สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดอาคารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ลำพูน

อังคาร ๒๙ มกราคม ๒๐๑๙ ๑๗:๓๕
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดอาคารเรือนนอน "สุขเขษม" และอาคาร "เกษตรเมธี" ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดลำพูน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๒ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อคณะกรรมการดำเนินงาน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ นำโดย คุณสายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนฯ พร้อมด้วยคณะอาจารย์ นักเรียน และพสกนิกรชาวจังหวัดลำพูนอย่างหาที่สุดมิได้
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดอาคารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ลำพูน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ถึงโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ เวลา ๑๓.๐๐ น. โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน,ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดลำพูน ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน และนางสายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ ฯ เฝ้ารับเสด็จฯ

จากนั้นเสด็จฯเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระเก้าอี้ นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารเรือนนอน "สุขเขษม" และอาคาร "เกษตรเมธี" และกราบทูลเบิกผู้มีจิตศรัทธาเข้าเฝ้าฯถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลจำนวน ๑๐ ราย และกราบบังคลทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกจำนวน ๑๒๐ ราย

ต่อจากนั้นเสด็จฯทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคารเรือนนอน "สุขเขษม" ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการอาคารเรือนนอน "สุขเขษม" ก่อนจะเสด็จฯไปยังอาคาร "เกษตรเมธี" เพื่อทรงตัดริบบิ้นเปิดอาคาร "เกษตรเมธี" พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการอาคาร "เกษตรเมธี" และปลูกต้นพะยูง ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการและครูอาจารย์จำนวน ๔ ชุด ใต้อาคารเรือนนอน "สุขเขษม"

สำหรับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีนางสายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับคณะกรรมการก่อตั้งมูลนิธิฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การอุปการะเด็กหญิงกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ ๑๘ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้น และทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาจากพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือเป็นค่าอาหาร และค่าอุปกรณ์การเรียน การสอนแก่เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด

เมื่อเริ่มก่อตั้งโรงเรียนในช่วงแรกนั้น โรงเรียนมีอาคารจำนวนทั้งสิ้น ๓ หลัง ประกอบด้วย อาคารเรียน ๑ หลัง ขนาด ๓ ชั้น ๑๕ ห้องเรียน โดยใช้ชื่ออาคารว่า "รวม...ร่วมน้ำใจ",อาคารเรือนนอน ที่ชื่อ "Spansion"จำนวน ๑ หลัง และอาคารเรือนรับรองสำหรับครูและอาสาสมัคร อีก ๑ หลัง ใช้งบประมาณรวมทั้งหมด ๑๐ ล้านบาท และจัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์ โสตทัศนูปกรณ์ เครื่องทำน้ำเย็นสำหรับใช้ดื่มรวมทั้งอุปกรณ์เสริมหลักสูตรอื่นๆ จัดการศึกษาแบบให้เปล่า ไม่เก็บค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งได้รับอนุญาตให้เปิดทำการเรียนการสอนได้ตามระเบียบและข้อบังคับจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นโรงเรียนสามัญ ประเภท ๑๕ (๓) โดยมีนางสายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้รับใบอนุญาต ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๕

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯพระราชทานนามให้โรงเรียนใหม่ว่า"โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา" ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ ๔๘ พรรษา โดยเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ปัจจุบัน มีอาคารเรียน ๒ หลัง ,อาคารเรือนนอน จำนวน ๓ หลัง ,อาคารเรือนรับรองสำหรับครูและอาสาสมัคร ๑ หลัง ,อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๕๐ พรรษา ,อาคารหอสมุดดรุณปัญญา ,อาคารหอศิลป์ดรุณนิรมิต เป็นอาคารใช้แสดงผลงานนักเรียนและมีศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน,อาคารศูนย์ฝึกอาชีพ "ศิลป์สิริ" เป็นอาคารสำหรับการทำงานฝีมือของนักเรียน และอาคารโรงยิมเฉลิมพระเกียรติ สำหรับการฝึกซ้อมกีฬาประเภทต่างๆ

และเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา อยู่ในพระราชูปถัมภ์ โดยใช้คำว่า "ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ต่อท้ายชื่อโรงเรียน ทางโรงเรียนฯ จัดการเรียนการสอนด้านวิชาการตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่กับการฝึกอบรมด้านอาชีพให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ เช่น การทำขนม ,การทอผ้า ,การประดิษฐ์ดอกไม้ ,การร้อยมาลัย ,การทำพานพุ่ม ,งานเซรามิค ,งานเสริมสวย และยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำเกษตรผสมผสาน ,การปลูกผักอินทรีย์ ,การปลูกข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ,การปลูกพืชสมุนไพร ,การเลี้ยงหมู ,การเลี้ยงไก่ไข่ ,การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ ,การเลี้ยงปลาดุก และการเพาะเห็ดนางฟ้า เป็นต้น

นอกจากจะได้รับการฝึกอบรมด้านงานอาชีพแล้ว นักเรียนบางกลุ่มยังมีความสนใจในการเล่นกีฬาและทำการฝึกซ้อมจนสามารถสร้างชื่อเสียงทางด้านกีฬาให้กับโรงเรียน อาทิเช่น เรือพาย ,กรีฑา, เทควันโด ,ซอฟท์บอล ,คาราเต้โด ,วอลเล่ย์บอลและเซปรักตะกร้อ ซึ่งนักเรียนได้เข้าเป็นตัวแทนนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติและได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติในกีฬาเรือพายและกีฬาซอฟท์บอล

ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น ๔๑๔ คน จากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทำให้อาคารเรือนนอนทั้ง ๓ หลัง ไม่เพียงพอต่อการรองรับจำนวนนักเรียนได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีการสร้างอาคารเรือนนอนหลังใหม่ขึ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น เป็นเงิน ๗,๗๑๓,๐๐๐ บาท ทางโรงเรียนจึงได้ของบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเพื่อสนับสนุนการสร้างโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นเงิน ๕,๓๙๙,๑๐๐ บาท ทางโรงเรียนจึงต้องจัดหางบประมาณจากผู้มีจิตเมตตาเพิ่ม อีกจำนวน ๒,๓๑๓,๙๐๐ บาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อ "อาคารสุขเขษม"

อีกทั้งโรงเรียนยังได้จัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตรในโรงเรียนโดยฝึกให้นักเรียนทำการเกษตรตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้จัดสร้างอาคารขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ ให้กับเด็กเยาวชน และผู้ที่สนใจ โดยจัดให้มีนิทรรศการด้านการเกษตรอินทรีย์ ,การสาธิตฐานการเรียนรู้กลุ่มเศรษฐกิจพอพียงของโรงเรียน นอกจากนี้ยังให้บริการในการใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการด้านการเกษตรอินทรีย์ โดยได้รับความกรุณาจาก คุณเฉิดโฉม จันทราทิพย์ บริจาคเงินค่าก่อสร้าง จำนวน ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อ "อาคารเกษตรเมธี"อีกด้วย

เด็กนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๖ ส่วนใหญ่เกือบ ๑๐๐% สามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิยาลัยหัวเฉียว มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวร และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เป็นต้น

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาอยากจะร่วมบริจาคเงินให้กับโรงเรียนฯ สามารถบริจาคเงินโดยวิธีการโอนเข้าบัญชีโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกะปิ เลขที่ ๑๐๕-๔-๗๑๕๔๔-๔ หรือสามารถติดต่อขอบริจาคได้ที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเลขที่ ๕ หมู่ ๙ ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ๕๑๐๐๐โทรศัพท์ ๐๕๓-๐๙๒๔๔๔ โทรสาร ๐๕๓-๐๙๒๔๔๔ โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ ๒ เท่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.chalermprakietschool.org และwww.facebook.com/…8school

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดอาคารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ลำพูน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดอาคารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ลำพูน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดอาคารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ลำพูน

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด