สศก. เยือนญี่ปุ่น รุกแผน AFSIS ต่อเนื่อง พร้อมหารือผู้ประกอบการ สำรวจความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรไทย

พุธ ๐๖ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๙ ๐๙:๓๔
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการร่วมหารือการดำเนินโครงการระบบสารสนเทศเพื่อความมั่นคงด้านอาหารแห่งภาคพื้นอาเซียน (ASEAN Food Security Information System : AFSIS) ระยะใหม่ในปี 2562 ระหว่างวันที่ 23 - 25 มกราคม 2562 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น มีผู้อำนวยการกองแผนงานสถิติ กรมสถิติ (Mr. Kenichiro Kakihara) และรองผู้อำนวยการกองแผนงานสถิติ (Mr. Yasuhiro Miyake) เป็นผู้แทนเข้าร่วมหารือ
สศก. เยือนญี่ปุ่น รุกแผน AFSIS ต่อเนื่อง พร้อมหารือผู้ประกอบการ สำรวจความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรไทย

การหารือเกี่ยวกับโครงการ AFSIS ในครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559 – 2561) ทั้งการจัดทำและเผยแพร่รายงานสารสนเทศความมั่นคงด้านอาหารมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ รายงานแนวโน้มสินค้าเกษตร (Agricultural Commodity Outlook) และรายงานข้อมูลเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Information) ตลอดจนได้มีการปรับปรุงฐานข้อมูลเดิมให้ทันสมัย และทยอยเผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์ AFSIS แล้ว โดยคาดการณ์ว่าเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ AFSIS ยังได้ริเริ่มสร้างระบบการรายงานข้อมูลของประเทศสมาชิกผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินการปรับปรุงข้อมูลได้เองทันที พร้อมดำเนินงานโครงการ Improving statistic data on food processing and Distribution related to Agricultural crops in ASEAN Region (ISFAS Project) ซึ่งเป็นการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับห่วงโซ่อาหารของประเทศอาเซียน 8 ประเทศ ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เมษายน 2559 โดยโครงการจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2562

สำหรับทางกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น ได้นำเสนอร่างโครงการส่งเสริมการสำรวจภาคการเกษตรเพื่อความยั่งยืนของภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน หรือ (Zero Draft) Supporting Agricultural Survey on Promoting Sustainable Agriculture in ASEAN Region ซึ่งเน้นการสำรวจต้นทุนในประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยอ้างอิงตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในส่วนของพื้นที่การเกษตร ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล สำนักงานเลขานุการ AFSIS พร้อมที่จะผลักดันความร่วมมือกับทางญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ ซึ่งโครงการภายใต้ AFSIS เป็นโครงการระยะสั้น ดังนั้น ไทยและญี่ปุ่นจึงควรเร่งวางแผนโครงการในระยะต่อไปให้มีความต่อเนื่องทั้งระบบ เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้รับประโยชน์มากที่สุดรวมถึงประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุน อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการปฏิรูปเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการเกษตร ข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญในการจัดทำนโยบายต่างๆ รวมไปถึงการลงทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างให้ความสนใจและพร้อมดำเนินการร่วมกันทั้งด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงในระยะยาว

โอกาสนี้ สศก. ยังได้ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร และหารือแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรกับทางบริษัทค้าปลีกญี่ปุ่น ที่นำเข้าผัก ผลไม้ของไทย พบว่า ส่วนใหญ่สินค้าเกษตรที่นำเข้าจากไทย ได้แก่ ได้แก่ หอมหัวใหญ่ ไก่สด และสินค้าประมง โดยหอมหัวใหญ่จะนำเข้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม เนื่องจากฤดูหนาวของญี่ปุ่นไม่มีผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาด สำหรับไก่สดและสินค้าประมงจะนำเข้าตลอดปี และในอนาคตจะเพิ่มการนำเข้าขิงอีกด้วย ซึ่งการนำเข้าหอมหัวใหญ่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม นับเป็นผลดีกับไทย เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงผลผลิตหอมหัวใหญ่ไทยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ในขณะที่เป็นช่วงหอมหัวใหญ่ของญี่ปุ่นขาดตลาด จึงเป็นโอกาสอันดีของไทยที่จะเร่งผลักดันการส่งออกหอมหัวใหญ่ไปตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น รวมไปถึงผลักดันการส่งออก ขิง ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ตลาดญี่ปุ่นให้ความสนใจ โดยการส่งออกจะต้องควบคุมมาตรฐานผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของญี่ปุ่น ทั้งนี้ จากการหารือกับตัวแทนผู้ประกอบการญี่ปุ่น พบว่า มีความสนใจนำเข้าสินค้าเกษตรไทยเพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะในส่วนของผลไม้ อาทิ กล้วยหอม และมะม่วง รวมถึงผลไม้สดอื่นๆ ที่ได้คุณภาพและเป็นที่นิยม

สศก. เยือนญี่ปุ่น รุกแผน AFSIS ต่อเนื่อง พร้อมหารือผู้ประกอบการ สำรวจความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรไทย สศก. เยือนญี่ปุ่น รุกแผน AFSIS ต่อเนื่อง พร้อมหารือผู้ประกอบการ สำรวจความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรไทย สศก. เยือนญี่ปุ่น รุกแผน AFSIS ต่อเนื่อง พร้อมหารือผู้ประกอบการ สำรวจความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด