ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

แสนสิริ อัดฉีดงบกว่า 25 ลบ. รุกรีแบรนด์ Sansiri Family ครั้งใหญ่ จับกลุ่มลูกบ้านรุ่นใหม่ สานต่อกลยุทธ์มอบบริการที่เหนือกว่าเพื่อสร้าง บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน

ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ วันพุธที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๗:๐๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--12 มิ.ย.--โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์

หวังครองใจกลุ่มเรียลดีมานด์ต่อเนื่อง ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล   เผยครั้งแรกในไทย! กับ 3D Living การตกแต่งบ้านแบบ 3 มิติและสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ทันทีบนแพลตฟอร์ม พร้อมสานต่อวิสัยทัศน์องค์กร For Greater Well-being จัดหนักบริการใหม่เพื่อคนรักษ์โลกและรักษ์สุขภาพ

แสนสิริ" โชว์หมัดเด็ดดึง CRM เป็นอีกจุดแข็งต่อยอดเกมรุกแนวคิดด้านบริการ "บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน" เสริมแกร่งเบอร์หนึ่งผู้นำบริการครบวงจรเจ้าแรกของวงการอสังหาฯที่มอบบริการเพื่อการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนก่อนและหลังอยู่อาศัย เชื่อตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์และผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองบริการเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญก่อนซื้อบ้าน เดินหน้าลุยเต็มสูบอัดงบกว่า 25 ล้านบาท รีแบรนด์ "Sansiri Family" ให้สดใส ทันสมัย อบอุ่น และเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล หวังจับกลุ่มลูกค้า Young Gen ที่มีสัดส่วนกว่า 50% ของลูกค้าแสนสิริทั้งหมดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมชูแนวคิด "ONE-OF-A-KIND Experiential Living Journey" ผนึกพันธมิตรชั้นนำและระดับโลกกว่า 250 ราย เสริมทัพบริการเพื่อการอยู่อาศัยครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อทุกความต้องการของครอบครัวแสนสิริ อาทิ ครั้งแรกในไทยกับ "3D Living" บริการตกแต่งภายในแบบ 3 มิติและสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว เริ่มเพียง 34,000 บาท "Designer Hub" ศูนย์รวมบริการแต่งบ้านโดยดีไซเนอร์คุณภาพ, แคมเปญ "Let's go green" ที่สานรับเทรนด์ Green & Well-being ด้วย "Garden Design" บริการออกแบบสวน และ "Fresh Start" บริการอาหารและพริวิเลจเอาใจคนรักสุขภาพ มั่นใจบริการที่แตกต่างและเหนือกว่าจะทำให้ครองใจทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่กลุ่มเรียลดีมานด์ได้ ตั้งเป้าขยายฐาน Sansiri Family โตขึ้นถึงกว่า 120,000 รายหรือคิดเป็น 50% จากปีที่ผ่านมา

นางกมลวรรณ ประสิทธิ์วุฒิเวชช์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า "แสนสิริ เชื่อว่าโจทย์ถัดไปของการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ การช่วงชิงสัดส่วนทางการตลาดด้วยการบริการ (Service) ที่ถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้าน ในปีนี้ เราจึงผลักดันกลยุทธ์ด้านบริการ ครบวงจรเพื่อย้ำจุดต่างทางการแข่งขันที่เหนือกว่า ตอบโจทย์ลูกค้าเรียลดีมานด์ด้วยมาตรฐานบริการที่เหนือระดับในทุก Touch Points ตามแนวคิดด้านบริการ"บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน" เพื่อการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจน ก่อนอยู่อาศัยและหลังอยู่อาศัย ซึ่งกลยุทธ์ด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ด้านการบริการของแสนสิริมาโดยตลอด โดยมี "Sansiri Family" เป็นศูนย์กลางในการดูแลลูกบ้านของแสนสิริอย่างครบวงจร ซึ่งนำเสนอประสบการณ์ในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตผ่านฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กับ ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มดิจิตัล ไม่ว่าจะเป็นการมอบเอกสิทธ์เหนือระดับในรูปแบบของพริวิเล็จจาก Sansiri Family และพันธมิตรไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทยและระดับโลกทั้งในรูปแบบ ที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา (Always On Privilege) และพริวิเล็จในโอกาสพิเศษต่างๆ (Joy Of Privilege) พร้อมใส่ใจในการอยู่อาศัยของลูกบ้านตั้งแต่ขั้นตอนของการย้ายเข้าอยู่อาศัยผ่านฟังก์ชั่นของ Move-In Experience ตั้งแต่การบริการขนย้าย (Moving Service) บริการทำความสะอาด (Cleaning Service) และบริการด้านการออกแบบตกแต่ง (Design Service) นอกจากนี้ ยังมีบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตอีกมากมาย (Easy-Living) ที่ลูกบ้านสามารถเลือกช้งานได้ตลอดระยะเวลาในการเป็นลูกบ้านแสนสิริ โดยปัจจุบันมีพันธมิตรชั้นนำและระดับโลกกว่า 250 ราย ร่วมสร้างสรรค์บริการเพื่อการอยู่อาศัยครบวงจรที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ในการอยู่อาศัยของครอบครัวแสนสิริได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ซึ่งในปีนี้ เรามีโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่อาศัยมากถึง 8 โครงการที่ล้วนแล้วเป็นกลุ่มลูกบ้านคนรุ่นใหม่มากขึ้น จึงเป็นที่มาของการทุ่มงบประมาณกว่า 25 ล้านบาท เพื่อปรับกลยุทธ์ใหม่ด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ปี 2562 ในแนวคิด "ONE-OF-A-KIND Experiential Living Journey" ที่สร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยหนึ่งเดียวที่ให้คุณมากกว่าบ้าน ด้วยการรีแบรนด์ Sansiri Family ครั้งใหญ่ สร้างอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ด้วยสีสัน ทันสมัย อบอุ่น และเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล สอดคล้องกับบริการใหม่ๆ ที่ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และสนุกสนานมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ตอกย้ำจุดยืนของแสนสิริ ในการเป็นผู้นำรายแรกที่ลงมาแข่งขันด้านการพัฒนาบริการเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายอย่างเต็มขั้น ที่นอกเหนือจากจุดแข็งของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สู่การพัฒนาบริการใหม่ๆ"

สำหรับแนวคิดด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ "ONE-OF-A-KIND Experiential Living Journey" ประกอบด้วยกลยุทธ์ ได้แก่ บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า Real Demand มากขึ้น มุ่งเน้นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การอยู่อาศัยจริง,

ชูฟังก์ชั่น Move-In Experience และ Easy Living เป็นหัวหอกหลักมัดใจลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกบ้านให้ครอบคลุมมากขึ้น, ยกระดับบริการสู่ความเป็นสากล สร้างมาตรฐานบริการที่เทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ด้วยการขยายขอบเขตบริการเอกสิทธิ์ให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น ผ่านพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Monocle, JustCo, The Standard และ One Night และ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์บริการ เชื่อมต่อบริการด้าน CRM ทั้งหมดเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งแอพพลิเคชั่น Sansiri Home Service และเว็บไซต์ Sansiri Family โดยได้นำเทรนด์ด้านการอยู่อาศัยที่น่าสนใจทั่วโลกมาพัฒนาการดำเนินงานและให้บริการใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตให้กับลูกบ้านแสนสิริอย่างสมบูรณ์แบบตามแนวคิด People Centric ภายใต้ความเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ายุคใหม่เป็นสำคัญ โดยพบว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยุคดิจิทัล ชื่นชอบบริการที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ มากยิ่งขึ้น (Digitally Together) ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น (I Want It Now) โดยพบว่ากลุ่มคนอายุ 30-44 ปี เกือบ 50% ยินยอมที่จะเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกกับความสะดวกสบายและระยะเวลาในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่ลดลง นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือ และองค์ความรู้ในการบริหารจัดการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้นราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Everyone' An Expert) เทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจรักสุขภาพมากขึ้น (Green & Well-being) ตลอดจนการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว (Lifestyle Enthusiast)

นางกมลวรรณ กล่าวต่อไปว่า "ด้วยผลตอบรับที่ดีเยี่ยมของฟังก์ชั่น Move-In Experience ในส่วนของ Design Service ที่มีสัดส่วนการใช้บริการกว่า 23% จากกลุ่มลูกค้าในปีที่ผ่านมา แสนสิริ จึงต่อยอดฟีเจอร์ด้วยการพัฒนาบริการล่าสุด "3D Living" โดยร่วมกับ Homeprise (โฮมไพรส์) แพลตฟอร์มด้านการออกแบบตกแต่งภายใน ชื่อดังของไทยที่เป็นเสมือน e-Marketplace ที่ลูกค้าสามารถชมผลงานและติดต่อเลือกใช้บริการจากดีไซน์เนอร์ระดับมืออาชีพเพื่อเปลี่ยนเรื่องการออกแบบตกแต่งภายในที่อยู่อาศัยให้เป็นเรื่องง่าย โดยลูกบ้านสามารถออกแบบตกแต่ง

ที่อยู่อาศัยตามรูปแบบและขนาดจริงของโครงการแสนสิริ รวมถึงซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบออนไลน์ด้วยตนเองผ่านโปรแกรม3D Living บนหน้าเว็บไซต์ https://family.sansiri.com/ โดยสามารถจัดสรรงบประมาณและรายละเอียดให้สอดคล้องกับความต้องการ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 34,000 บาท ตกแต่งไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่ลูกค้าชำระเงิน โดยบริการนี้จะนำร่องใช้ใน 14 โครงการ โดยคาดว่าจะมียอดใช้บริการภายใต้หมวดหมู่ DESIGN SERVICE ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2562 และสำหรับลูกบ้านกำลังมองหาดีไซน์เนอร์ที่ไว้วางใจได้แสนสิริยังได้ร่วมกับ Homeprise และ TCDC สร้างสรรค์ "Designer Hub" ในการคัดสรรและรวบรวมดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมาร่วมให้บริการในการออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัย รวมถึงเลือกสรรสไตล์การตกแต่งห้องจากดีไซน์สำเร็จโดยนักออกแบบมืออาชีพที่มีกว่าหลายร้อยดีไซน์

นอกจากนี้ ในปีนี้แสนสิริยังให้ความสำคัญในเรื่องของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้านในทุกมิติตามวิสัยทัศน์องค์กร SANSIRI FOR GREATER WELL-BEING กับแคมเปญใหม่ภายใต้ฟังก์ชั่น Easy Living อย่าง "Let's go green" ที่นำเสนอบริการ Garden Design ที่จะช่วยออกแบบ ตกแต่ง และดูแลรักษาสวนแบบครบวงจรรวมถึงแคมเปญ "Fresh Start" บริการอาหารเอาใจคนรักสุขภาพ นอกจากนี้ สำหรับลูกบ้านที่ชื่นชอบการสังสรรค์แสนสิริ ยังได้นำเสนอบริการ "Party Celebration" รวบรวมพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยทำให้ทุกการจัดปาร์ตี้หรือเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านในทุกโอกาสสำคัญเป็นเรื่องง่าย ตลอดจนไลฟ์สไตล์พริวิเล็จมากมาย

ในปี 2561 มีกลุ่มลูกค้า Sansiri Family เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นในทุกปีที่สูงถึงกว่า 80,000 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารด้านลูกค้าสัมพันธ์ และคาดว่าจะเติบโตขึ้นถึง 120,000 รายภายในปี 2562 ขณะที่ในปัจจุบัน (มิ.ย.2562) Sansiri Priority ซึ่งเป็นกลุ่มฐานลูกค้าที่มีศักยภาพสูง ทั้งลูกค้าผู้อยู่อาศัยและ นักลงทุน เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยจำนวนสมาชิกกว่า 250 ราย รวมมูลค่าพอร์ตโฟลิโอกว่า 35,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 50% นอกจากนั้น ยังนำเสนอบริการและกิจกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะฟังก์ชั่น Sansiri Move-In Experience ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษโดยมีการใช้บริการกว่า 450 ครั้ง/เดือน

"เราเชื่อมั่นว่า การบริหารลูกค้าสัมพันธ์เพื่อการบริการที่สะดวกสบายด้านการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขให้สมบูรณ์แบบตลอดการเดินทางของชีวิตของลูกบ้านตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนระยะเวลาทั้งหมดในการอยู่อาศัย คือ ปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้แสนสิริมีศักยภาพในการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ ในตลาด นอกเหนือจากความโดดเด่นด้านการออกแบบและคุณภาพในการพัฒนาโครงการที่เราเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย" นางกมลวรรณ กล่าวสรุป


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ทรู โชว์เทคโนโลยีผสานไลฟ์สไตล์ ในนิทรรศการตกแต่งบ้าน "ลิฟวิ่ง แอนด์ เลเชอร์ 2005"

กรุงเทพฯ--11 ส.ค.--ธนบุรินทร์ เอเชีย-แปซิฟิก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้กับชีวิตคนเมือง ในงานนิทรรศการตกแต่งบ้าน "ลิฟวิ่ง แอนด์ เลเชอร์ 2005" จัดโดย สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ และ นิตยสาร แอล เดคอเรชั่น โดยโชว์ห้องทำงานที่...

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย หวังงาน TIFF 05 ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นแท่นเวิลด์คลาส

กรุงเทพฯ--9 ก.พ.--อินดัสเทรียล ดีไซน์ เน็ทเวิร์ค อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยเร่งปรับตัว หวังงาน TIFF 2005 หนุนต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นแท่น เวิลด์คลาส ย้ำต้องลดต้นทุนการผลิตสู่ต่างชาติ แนะตั้งสถาบันศึกษาวิจัยตลาดขึ้นโดยเฉพาะ พร้อมลงทุนสร้างศูนย์กลางเครื่องมื...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง