ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

แสนสิริปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond หลังนักลงทุนให้ความเชื่อมั่น จองเต็มมูลค่า 3,000 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๓:๒๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--29 มิ.ย.--แสนสิริ
SIRI เผยปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond หรือหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ

นักลงทุนให้การตอบรับเต็มมูลค่า 3,000 ล้านบาทสำหรับ Subordinated Perpetual Bond นับเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อนักลงทุนทั้งในเรื่องผลตอบแทนและความเสี่ยงในการลงทุน โดยในการนำเสนอขายครั้งนี้ทั้ง 6 สถาบันการเงินที่เป็นตัวแทนจำหน่ายได้ให้ความรู้กับนักลงทุนอย่างโปร่งใส ครบถ้วน ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริเป็นอย่างดี   รุกก้าวแกร่งตามแผนธุรกิจรับการเติบโตระยะยาว 3 ปี ด้วยเป้าหมายยอดขาย 1.2 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่และขยายการลงทุนด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่รัดกุมพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาครึ่งปีหลังปักธงรบด้วยแนวคิด Made for Life…Made for Everyone โฟกัสตลาดแนวราบ สร้างยอดขายพร้อมรักษายอดโอนเป็นรายได้หลัก เดินหน้าเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 16,900 ล้านบาท เชื่อมั่นครึ่งปีหลังกำไรโต จากอานิสงส์โอนโครงการแนวราบเผยความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน” และเข้าถึงได้ในทุกระดับราคา ยังดันยอดขายพุ่งต่อเนื่อง คาดโกยยอดขายปี 63 ได้ตามเป้าใหม่ 35,000 ล้านบาท

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Subordinated   Perpetual Bond หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ที่นำเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป อัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกเท่ากับ 8.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน สำหรับการเสนอขาย Subordinated   Perpetual Bond ในครั้งนี้นักลงทุนให้การตอบรับเต็มจำนวนนำเสนอขาย 3,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริได้เป็นอย่างดี

“การวางแผนธุรกิจให้มีความพร้อมและรัดกุม พร้อมปรับเปลี่ยนตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การนำเสนอขาย Subordinated   Perpetual Bond นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่เป็นทางเลือกให้แก่บริษัทเอกชนสำหรับนำไปขยายธุรกิจ โดยแสนสิริและทั้ง 6 สถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เดินหน้าปฏิบัติตามขั้นตอนการนำเสนอขายตลอดจนให้ข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส แก่ผู้สนใจ ดังนั้นเมื่อนักลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดครบถ้วนและเชื่อมั่นในความมั่นคงของบริษัทและความแข็งแกร่งของแบรนด์ จึงทำให้แสนสิริสามารถปิดการขาย Subordinated   Perpetual Bond เต็มจำนวน 3,000 ล้านบาท” นายวันจักร์ กล่าว

สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขาย Subordinated   Perpetual Bond จะถูกนำมาขยายการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ที่มาพร้อมกับการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยและสร้างไลฟ์สไตล์ที่ดีควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด Made for Life…Made for Everyone โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งในด้านโปรดักส์ – การบริการ (Sansiri Service) - Culture หรือพื้นที่แบ่งปันไลฟ์สไตล์รวมถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตระหว่างกัน และ Sustainability หรือการทำเพื่อสังคม ชุมชนรอบตัว ในทุกที่ที่แสนสิริเข้าไปพัฒนาโครงการ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม ซึ่งเป็นจุดขายที่แสนสิริแตกต่างเหนือคู่แข่ง ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ในทุกระดับราคา พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าตามแผนด้านการเงินเพื่อรองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน” ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง

ทั้งนี้ แผนการเติบโตระยะยาว บริษัทมีแผนผลักดันยอดขายให้เติบโตสู่ 120,000   ล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปี ด้วยแผนรุกธุรกิจที่แข็งแกร่ง 3 แนวทางได้แก่ 1. แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่รัดกุมพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยในช่วงครึ่งปีหลัง จากการประเมินภาพรวมสถานการณ์ต่างๆ บริษัทยังมีแผนเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่รองรับการเติบโตอีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 16,900 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและมิกซ์โปรดักส์ 10 โครงการ มูลค่ารวม 14,300 ล้านบาท และ คอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,600 ล้านบาท 2. การบริหารสต็อกที่ดี ปัจจุบันแสนสิริ มีสินค้าพร้อมขายมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่มีความสมดุลในตลาด 3. การบริหารกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่ดี โดยการจัดสรรเงินหมุนเวียนในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อรวมกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากผลตอบรับในการปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond ส่งผลให้ล่าสุดบริษัทมีสภาพคล่องในมือรวมเป็น 12,000 ล้านบาท ทำให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจและมีความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์

“บริษัทยังคาดการณ์กำไรที่เพิ่มขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมาจากการโฟกัสโครงการแนวราบ เป็น Strategic Flagship ควบคู่ไปกับการรักษายอดขายและยอดโอนโครงการคอนโดมีเนียม โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังมีแผนโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ อีก 4 โครงการใหม่ ได้แก่ เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, เดอะ เบส สะพานใหม่, XT เอกมัย และ La Habana หัวหิน เป็นต้น ทั้งนี้ นอกเหนือจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริ จนส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการเปิดขาย Subordinated   Perpetual Bond แล้ว ความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน และเข้าถึงได้ในทุกระดับราคา ยังส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จในยอดขาย โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายใหม่ ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท” นายวันจักร์ กล่าวปิดท้าย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 28 มิ.ย. 51 สัมมนาหลักสูตร "SET50 Index Options" โดยสถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การสัมมนาหลักสูตร "SET50 Index Options" เพื่อเรียนรู้ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง กระบวนการซื้อขาย การประเมินมูลค่ารวมถึงกลยุทธ์การเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนด้วย Index Options เพื่อให้นักลงทุนสามารถประยุกต์ใช้ตราสารอนุพันธ์ Index Options ในการลงทุนได้...

เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานพิธีลงนามแต่งตั้ง ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

กรุงเทพฯ--8 ส.ค.--124 คอมมิวนิเคชั่นส บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสชิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อครบวงจร ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และ แฟคตอริ่ง ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการที่หลากหลายครอบคลุมสินเชื่อประเภทรถยนต์และเครื...

ซึทาญ่า เพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน ได้เป็นเจ้าของกิจการได้ง่ายขึ้น ลงทุนเริ่มต้น 1.7 ล้านบาท

กรุงเทพฯ--21 มิ.ย.--ซึทาญ่า (ประเทศไทย) ซึทาญ่าสะบัดธงรุก ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดคนทำงานที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง นักลงทุนรายย่อยหรือกลุ่มมีเงินออมสะสมและต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุน ลงทุนเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านบาท มุ่งเน้นการคืนทุนตามกำหนด พร้อมเล็งทำเลย่าน...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง