PPS เผยแนวโน้มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาในปี 2564 เตรียมพัฒนาบุคลากรและการให้บริการด้านเทคโนโลยี BIM เดินหน้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชน หนุน Backlog 512 ลบ.

จันทร์ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๐๒๐ ๑๐:๔๐

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า PPS วางแผนเข้าเสนองานและยื่นประมูลงานที่จะออกมาในปี 64 บริษัทจึงเตรียมความพร้อมจัดหาบุคลากรใหม่และพัฒนาศักยภาพของพนักงานเดิม เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มเติมในการรับงานทั้งภาครัฐและเอกชน

PPS เผยแนวโน้มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาในปี 2564 เตรียมพัฒนาบุคลากรและการให้บริการด้านเทคโนโลยี BIM เดินหน้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชน หนุน Backlog 512 ลบ.

สำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/63 บริษัทมีการขยายการบริการในรูปแบบใหม่เพิ่มเติม โดยได้รับงานโครงการสำรวจ ออกแบบรายละเอียดเพื่อเตรียมการก่อสร้าง และทำ BIM (Building Information Modeling) ในโครงการรถไฟสายแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ อีกทั้งรอเซ็นสัญญาจากงานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการโรงพยาบาลกระดูกและข้อ งานห้างสรรพสินค้า และกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จากงานภาครัฐ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C ทางวิ่งที่ 3 โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการ Block H และกรมโยธาธิการและผังเมือง และงานภาคเอกชน อาทิ The Custom House, Emsphere, Holiday Inn Samui และกลุ่มงานค้าปลีก โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 512 ล้านบาท เป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 47.55% และภาคเอกชนที่ 52.45%

ขณะที่โครงการยามู หลังจากคลายมาตรการล็อคดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว คาดว่าจะสามารถดำเนินการขายได้ตามแผน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog จากการก่อสร้างบ้านมูลค่า 174 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้รวมกับ Backlog ของกลุ่มบริษัท โดยจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2564

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2563 บริษัทมีรายได้รวม 306.42 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 355.21 ล้านบาท จำนวน 48.79 ล้านบาท หรือลดลง 13.74 % และมีผลขาดทุนสุทธิ 22.13 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.58 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้รวม 108.12 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 112.75 ล้านบาท จำนวน 4.63 ล้านบาท หรือลดลง 4.10 % และผลขาดทุนสุทธิ 2.23 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ลดลงจากงวดเดียวกันปีของก่อน เนื่องมาจากในไตรมาสนี้โครงการขนาดใหญ่บางโครงการได้รับผลกระทบจากการปรับแผนงานและต้นทุนโครงการ ส่งผลต่อการรับรู้รายได้บางส่วน รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ของบริษัทเริ่มเข้าสู่ช่วงการส่งมอบงาน อย่างไรก็ตามบริษัทมีโครงการขนาดใหญ่ในภาครัฐและเอกชนที่ได้รับเพิ่มเติมในไตรมาสนี้ เป็นโครงการจากการขยายสาขาของห้างธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ,โครงการภาครัฐและศูนย์การค้าต่างๆ และยังมีโครงการต่อเนื่องมาจากปี 2562 ที่ได้เริ่มดำเนินงานตามแผนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงจากการรับรู้ขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด