นิสสันร่วมกับแคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น สร้างผู้นำในอนาคตให้ประเทศไทย โครงการนี้สนับสนุนนักเรียน 1,200 คน มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำชึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี

พุธ ๒๗ มิถุนายน ๒๐๑๘ ๑๕:๑๘
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมมือกับแคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น และมูลนิธิรักษ์ไทย ริเริ่ม "โครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชน" เป็นระยะเวลา 3 ปี มุ่งเน้นพัฒนาทักษะภาวะผู้นำในองค์ประกอบ 4 อย่างของสะเต็มศึกษา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์

โครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชน ซึ่งริเริ่มในปี พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์ที่จะฝึกฝนนักเรียน จำนวน 1,200 คนจากโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย 8 แห่ง กล่าวคือ 4 แห่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอีก 4 แห่งในเขตจังหวัดระยอง

ในเขตจังหวัดระยอง โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ โรงเรียนเพรักษมาตาวิทยา โรงเรียนบ้านสำนักทอง โรงเรียนชุมชนวัดสุวรรณรังสรรค์ และโรงเรียนวัดห้วงหิน ส่วนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ โรงเรียนวังน้อย โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปภัมถ์ โรงเรียนจรูญกิมลี้กิจจาทร อนุสรณ์ และโรงเรียนลุมพลีชนูปถัมภ์

โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพสำหรับนักเรียนในด้านทักษะภาวะผู้นำ ทักษะวิชาชีพ และสะเต็มศึกษา ตอนเริ่มโครงการ มูลนิธิรักษ์ไทยได้จัดทำแบบสอบถามพื้นฐานเพื่อทำความเข้าใจทักษะที่จำเป็นสำหรับทั้งครูและนักเรียน

นอกจากนี้ มูลนิธิรักษ์ไทยยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และตัวแทนหน่วยงานราชการท้องถิ่นในสองจังหวัดนี้เพื่อขอแรงสนับสนุน

หลักสูตรการฝึกอบรมในปัจจุบันถูกพัฒนาขึ้นโดยรวบรวมข้อเสนอแนะดังกล่าว ดังนั้น โรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกในปัจจุบันจึงเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชน โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน รวมทั้งการฝึกอบรมครู ค่ายนักเรียน และการอบรมเพื่อสร้างทักษะผู้ประกอบการ

ตั้งแต่ริเริ่มโครงการ มูลนิธิรักษ์ไทยได้จัดฝึกอบรมนักเรียน 700 คนจากโรงเรียนทั้ง 8 แห่งในสองจังหวัดนี้ กล่าวคือ นักเรียน 322 คนจากโรงเรียน 4 แห่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนักเรียน 378 คนจากโรงเรียน 4 แห่งในเขตจังหวัดระยอง นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักเรียน 300 คนเข้าร่วมค่ายเยาวชน 3 วันที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้างทักษะภาวะผู้นำที่ผสมผสานสะเต็มศึกษา ซึ่งพนักงานนิสสันได้อาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมและแบ่งปันประสบการณ์ภาวะผู้นำ

"เราภูมิใจมากที่นิสสัน ให้ทุนสนับสนุนโครงการนี้ในประเทศไทย ทั้งนี้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์การผลิตของนิสสันในเอเชียและโอเชียเนียอย่างรวดเร็วเนื่องจากโรงงานผลิต 2 แห่งที่จ้างงานพนักงาน 5,000 คนและผลิตรถยนต์หลายรุ่น" ปีเตอร์ แกลลี รองประธานสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย)

นิสสันมุ่งมั่นที่จะช่วยนักเรียนให้พัฒนาทักษะในการวิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาผ่านสถานการณ์ในชีวิตจริง และการสร้างนวัตกรรมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสะเต็มศึกษาเพื่อช่วยปรับทิศทางอาชีพในอนาคตของพวกเขา "เราอยากมีส่วนช่วยให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น สร้างแรงงานในอนาคตที่มีความสามารถในการแข่งขันเพื่อก้าวไปสู่สังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี" แกลลี กล่าว

มิโยโกะ ทากากิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น กล่าวเสริมว่าเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเขตจังหวัดระยองถูกคัดเลือกอย่างรอบคอบเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่อาศัยอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ

สุธิรัตน์ คชสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน มูลนิธิรักษ์ไทยเห็นด้วย โดยกล่าวว่า "ผ่านมาการสอนองค์ประกอบ 4 อย่างของสะเต็มศึกษาไม่ได้ถูกบูรณาการร่วมกัน และบางครั้งนักเรียนไม่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบเหล่านี้ โครงการนี้มุ่งที่จะช่วยให้นักเรียนรวบรวมองค์ประกอบทั้ง 4 อย่างนี้เข้าด้วยกันเป็นองค์ความรู้เดียวที่สำคัญ"

แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น จะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับครูในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเขตจังหวัดระยองโดยผ่านมูลนิธิรักษ์ไทยเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะดำเนินการได้อย่างราบรื่นและครูจะได้รับการฝึกอบรมจากมูลนิธิรักษ์ไทยต่อไป

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่ สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 190 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์ รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน รถกระบะ และรถตู้

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.77 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.9 ล้านล้านเยน ในวันที่ 1 เมษายน 2560 บริษัทฯ เริ่มดำเนินการแผนกลยุทธ์ระยะกลาง Nissan M.O.V.E. to 2022 ซึ่งเป็นแผนธุรกิจ 6 ปีที่มีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้ 30% เป็นมูลค่า 16.5 ล้านล้านเยน เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2565 โดยมีกระแสเงินสดสะสมจำนวน 2.5 ล้านล้านเยน ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว นิสสันมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านรถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.6 ล้านคันในปี 2560

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter , LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด