ยูโอบีร่วมกับช้อปปี้ ติดอาวุธผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ด้วยหลักสูตรด้านดิจิทัล ที่จะทำให้การบริหารธุรกิจออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อังคาร ๑๕ ธันวาคม ๒๐๒๐ ๑๕:๑๘

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ทำให้ธุรกิจการค้าออนไลน์มีการเติบโตสูงขึ้น ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงได้ร่วมกับ ช้อปปี้ ผู้นำอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จัดอบรมเสริมทักษะด้านดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ให้สามารถนำดิจิทัลไปบริหารธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตที่เกิดขึ้น

ยูโอบีร่วมกับช้อปปี้ ติดอาวุธผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ด้วยหลักสูตรด้านดิจิทัล ที่จะทำให้การบริหารธุรกิจออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการจับจ่ายซื้อของที่ผู้บริโภคหันมาซื้อของบนออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซว่าจะเติบโตขึ้นร้อยละ 35 หรือมูลค่าสูงถึง 220,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2563 และจากผลสำรวจ ASEAN Consumer Sentiment Study ชี้ว่า ผู้บริโภคชาวไทย 1 ใน 2 คน เพิ่มการซื้อของใช้ในบ้านจากช่องทางออนไลน์มากขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาด ในขณะที่ผู้บริโภคชาวไทย 2 ใน 5 คน ได้ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมเพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 39) และอุปกรณ์เทคโนโลยี (ร้อยละ 35) จากร้านค้าออนไลน์ โดยมีจำนวนถึง 9 ใน 10 คนที่จะยังคงซื้อของออนไลน์ต่อเนื่องไปอีก 6 เดือนนับต่อจากนี้ จากแนวโน้มนี้ แสดงให้เห็นถึงโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่จะเพิ่มยอดขายและฐานลูกค้าได้

โดยการอบรมเสริมทักษะด้านดิจิทัลในครั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากกว่า 50 รายได้เรียนรู้เทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลต่างๆ เพื่อนำไปใช้งาน อาทิ ZWIZ.ai เทคโนโลยีที่จะช่วยตอบแชตลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติ และยูโอบี บิสสมาร์ท (UOB Biz Smart) โซลูชันจัดการธุรกิจครบวงจรบนคลาวด์ที่รวมการทำงานทุกส่วนของธุรกิจ อาทิ ระบบจัดการข้อมูลพนักงานและจ่ายเงินเดือนอัตโนมัติ การทำบัญชี การจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงเหลือ ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการบริหารธุรกิจ นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีขึ้นไปจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผู้ประกอบการจึงได้เรียนรู้วิธีการวางแผนและบริหารภาษีอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าขายออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น

นางสาวปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า "เราตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัลและการบริหารจัดการยอดขายออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ยังไม่คุ้นชินกับเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ยูโอบี ประเทศไทยจึงได้ทำงานร่วมกับช้อปปี้ในการพัฒนาหลักสูตรอบรมเฉพาะที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและเรื่องภาษีได้ดีขึ้น ด้วยทักษะที่ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ จะช่วยให้พวกเขาดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น ตอบคำถามต่างๆ ของลูกค้าได้เร็วขึ้นและช่วยให้ยอดขายเติบโตเร็วขึ้น"

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้เรียนรู้เทคนิคขายของออนไลน์ต่างๆ จากทีมผู้เชี่ยวชาญของช้อปปี้ที่มาให้คำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยให้ขายของได้มากขึ้น อาทิ เทคนิคการตั้งชื่อสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพื่อผลลัพธ์ของการค้นหาที่ดีขึ้น การใช้โค้ดส่วนลดเพื่อช่วยปิดการขายและการทำโปรโมชันร้านค้าเพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตามให้ร้านค้าได้มากขึ้น เป็นต้น

นายจิรพัฒน์ สุนารัตน์ เจ้าของธุรกิจ WMThailand แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายที่มีร้านค้าบนช้อปปี้ กล่าวว่า "ด้วยผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผมต้องเริ่มปรับธุรกิจมาเริ่มขายของบนออนไลน์ ซึ่งผมได้เห็นสัญญาณธุรกิจที่ดีหลังจากที่ได้เริ่มต้นร้านค้าออนไลน์ แต่สำหรับผมการค้าขายออนไลน์เป็นเป็นความท้าท้ายอย่างมาก เพราะผมไม่มีความรู้และทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซรวมถึงการใช้เครื่องมือการตลาดดิจิทัลต่างๆ ที่สำคัญงบประมาณและทรัพยากรที่จะมาดูแลตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัดอีกด้วย หลักสูตรอบรมนี้ที่จัดโดยยูโอบี ประเทศไทยและช้อปปี้ ได้เปิดโลกให้ผมได้รู้จักการใช้โซลูชันดิจิทัลต่างๆ ที่จะช่วยให้ผลการดำเนินงานและยอดขายออนไลน์ของธุรกิจผมดีขึ้น พร้อมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและต้นทุนในระยะยาว"

ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่สนใจสามารถติดตามหลักสูตรอบรมด้านดิจิทัล ได้ทางออนไลน์ที่ www.facebook.com/uob.th หรือshopee.co.th/…edition

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด