นิเทศ นิด้า เผยเด็กไทยยอมรับใช้เวลาอยู่กับสังคมคมออนไลน์มากกว่าผู้ปกครอง แต่ก็ต้องการใช้สื่อสังคมบอกรักและห่วงใย สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี

พฤหัส ๐๗ มกราคม ๒๕๖๔ ๑๓:๔๘
คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยผลสำรวจการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และสิ่งที่เด็กและเยาวชนต้องการจะสื่อสารกับครอบครัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เนื่องในวันเด็ก ปี 2564 นี้ โดยทำการสำรวจจากกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 11-18 ปี จำนวน 2,972 หน่วยตัวอย่างทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย เป็นเพศชาย ร้อยละ 39.7 เพศหญิง ร้อยละ 56.2 และเพศทางเลือก ร้อยละ 4.1 โดยการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2563 - 5 มกราคม 2564
นิเทศ นิด้า เผยเด็กไทยยอมรับใช้เวลาอยู่กับสังคมคมออนไลน์มากกว่าผู้ปกครอง แต่ก็ต้องการใช้สื่อสังคมบอกรักและห่วงใย สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี

เด็กไทยวันนี้ยอมรับว่าใช้เวลาอยู่กับตัวเองผ่านสื่อสังคมคมออนไลน์มากกว่าอยู่กับผู้ปกครอง และใช้สื่อสังคมเพื่อการติดต่อสื่อสารเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันกับผู้ปกครอง

ผลการสำรวจ พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.0 จะใช้เวลาบนโลกออนไลน์กับตัวเอง รองลงมาร้อยละ 38.3 จะใช้เวลากับเพื่อน และเพียงร้อยละ 11.7 ใช้เวลากับพ่อแม่ หรือสมาชิกในครอบครัว และเมื่อถามถึงจุดประสงค์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.0 ระบุว่า เพื่อเล่าเรื่องราว ความรู้สึก ความคิด ประสบการณ์ของตัวเองผ่านสื่อ รองลงมา ร้อยละ 56.4 ระบุว่า เพื่อติดต่อ พูดคุย หาเพื่อนใหม่ที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์ ร้อยละ 54.5 ระบุว่า เพื่อติดต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนที่รู้จักในโลกออฟไลน์

ด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.2 ระบุว่า ใช้ติดต่อสื่อสารเรื่องทั่วไป เช่น โทร หรือส่งข้อความหากัน บอกธุระ ให้มารับ-ส่ง รองลงมา ร้อยละ 57.9 ระบุว่า ใช้แสดงความรู้สึก เห็นใจซึ่งกันและกัน เช่น เขียนเม้นท์เวลาคนในครอบครัวโพสต์ และร้อยละ 49.9 ใช้พูดคุย แบ่งปันความสนุกสนาน เช่น แชร์คลิป โพสต์ภาพ ส่งเพลงให้กัน ดูยูทูบด้วยกัน

เนื่องในวันเด็กปี 2564 เด็กๆ ต้องการใช้สื่อสังคมบอกรักและห่วงใย และสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี

เมื่อสอบถามถึงสิ่งที่เด็ก ๆ อยากบอกกับผู้ปกครองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เนื่องในวันเด็กในปี 2564 พบว่า ร้อยละ 48.46 อยากบอกรักพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว ห่วงใย และให้รักษาสุขภาพ ห่างไกลโควิด รองลงมา 20.54 อยากใช้พื้นที่สื่อสังคมแสดงความตั้งใจทำ สัญญากับครอบครัว เช่น ตั้งใจว่าจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ จะเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ หรือไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 9.16 อยากใช้พื้นที่สื่อสังคมในการระบายความในใจ หรือสิ่งที่คิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจพวกเขา หรือสิ่งที่พวกเขาอึดอัดกับผู้ปกครอง และอยากให้ผู้ปกครองเข้าใจตนเองมากขึ้น เช่น อยากให้พ่อแม่ฟังความคิดเห็นของพวกเขาบ้าง หรือปล่อยให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ต้องการ รวมถึงอยากให้พ่อแม่เข้าใจว่าสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้มีแต่ผลเสียเท่านั้น

สิ่งที่เด็กอยากได้จากผู้ปกครองเนื่องในวันเด็กปี 2564 คือ อยากให้ผู้ปกครองพาไปเที่ยว และของขวัญที่อยากได้ คือ มือถือ ค่าขนมเพิ่ม และ คอมพิวเตอร์

สำหรับสิ่งที่เด็กอยากได้จากผู้ปกครองเนื่องในวันเด็กปี 2564 พบว่า เด็กร้อยละ 72.52 อยากให้ผู้ปกครองพาไปเที่ยว ในขณะที่ ร้อยละ 27.48 อยากได้ของสำหรับตัวเอง เช่น ของขวัญวันเด็ก รวมถึงอยากเจอพ่อแม่ อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว เป็นต้น โดยสิ่งของที่เด็กอยากได้มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ (ร้อยละ 31.54) ค่าขนมเพิ่ม (ร้อยละ 14.31) และ คอมพิวเตอร์ (ร้อยละ 8.3)

ศาสตราจารย์ ดร.ยุบล เบ็ญจรงคกิจ คณบดี คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ ไอจี และแอปที่ออกมาใหม่ๆ อีกมากมาย เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้เด็กหรือเยาวชนใช้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องส่งเสริมการใช้สื่อสังคมอย่างรู้เท่าทันในเด็ก และเปิดโอกาสให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างเด็ก เยาวชน และครอบครัว

ที่มา: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

นิเทศ นิด้า เผยเด็กไทยยอมรับใช้เวลาอยู่กับสังคมคมออนไลน์มากกว่าผู้ปกครอง แต่ก็ต้องการใช้สื่อสังคมบอกรักและห่วงใย สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด