JMT โชว์ กำไร Q1/58 กระฉูด 122.11% คาด ดันกำไรปีนี้ โตกว่า 50% ตาม เป้า

พฤหัส ๑๔ พฤษภาคม ๒๐๑๕ ๑๕:๔๓
JMT ไม่ ทำผู้ถือหุ้น ผิดหวัง ไตรมาส 1/58 โชว์ กำไรสุดอลังการ 36.89 ล้าน บาท เพิ่มขึ้น 122.11% ส่วน รายได้รวมอยู่ ที่ 167.08 ล้าน บาท เพิ่มขึ้น 89.32% หลัง มีรายได้จากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ และรายได้จาก การติดตามหนี้ สิ้นและบริการ อื่นๆ เพิ่มขึ้น "ปิยะ พงษ์อัชฌา" หัว เรือใหญ่ เผยแนวโน้มผล งานดีต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี คาดดันกำไรสุทธิปีนี้โตเข้าเป้ากว่า 50% ล่า สุดซื้อหนี้ เสียเพิ่มแล้ว 10,000 ล้าน บาท รวมเป็นซื้อ หนี้สะสมแล้ว 7.2หมื่น ล้านบาท พร้อมเดินหน้า ขยายสาขาให้ครบ 10 แห่ง ภายในปีนี้ เบื้องต้นเน้น แถบภาคใต้ ที่เหลือกระจายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ขณะที่บริษัท ย่อย “เจเอ็มที พลัส จำกัด” พร้อมแผลงฤทธิ์แล้ว

นาย ปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้า หน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)หรือ JMT ผู้ ประกอบธุรกิจ ให้บริการ ติดตาม เร่งรัดหนี้ บริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ระดับแนวหน้า ของไทย เปิดเผยถึงผล การดำเนินงาน ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไตรมาส 1/2558 มีผล กำไรสำหรับงวด อยู่ที่ 36.89 ล้าน บาท หรือ กำไรต่อหุ้น 0.12 บาท จากช่วงเดียว กันปีก่อนมี กำไรสุทธิ 16.60 ล้าน บาท หรือ กำไรต่อหุ้น 0.06 บาท คิดเป็นการ เพิ่มขึ้น 20.28 ล้าน บาท หรืออัตราร้อยละ 122.11%

ส่วน รายได้รวม สำหรับไตรมาส 1/2558 อยู่ ที่ 167.08 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 88.25 ล้าน บาท คิดเป็น การปรับเพิ่ม ขึ้น 78.83 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 89.32 มีสาเหตุหลักมาจาก บริษัทฯ มีรายได้จากการ ซื้อหนี้ด้อย คุณภาพเพิ่ม ขึ้นอยู่ที่ 138.85 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ 117.63 จาก งวดเดียวกันของ ปีก่อน เนื่องจากการ ซื้อหนี้ด้อย คุณภาพเข้า มาบริหารได้ เพิ่มขึ้น อีกทั้ง มีรายได้จากการ ติดตามหนี้สิ้น และบริการอื่นๆ อยู่ที่ 27.03 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ 19.72 จาก งวดเดียวกันของ ปีก่อน เนื่อง จากบริษัทฯ สามารถติดตามหนี้ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีต้นทุนขายอยู่ที่ 70.23 ล้าน บาท คิดเป็น การปรับเพิ่ม ขึ้นในอัตรา ร้อยละ 47.81จาก ปีก่อน ส่งผลให้บริษัท มีกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 96.86 ล้าน บาท คิดเป็น การปรับเพิ่ม ขึ้นในอัตรา ร้อยละ 137.74 จาก ปีก่อน เนื่อง จากรายได้จาก การซื้อหนี้ ด้วยคุณภาพ เพิ่มขึ้นจาก การซื้อหนี้ เข้าบริหาร เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง

“บริษัทฯ มีรายได้เพิ่ม ขึ้น 89.32% จาก การซื้อหนี้ ด้อยคุณภาพเข้า มาบริหารได้ เพิ่มขึ้น 117.63% ขณะ ที่รายได้จาก การติดตามหนี้ สิ้นและบริการ อื่นๆ เพิ่มขึ้น 19.72% ส่วนกำไรสุทธิเพิ่ม ขึ้น 122.11% จาก งวดเดียวกันของ ปีก่อน ถือเป็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ เป็นเพราะเรา บริหารงานได้ ตามเป้าหมาย ธุรกิจการซื้อหนี้เสียเข้ามาบริหารของบริษัทฯ ได้รับการตอบ รับที่ดีขึ้น เรื่อยๆ ทั้งธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งเห็นได้ว่า มีลูกค้าทั้ง รายเก่าและราย ใหม่ เข้ามาเสนอขายหนี้ให้กับ JMT ขณะ เดียวกัน การที่เราเป็นบริษัทเอกชนบริษัทแรก ที่ได้รับความ ไว้วางใจเซ็น สัญญาความร่วม มือกับ บริษัท ข้อมูลเครดิต แห่งชาติ จำกัด เพื่อเป็นสื่อ กลางอำนวยความ สะดวกให้เจ้า ของข้อมูล ยื่นขอปรับปรุง แก้ไขรหัสสถานะ บัญชีสินเชื่อ ได้อย่างถูก ต้องนั้น ก็เป็นอีกหนึ่ง ความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้ขาย หนี้ให้เราได้ มั่นใจใน ศักยภาพมากยิ่ง ขึ้น และในส่วน ลูกค้าเองก็ให้ ความร่วมมือจน สามารถจัดเก็บ หนี้ได้ดีกว่า เป้าหมายที่วาง ไว้" นายปิยะ กล่าว

ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายสาขาตามแผนที่วางไว้ โดยจะขยายสาขา ให้ครบ 10 สาขา ในปีนี้ และขณะนี้เปิดดำเนินการไปแล้วจำนวน 8 สาขา เน้นพื้นที่เขต ภาคใต้ที่มีแนว โน้มจะสนับสนุน ธุรกิจของ บริษัทฯ ให้เติบโตได้ดี ในอนาคต ได้แก่ สาขาในหาดใหญ่ จ.สงขลา, จ.นครศรี ธรรมราช, ชุมพร ส่วนที่เหลือ ราว 5 สาขา จะกระจายอยู่ใน พื้นที่หัว เมืองใหญ่แถว ภาคอิสาน, ภาค เหนือ และภาคตะวันตก ส่วนแผนเพิ่มทุน จำนวน 45 ล้าน หุ้น ขายราคาหุ้นละ 14.20 บาท ให้แก่ผู้ถือ หุ้นแบบเฉพาะ เจาะจง 9 ราย นั้น กำหนดวันเสนอขายหุ้นในวันที่ 22, 25-26พฤษภาคม 2558 ซึ่ง ภายหลังการจัด สรรแล้ว จะส่งผลให้ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ขึ้น มาเป็นผู้ถือ หุ้นอันดับ 2 ใน สัดส่วน 5.22% รอง จาก บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ซึ่ง เป็นผู้ถือหุ้น ใหญ่อันดับ 1 ใน สัดส่วน 65.22% โดย ลด ลงจากเดิมที่ ถือ 75% บริษัทฯ จะนำเงินเพิ่ม ทุนเตรียมไปใช้ ในการขยาย ธุรกิจบริหาร หนี้ของบริษัทฯ โดยมีแผนจะเข้า ซื้อสิทธิเรียก ร้องประเภทต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ พร้อมกับเงิน เพิ่มทุนส่วน ที่เหลือไปใช้ ในการขยาย ธุรกิจในอนาคต ของบริษัทฯ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนความคืบ หน้า บริษัท เจเอ็มที พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยนั้น เตรียมเดินหน้า ปล่อยสินเชื่อ 4 กลุ่ม หลัก ได้แก่ สินเชื่อส่วน บุคคล, สิน เชื่อเช่าซื้อ รถยนต์, นาโน ไฟแนนซ์ (Nano Finance) และ สินเชื่อเช่า ซื้อ ขณะนี้เริ่มให้ บริการแก่กลุ่ม ลูกค้าเป้าหมาย แล้ว โดยในช่วง 1-2 ปี แรกนี้ จะอยู่ในช่วงของการลงทุน และจะเติบโต อย่างโดดเด่นใน 3 ปี ข้างหน้าเป็น ต้นไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด