ทรงเจริญรอยตามพระราชบิดา

อังคาร ๒๗ มิถุนายน ๒๐๑๗ ๑๗:๕๖
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินติดตาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้อย่างดียิ่ง รวมทั้งการดูแลงานของมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิสายใจไทย

ทรงเรียนรู้การทรงงานด้านการพัฒนาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการใกล้ชิดประชาชน ทรงสอบถามจากผู้รู้ และคอยดูแลเอาใจใส่ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะเรียบง่าย นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการสานต่อแนวทางพัฒนา เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการทรงงาน เป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมที่ต้องใช้เวลาในการพัฒนา

โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติ พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้ได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เช่นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พระองค์มีพระราชดำริให้นำวิชาการสอนหลากหลายสาขา มาดำเนินการเรียนการสอน ก่อเกิดการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง ตลอดถึงการสร้างบุคลากรด้านการศึกษาเพื่อการสอน เช่น โรงเรียนยุพราษฏร์ ที่ผลิตครูสำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่นับเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในด้านโภชนาการอาหารทรงเป็นผู้นำและจุดประกายแหล่งอาหารภาวะโภชนาการให้กับเด็กๆ ในถิ่นทุรกันดารให้ได้หลุดพ้นจากโรคขาดสารอาหาร และมีอาหารกลางวันบริโภคในโรงเรียนอย่างเพียงพอแบบต่อเนื่อง

เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่สายตาและการรับรู้ของปวงชนชาวไทยตลอดมาจวบจนทุกวันนี้ว่า ณ พื้นที่ใดที่พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไป จะโดยเสด็จติดตามมาตั้งแตทรงพระเยาว์ ทรงเรียนรู้การทรงงาน และการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด ทรงซึมซับแนวทางและหลักการทรงงาน ที่ต้องมีความเสียสละ ความอดทน และความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือราษฏรให้รอดพ้นจากความทุกข์ยากเดือดร้อน ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทอย่างแท้จริง

จากข้อมูลที่ได้รับการบันทึกไว้ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) หน่วยงานภาครัฐที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานทำหน้าที่สนองพระราชดำริมาตั้งแต่ ปี 2524 และได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในการประสานงาน สนับสนุนการดำเนินงาน ติดตาม ขยายผลและประชาสัมพันธ์แนวพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 4,685 โครงการในปัจจุบัน

ระบุว่าในปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา สำนักงาน กปร. ได้ดำเนินการสนับสนุนการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ และสนองนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจติดตามงานในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ จำนวน 34 ครั้งด้วยกัน พร้อมน้อมนำพระราชดำริที่พระราชทานไปดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือราษฎรเป็นการต่อเนื่องเช่นการจัดหาแหล่งน้ำให้กับโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตตำรวจตระเวณชายแดน ตลอดถึงการประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาวัตถุดินและปัจจัยการผลิตสำหรับโครงการ ที่ในปัจจุบันบางพื้นที่ได้ขยายผลสู่การปฎิบัติใช้ของราษฎรทมี่เป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอีกด้วย

การอุทิศพระองค์ทรงงาน ที่กระทำมาอย่างต่อเนื่องในการช่วยเหลือประชาชนนั้นก็เป็นไปตามปณิธานของพระองค์คือหน้าที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องทำงานช่วยเหลือราษฎร ซึ่งประชาชนชาวไทยต่างประจักษ์กันทั้งประเทศว่า"น้ำพระทัย" ของพระองค์นั้นเป็นคุณลักษณะพิเศษที่เห็นเด่นชัด

พระองค์ทรงสานต่องานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย ให้ได้มีโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ได้บังเกิดผลคุณูปการใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติและประชาชน ดังได้ประจักษ์ในทุกวันนี้

งานและกิจกรรมตลอดจนโครงการต่างๆ อันหลากหลายที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนั้นมีจำนวนมากมาย และครอบคลุมไปในหลายสาขา พระองค์ทรงเป็นทั้งศิลปิน นักคิด นักเขียน นักการศึกษา นักพัฒนา และนักโภชนาการ ฯลฯ

และทรงงานในทุกด้านมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานจึงปรากฎเป็นรูปธรรมอย่างกว้างขวาง พระองค์ทรงเป็น พระราชธิดาที่ทรงเจริญรอยตามพระราชบิดาโดยแท้

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด