7% ตามลำดับ

"ในช่วงไตรมาส 1/2564 ภาพรวมผลการดำเนินงานเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทได้รับออเดอร์เพิ่มกว่า 60 รายการ ส่งผลทำให้บริษัทฯ มีรายได้รวมสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา อย่างไรก็ตาม การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ทำให้สัดส่วนกำไรลดลงในช่วงแรก โดยคาดว่าหากคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่องกระบวนการผลิตในช่วงไตรมาส 3/2564 จะส่งผลทำให้ปริมาณการผลิตต่อครั้งเข้าสู่การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ได้ และจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคตอีกด้วย"

ทั้งนี้ SFLEX มีการให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความมั่นคงในเรื่องสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงตาม Specification และความปลอดภัย รวมถึงการส่งมอบสินค้าตรงต่อเวลา จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าใหม่ได้อย่างแน่นอน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SFLEX กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมาย รายได้จากการขาย Flexible Packaging ไว้ไม่น้อยกว่า 1,560 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันผลการดำเนินงานสร้างสถิติสูงสุดใหม่ จากกลยุทธ์การขยายตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับการขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่ม Food มากขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 25-30% และที่เหลือราว 70-75% เป็นยอดขายในกลุ่ม Non-Food เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทมีการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยมไปสู่กลุ่ม Food และกลุ่มเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้มาร์จิ้นสูง ทำให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในปีนี้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ที่มา: ไออาร์ เน็ตเวิร์ค

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด