สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดทุ่มงบ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกาศลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงานให้เหลือศูนย์ภายในปี 2573

อังคาร ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๐๒๐ ๑๕:๐๕
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดประกาศเป้าหมายธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมให้ลูกค้าของธนาคารปรับตัวสู่เศรษฐกิจปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยภายในสิ้นปี พ.ศ. 2567 ธนาคารฯ มุ่งที่จะ
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดทุ่มงบ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกาศลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงานให้เหลือศูนย์ภายในปี 2573

- ให้บริการทางการเงินมูลค่ารวม 4 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

- ให้บริการทางการเงิน ให้คำปรึกษาเรื่องการเข้าซื้อกิจการ และให้บริการปรับโครงสร้างหนี้ มูลค่ารวม 3 หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ในโครงการพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม)

นอกจากการสนับสนุนลูกค้า สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดตั้งเป้าจะลดคาร์บอนไดออกไซค์ที่เกิดจากสำนักงานและสาขาของธนาคารทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573 ธนาคารมีสำนักงานใน 60 ประเทศรวมไปถึงประเทศเกิดใหม่ขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ได้จากการใช้พลังงานทดแทนและการใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 12 ล้านตารางฟุตของสำนักงานทั่วโลก

เทรซี่ แมคเดอมอทท์ ผู้บริหารระดับสูงสุดของสายงานองค์กรสัมพันธ์ บริหารภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเปิดเผยว่า "ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา เราได้ให้พันธสัญญาหลายด้านเพื่อสนับสนุนสนธิสัญญาปารีสในด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสะอาดขึ้น รักษ์โลกขึ้นและเป็นธรรมมากขึ้น เรารู้ดีว่าการลงทุนของภาครัฐและหน่วยงานประชาสังคมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาคเอกชนต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ในระดับเดียวกัน"

"เครือข่ายของธนาคารฯ ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เราสามารถช่วยให้บริการทางการเงินในพื้นที่ที่สร้างประโยชน์ได้ชัดเจน นอกจากการยกเลิกการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าที่รายได้มากกว่าร้อยละ 10 มาจากถ่านหินเชื้อเพลิง (thermal coal) ภายในปี 2573 เรายังปรับเป้าหมายในการให้สินเชื่อแก่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก มาอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน"

จูดี้ ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวเสริมว่า "องค์การสหประชาชาติประเมินว่าตลาดเกิดใหม่ขาดการลงทุนอีกราว 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งรอยต่อนี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสให้ทั้งภาคการธนาคารและภาคเอกชนที่จะเข้ามาเติมเต็ม ในปัจจุบันตลาดเกิดใหม่และตลาดกำลังพัฒนาที่มีการลงทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพียงร้อยละ 60 ในขณะที่ตลาดแอฟริกามีการลงทุนอยู่เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น"

"สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดหวังว่า ด้วยเครือข่ายและศักยภาพของธนาคารทั่วโลก ธนาคารฯ จะสามารถขับเคลื่อนการสนับสนุนทางการเงินตามเป้าหมาย SDG และให้บริการทางการเงินที่ยั่งยืนในพื้นที่ซึ่งมีความต้องการสูง หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นอย่างมาก ศักยภาพของธนาคารฯ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลอย่างยิ่งยวดต่อเป้าหมายของเราที่จะบรรลุเป้าหมาย SDG ขององค์การสหประชาชาติ"

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืนที่พร้อมจะช่วยสนับสนุนลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายการสร้างรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนได้ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ธนาคารฯ ได้ตั้งทีมงานด้านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) และจากนั้นเป็นต้นมา ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อความยั่งยืนในลอนดอน สิงคโปร์ ฮ่องกงและนิวยอร์ก อีกทั้งยังออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) มูลค่า 5 ร้อยล้านยูโรเพื่อนำเงินทุนไปสนับสนุนทางด้านการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (SDG) ซึ่งรวมถึงโครงการพลังงานสะอาด การให้สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กตลอดจนเงินกู้ไมโครไฟแนนซ์

เกี่ยวกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด

เราเป็นกลุ่มธนาคารสากลชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจใน 60 ตลาดที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว และให้บริการลูกค้าในอีก 85 ตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการค้า การลงทุนและการสร้างความมั่งคั่ง หลักการที่สืบทอดมาและค่านิยมองค์กรของเราสะท้อนอยู่ในพันธกิจของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดที่ว่า Here for good

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดจำกัด มหาชน ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนและฮ่องกง นอกจากนี้ยังได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติในประเทศอินเดียอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการอ่านบทความจากทีมนักเศรษฐศาสตร์ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sc.com และติดตามสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้ทาง Twitter, LinkedIn และ Facebook

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด