เตรียมพร้อมสู่ 'IPO' สร้างการเติบโตทางธุรกิจ หลังโควิดคลี่คลาย

อังคาร ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ๑๐:๕๕
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่สิ้นสุดลง ภาคธุรกิจมีการปรับตัวเพื่อฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ โดยในปี 2563 มีบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และประสบความสำเร็จในการระดมทุนเป็นจำนวนมาก ธุรกิจที่ต้องการสร้างการเติบโตในปี 2564 เป็นต้นไป จึงควรเตรียมความพร้อมและเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การเดินหน้าเข้าจดทะเบียนและระดมทุนจะสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เตรียมพร้อมสู่ 'IPO' สร้างการเติบโตทางธุรกิจ หลังโควิดคลี่คลาย

โดยแนวโน้มการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนเกินเป้าหมายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จากการคาดการณ์ที่เฉลี่ยต่อปี 2.5 แสนล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหุ้นไทยปี 2563 อยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาท

ส่วนแนวโน้ม IPO ในปี 2564 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนพฤศจิกายน 2563 พบว่าจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นักลงทุนคาดหวังการไหลเข้าออกของเงินทุนเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ และการทยอยใช้วัคซีนโควิด-19 ประกอบกับการที่ธุรกิจยังต้องการเม็ดเงินระดมทุน ทำให้ IPO จะยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมความพร้อมเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ

ศศิธร พงศ์อดิศักดิ์ หัวหน้าแผนก Private Enterprise เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าวว่า "การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะช่วยให้ธุรกิจมีแหล่งระดมทุนระยะยาวด้วยช่องทางที่หลากหลาย ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจด้วยการมีโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสม และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน นอกจากการมีแหล่งระดมเงินทุนระยะยาวแล้ว ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่บริษัทจะได้รับคือ ภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะที่บริษัทได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) การเชื่อมโยงทางธุรกิจ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินปันผล ผู้ถือหุ้นก็จะได้ประโยชน์จากการเสริมสร้างสภาพคล่อง ความคุ้มครองในการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย

ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน และต้องดำเนินการตามกฎหมาย ตลอดจนข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จากประสบการณ์ของทีมงาน IPO Readiness โดย KPMG Private Enterprise พบว่าผู้บริหาร ผู้ประกอบการ จะต้องเผชิญความท้าทายในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่การกำหนดทิศทางธุรกิจ การวางกลยุทธ์ การปรับระบบงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน มาตรฐานบัญชี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ ตลอดจนการจัดเตรียมบุคลากรเพื่อให้สอดรับกับธุรกิจที่กำลังเติบโต ดังนั้นธุรกิจจึงควรเตรียมความพร้อมด้วยการ ทำความเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของกรรมการ จัดโครงสร้างธุรกิจ เตรียมระบบควบคุมภายในและระบบบัญชี ตลอดจนถึงการร่วมมือกันของฝ่ายการเงินและบัญชีกับผู้ตรวจสอบบัญชี และทีมงานผู้เชี่ยวชาญอีกหลายด้าน"

"ในมุมมองของเคพีเอ็มจี เรามองว่า ทุกธุรกิจมี value และมีศักยภาพ แต่จะทำอย่างไรที่จะดึงศักยภาพ ของบริษัทออกมาให้ประจักษ์แก่สายตาของนักลงทุนและสร้างความโดดเด่น ตลอดจนสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ ดังนั้นการมีทีมงาน IPO Readiness ที่มีประสบการณ์ เดินเคียงข้างผู้ประกอบการไปตลอดเส้นทางของ IPO จะสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และเสริมสร้าง value ให้กับองค์กรได้" ศศิธร กล่าวสรุป

ทีมงาน IPO Readiness โดย KPMG Private Enterprise ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ดังนี้(จากซ้ายไปขวา) สุรยศ เชื้อพานิช หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาธุรกิจ, สุกิจ วงศ์ถาวราวัฒน์ ประธานฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจ, อวยชัย สุขวงค์ หุ้นส่วนสายงานภาษี, บุญญาพร ดอนนาปี หุ้นส่วนสายงานกฎหมาย, ศศิธร พงศ์อดิศักดิ์ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และหัวหน้าแผนก Private Enterprise เคพีเอ็มจี ประเทศไทย, ธนิต โอสถาเลิศ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจผู้บริโภคและค้าปลีก เคพีเอ็มจี ประเทศไทย, ก้องเกียรติ จตุพรภักดี หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาธุรกิจ และ ศุภเชษฐ คุณาลักษณ์กุล หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาธุรกิจ

ท่านสามารถรับชมวิดีโอแนะนำบริการ IPO Readiness ของ KPMG Private Enterprise ได้ที่ bit.ly/…adiness และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ IPO Readiness ได้จาก Services Brochure bit.ly/…rochure

ที่มา: KPMG Thailand

เตรียมพร้อมสู่ 'IPO' สร้างการเติบโตทางธุรกิจ หลังโควิดคลี่คลาย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด