JMT ซื้อหนี้เพิ่ม 5 พันลบ. ดันพอร์ตบริหารหนี้อยู่ที่ 8.2 หมื่นลบ. เรียบร้อยแล้ว

พฤหัส ๒๔ กันยายน ๒๐๑๕ ๑๔:๓๗
JMT ควงบริษัทย่อย ประกาศซื้อหนี้ เสียเข้ามาบริ หารเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท สนับสนุนพอร์ตบริหารหนี้ในปัจจุบันอยู่ที่ 8.2 หมื่นล้านบาทเรียบร้อยแล้ว จากเป้าหมาย สิ้นปีนี้จะมี พอร์ตบริหาร หนี้อยู่ที่ 9.5 หมื่นลบ. "ปิยะ พงษ์อัชฌา" แม่ทัพใหญ่ มั่นใจเป้าหมายซื้อหนี้เสียเข้ามาบริหารทั้งปีไม่มีพลาดเป้า หนุนตอกย้ำความ เป็นเบอร์หนึ่ง ในธุรกิจ

นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็น ผู้นำในธุรกิจ บริหารหนี้ราย ใหญ่ของประเทศ ไทย ที่มีพอร์ตหนี้เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558 บริษัทได้ลงนามในสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อส่วน บุคคลกับบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS มูลค่าหนี้ 1.51 พันล้านบาท และเมื่อวันที่ 22 กันยายนบริษัท บริหาร สินทรัพย์ เจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามใน สัญญาโอนสิทธิ เรียกร้องใน หนี้ด้อยคุณภาพ ของสินเชื่อ ส่วนบุคคลและ สินเชื่อเช่า ซื้อรถยนต์ กับธนาคารธนชาต มูลค่าหนี้ 3.59 พันล้านบาท ทั้งนี้ หากรวมกันทั้ง 2 บริษัทจะมีมูลค่าหนี้คงค้างตามสิทธิ์ประมาณ 5 พันล้านบาท สนับสนุนให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีพอร์ตหนี้สะสมอยู่แล้วที่ประมาณ 82,000 ล้านบาท เข้าใกล้เป้า หมายที่วางไว้ สิ้นปีจะมีพอร์ ตบริหารหนี้ อยู่ที่ 95,000 ล้านบาทได้ไม่ ยาก

"ภาพรวมหนี้ NPL ในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโอกาส ของ JMT ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ในตลาดหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) ที่มีส่วนแบ่งตลาดคิดเป็นราว 90% ของหนี้เสียไม่มีหลักประกันที่สถาบันการเงินนำมาประมูลทั้งหมดในแต่ละปี ให้เข้าไป ประมูลซื้อหนี้ ด้อยคุณภาพเข้า มาบริหารจาก สถาบันการเงิน และหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าจะมีพอร์ตบริหารหนี้เมื่อสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 95,000 ล้านบาท จากเมื่อสิ้นปี 2557 มีพอร์ตหนี้บริหารอยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท สนับสนุนผล ประกอบการปี 2558 ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตขึ้นราว 30% จากปี 2557 มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 120.61 ล้านบาท ได้สำเร็จ" นายปิยะ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย งวด 6 เดือนแรก (สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558) งบการเงินรวม บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 330.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.20% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 202.73 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ ที่ 55.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.61% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 43.41 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด